
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล.เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.นำโดย พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ร.ต.อ.วิมล แก้วชู, ร.ต.ต.กุญชร บุญชัด รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ด.ต.สายชล ตั้งวงค์, ด.ต.พัทธนันท์ แดงกระจ่าง, ด.ต.วงศ์วริศ ทรัพย์คนาสกุล ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1.นายกันตพล (สงวนนามสกุล )อายุ 28 ปี สัญชาติไทย
และผู้ต้องหารายที่ 2-13 ป็นบุคลสัญชาติ เมียนมา
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
ผู้ต้องหารายที่1 กระทำผิดฐาน “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆเพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ผู้ต้องหารายที่2-13 กระทำผิดฐาน“เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน
2.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
สถานที่จับกุม บริเวณ ทล.4 กม.497 ต.วังใหม่ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจสกัดตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดชุมพร ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะสีขาว ยี่ห้อฟอร์ด มีลักษณะท่าทีพิรุธ ขับผ่านจุดตรวจโดยไม่ยอมจอดให้ตรวจค้น และได้เร่งเครื่องยนต์ฝ่าฝืนจุดตรวจหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจังหวัดชุมพร เพื่อร่วมดำเนินการติดตามและสกัดจับรถยนต์คันดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรได้เข้าร่วมปฏิบัติการติดตาม โดยได้เปิดสัญญาณไฟวับวาบและใช้สัญญาณเสียงไซเรนเพื่อให้รถยนต์คันดังกล่าวหยุด แต่ผู้ขับขี่ยังคงหลบหนี และได้ขับรถย้อนศรบนเส้นทางสายหลัก จากพื้นที่ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร อันก่อให้เกิดความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนโดยทั่วไป กระทั่งเมื่อถึงบริเวณพื้นที่ตำบลวังใหม่ จังหวัดชุมพร รถยนต์คันดังกล่าวได้เสียหลักพลิกคว่ำลงบริเวณเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่จึงสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้โดยเรียบร้อย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่เป็นชายสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ และภายในรถยนต์พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 12 คน โดยไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวแต่อย่างใดทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายอื่นเพิ่มเติม โดยผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่มีการต่อสู้ขัดขืนหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสลุย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้นให้การ ชั้นจับกุม จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาชาวไทยให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงบุคคลต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย จากพื้นที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำไปส่งยังปลายทางในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 8,000 บาทต่อเที่ยว ทั้งนี้ การติดต่อรับงานดังกล่าวกระทำผ่านบุคคลรู้จัก ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับนายหน้าอีกทอดหนึ่ง
Advertisement