
วันที่ 29 ม.ค.2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.ท.หญิงวสุกัญญา ธชีพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท แล้วขับรถหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 5 ซอยบ่อนไก่ เส้นทางไปหอพักอลงกรณ์ ถนนเลียบคลองเปรม ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมทั้งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
นที่เกิดเหตุพบนายเฉลิม อายุ 79 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตื่นตกใจ พร้อมกับพาไปดูโต๊ะสแตนเลสที่คนร้ายมาติดต่อขอซื้อ ก่อนที่จะทำการกระชากสร้อยคอแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องจากภาพวงจรปิดพบว่าคนร้ายเป็นชายหนึ่งคนขี่รถจักรยานยนต์ออโตเมติกแบบหญิงสีดำฟ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับกุม แต่ไร้วี่แวว
จากการสอบถามนายเฉลิม เปิดเผยว่า ตนเองนั่งอยู่ที่ร้านรับซื้อของเก่า จากนั้นได้มีคนติดต่อมาขอซื้อโต๊ะ ตอนแรกตนเองจะไม่ขาย แต่เขาบอกว่าจะซื้อไปให้ลูกเอาไว้ใช้เขียนหนังสือตนเองจึงได้ขับรถกอล์ฟ พาคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ให้ตามมาที่บ้าน จากนั้นตนเองได้เดินลงมานั่งที่แค่ไม้ ก่อนจะชี้ให้คนร้ายเดินไปหยิบโต๊ะที่วางอยู่ด้านใน โดยตกลงราคาซื้อขายกันในราคา 400 บาท
เมื่อคนร้ายได้โต๊ะก็ยกมาวางไว้ข้างต้น พร้อมกับหยิบเงินในกระเป๋าออกมาเพื่อจะจ่ายตังค์ จังหวะนั้นคนร้ายได้ทำแบงก์ 100 ร่วงหนึ่งใบ ตนเองจึงได้ก้มไปเก็บ ก่อนที่คนร้ายจะออกลายกระชากสร้อยคอจากด้านหลังของตนเอ งด้วยความตกใจจึงได้เอามือคว้าพระที่คอก่อนตะขอทองจะยืดออก ทำให้คนร้ายได้สร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 10 บาท ก่อนจะวิ่งขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่รถหลบหนีไป ซึ่งจังหวะนั้นตนเองพยายามวิ่งตาม แต่ก็ไม่ทัน ก่อนจะมีคนงานแถวนั้นวิ่งออกมา และช่วยโทรแจ้งเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนได้ให้ชุดสืบสวนไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด โดยพบว่าคนร้ายได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าเลียบคลองเปรม ก่อนที่จะย้อนขึ้นถนนรังสิตปทุมธานี มุ่งหน้ารังสิต ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement