
วันที่ 17 เม.ย. 69 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วิวัฒนชัย คลื่นแก้ว, พ.ต.ท.อัครพล เอี่ยมสำอาง รอง ผกก.1 บก.ปอศ. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย ได้แก่
1. นายเกรียงไกร (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี
2. น.ส.บรรจง (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี
3. น.ส.อัมพรรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี
4. น.ส.ธิดาวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี
5. นายอุทิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี
6. น.ส.สมใจ (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี
7. นายเวโรจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี
ดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ฐาน“ร่วมกันปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร และเอาชื่อรูปรอยประดิษฐ์หรือข้อความใดๆ ในการประกอบการค้า ของผู้อื่นมาใช้หรือทำให้ปรากฎที่สินค้า หีบห่อ แจ้งความรายการแสดงราคาจดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดี่ยวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่า เป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง และจัดเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดในเรื่องสถานที่ผลิตและลักษณะพิเศษว่าผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารแล้ว เข้าข่ายเป็นการผลิตอาหารปลอม”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. ผงชูรสปลอมเครื่องหมายการค้า จำนวน 4,804 ซอง
2. รสดีปลอมเครื่องหมายการค้า จำนวน 1,532 ซอง
3. รถกระบะตู้ทึบสำหรับขนสินค้าปลอม จำนวน 1 คัน
4.กล่องเปล่ายี่ห้อ“Ajinomoto” ที่รับซื้อมาจากร้านขายของเก่า ที่รอการบรรจุ จำนวน 32 กล่อง
5.กล่องเปล่ายี่ห้อ “รสดี” ที่รับซื้อมาจากร้านขายของเก่า ที่รอการบรรจุ จำนวน 237 กล่อง
6.ซองพลาสติกใสยี่ห้อ “Ajinomoto” ที่รอการบรรจุ จำนวน 17,086 ซอง
7.ซองพลาสติกใสยี่ห้อ “รสดี” ที่รอการบรรจุ จำนวน 687 ซอง
8.สาร Monosodium Glutamate (รวม 2,650 กิโลกรัม) จำนวน 106 กระสอบ
9. เกลือสำหรับใช้เป็นส่วนผสมผงชูรส (รวม 150 กิโลกรัม) จำนวน 6 กระสอบ
10. น้ำตาลสำหรับใช้เป็นส่วนผสมผงชูรส (รวม 68 กิโลกรัม) จำนวน 68 กระสอบ
11. ผงปรุงรสสำหรับใช้เป็นส่วนผสมผงชูรส (รวม 30 กิโลกรัม) จำนวน 57 กระสอบ
12. เครื่องบรรจุ สำหรับผงชูรสและรสดีปลอม จำนวน 2 เครื่อง
13. ภาชนะผสม ผงชูรสและรสดีปลอม จำนวน 2 ถัง
14. เครื่องชั่งน้ำหนัก สำหรับชั่งน้ำหนักให้ใกล้เคียงกับของแท้ จำนวน 5 เครื่อง รวมของกลางทั้งสิ้น 24,918 ชิ้น
สถานที่ตรวจค้น/จับกุม วันที่ 25 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 08.00 น.
จุดที่ 1 : บ้านหลังหนึ่ง ซ.สะแกงาม 50 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
จุดที่ 2 : บ้านหลังหนึ่ง ซ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ 22 (ซ.จัดสรร 2 ) แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ
จุดที่ 3 : ร้านค้าแห่งหนึ่ง ในตลาดบางแค แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ
จุดที่ 4 : รถกระบะตู้ทึบสีเทาหมายเลขทะเบียน 3ฒศ-4395 กรุงเทพฯ จอดอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. สืบสวนขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ก่อนแกะรอยเครือข่ายผลิตและกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่องกว่า 3 เดือน จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการลักลอบผลิตและบรรจุผงชูรส และผงปรุงรสปลอม โดยใช้บ้านพักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ผลิต และมีการขนส่งสินค้าในช่วงเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด ในกรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 06.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเฝ้าดูบริเวณบ้านเป้าหมายในพื้นที่ ซ.สะแกงาม 50 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้รับรายงานว่า มีรถบรรทุก รถกระบะตู้ทึบต้องสงสัยมีการนัดรับ-ส่งสินค้ากัน จึงได้ไล่ติดตามรถกระบะตู้ทึบคันดังกล่าวไปถึงบริเวณปั๊มน้ำมัน ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นรถกระบะตู้ทึบคันดังกล่าวมีนายอุทิศ เป็นคนขับ พบผงชูรส ปลอมเครื่องหมายการค้า ซุกซ่อนอยู่บริเวณท้ายรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวนายอุทิศ เจ้าของรถกระบะที่ขนสินค้าปลอม นำส่ง พงส. กก.1 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้เข้าทำการตรวจค้นร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่บ้านหลังหนึ่ง ซ.สะแกงาม 50 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พบนายเกรียงไกรฯ พร้อมด้วยพนักงาน อีก 3 คน กำลังนั่งผลิตสินค้าประเภทผงชูรส และยังพบของกลางเป็นผงปรุงรส และวัตถุดิบอุปกรณ์ที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตสินค้าปลอมยี่ห้อดังกล่าว จำนวนมาก ซึ่งสถานที่และวัตถุดิบที่ใช้ผลิตไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน อาจมีการปนเปื้อนของสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค
จากการสอบถามนายเกรียงไกร ผู้ต้องหา ให้การว่าทำมาแล้วประมาณ 2 ปี โดยผลิตตามคำสั่งซื้อ และกระจายสินค้าทั้งแบบนัดรับและผ่านขนส่งเอกชน โดยมีกำลังการผลิตวันละ 1,500 ซองต่อวัน ซึ่งตนจะเป็นคนซื้อส่วนผสมทั้งหมดและนำมาผลิตตามออเดอร์ เมื่อผลิตเสร็จก็จะนำส่งตามสถานที่ข้างทางที่ลูกค้านัดรับสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม และบางส่วนก็จะส่งทางช่องทางขนส่งเอกชน โดยจะมีลูกค้าประจำคอยสั่งอยู่ตลอด จากการสืบสวนมีร้านปลีกและร้านส่งสินค้า ในพื้นที่ เขตหนองแขม และในตลาดบางแค พบผงชูรสและรสดี ปลอมเครื่องหมายการค้า วางขายอยู่จำนวนมาก
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหา เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแจ้งสิทธิให้ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 7 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ผงชูรสปลอม 4,804 ซอง,ผงปรุงรสปลอม 1,532 ซอง และ วัตถุดิบและอุปกรณ์การผลิต รวมของกลางทั้งหมด กว่า 24,918 ชิ้น
และแจ้งข้อหา “ปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และร่วมกันเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใดๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่น ,ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง, และจัดเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดในเรื่องสถานที่ผลิตและลักษณะพิเศษว่าผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารแล้ว เข้าข่ายเป็นการผลิตอาหารปลอม”
เตือนภัยประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าที่ใช้ในการบริโภคควรเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งและยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ สินค้าที่ใช้ในการบริโภคนี้หากผลิตโดยสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐาน มีการสารอันตรายเจือปนอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย และหากประชาชนทั่วไปมีเบาะแสเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ โดยตรงที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง Website : https://cib.go.th/ หรือ Facebook ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป
Advertisement