Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไล่ออกแล้ว 1 ราย! “ร.ต.อ.” เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา

ไล่ออกแล้ว 1 ราย! “ร.ต.อ.” เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา

16 ม.ค. 69
13:29 น.
แชร์

รองโฆษกตร. เผยไล่ออกราชการแล้ว 1 นาย “ร.ต.อ.” เอี่ยวทุจริตปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา ขณะที่ ผบ.ตร.สั่งไล่เช็กบิลย้อนหลัง 10 ปี

 

วันที่ 16 ม.ค.2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น และ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม. 3 แถลงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ต้องกักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และชี้แจงการตรวจสอบคดีปล่อยตัวผู้ต้องกักสัญชาติจีน 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า  จากกรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับการประสานกรณีอาจมีขบวนการทุจริตปล่อยตัวผู้ต้องกักสัญชาติจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 จากการที่สถานทูตจีนได้ประสานขอให้ตรวจสอบกรณี นายอาฮ่าง (นายหม่า กวางซู่) ผู้ต้องกักสัญชาติจีน ที่พ้นจากการควบคุมของสถานกักตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังได้รับการประสาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที จากการตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง โดยพบพนักงานสอบสวน จำนวน 5 นาย มีการแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อขอตัวผู้ต้องกัก แล้วไม่แจ้งผลและส่งตัวผู้ต้องกักต่อ สตม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จึงรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับทั้ง 5 นาย โดยส่งสำนวนคดีอาญาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวน เมื่อเดือนตุลาคม 2568 

 

ส่วนการดำเนินการทางวินัย ทาง บช.น.ได้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย โดยในราย ร.ต.อ.ไชยาฯ (สงวนนามสกุล) สังกัด บช.น ได้ทำการสอบสวนทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว มีความเห็นลงโทษไล่ออกจากราชการ ส่วนรายอื่นๆ อยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวนวินัยร้ายแรง และพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยตามระเบียบ 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เร่งรัดการตรวจสอบภาพรวมทั่วประเทศ และดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาขั้นเด็ดขาด เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมีการแบ่งมอบภารกิจให้แก่ 5 ส่วนงานหลัก คือ  1.ด้านการตรวจสอบ มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตเชิงระบบ ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบความเชื่อมโยงทั้งบุคคลภายในและภายนอกองค์กร,

2.ด้านการตรวจคนเข้าเมือง มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบระบบควบคุมยอดผู้ต้องกัก โดยต้องตรวจสอบยอดผู้ต้องกักและสถานภาพผู้ที่ถูกเบิกตัวไปตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ต้องกัก,

3.ด้านการสอบสวน มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ตรวจสอบภายในอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับผู้ต้องกักที่มีการเบิกตัวมาดำเนินคดี โดยให้ปรากฏข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญากับเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดทุกราย พร้อมขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลัง,
4. ด้านกฎหมาย มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายและคดี และกองคดีอาญา ตรวจสอบการร้องเรียนการให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการปล่อยผู้ต้องกัก โดยเน้นการประสานงาน เสนอแนะความเห็น และกำหนดมาตรการเข้มงวดในการอายัดตัวผู้ต้องกัก

และ 5.ด้านการสนับสนุน หน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานกำลังพล, สำนักงานเทคโนโลยีและการสื่อสาร, กองทะเบียนประวัติอาชญากร, กองวินัย และกองการต่างประเทศ พิจารณาเสนอแนะการดำเนินการทางวินัยและปกครอง โดยดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างจริงจังและเด็ดขาด ทบทวนหนังสือเกี่ยวกับการอายัดตัวผู้ต้องกัก และหนังสือกรณีบุคคลต่างด้าวเป็นผู้เสียหายหรือเป็นผู้ต้องหา รวมถึงพิจารณาทบทวนแนวทางมาตรการการลงคดีอาญาในระบบ CRIMES และหมายจับ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวทางการจีนได้ประสานมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยเพื่อสอบถามกรณีที่รอการส่งตัวผู้ร้ายที่ถูกดำเนินคดีในไทยแล้วเสร็จกลับไปยังประเทศจีนแต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลากลับไม่มีผู้ต้องหาถูกส่งตัวกลับไปแต่อย่างใดโดยเฉพาะนาย หม่า  กวางซู่ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางการจีน ต้องการตัวแต่ไม่ได้ถูกส่งกลับจึงมีการตรวจสอบว่าตัวผู้ต้องหาอยู่ที่ไหนและอยู่ในขั้นตอนใด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงสั่งการให้ทางตำรวจนครบาลและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบจึงพบว่ามีการเบิกตัวจากพนักงานสอบสวนโรงพักท้องที่เพื่อนำไปดำเนินคดีก่อนจะหายตัวไป

จากการตรวจสอบพบว่าการกระทำของพนักงานสอบสวนตั้งแต่ปี 2564 จนถึง 2568 มีการเบิกตัวผู้ต้องกักออกไปจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 131 ราย  ส่วนพนักงานสอบสวนที่พบว่ามีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มผู้ต้องกักชาวต่างชาติมีจำนวน 5 นาย  ยศตั้งแต่  ร.ต.อ.-พ.ต.ท.สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหมด  โดย 1 ใน 5 นายพบว่ามีการเบิกตัวผู้ต้องกักกว่า 30 เคส และในจำนวนนี้ต้นสังกัดจะมีคำสั่งไล่ออกจากราชการ 1 นายในวันนี้ ส่วนอีก 4 นายถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยร้ายแรง 

สำหรับพฤติกรรมของตำรวจทั้ง 5 นายพบว่าจะมีการรับแจ้งความจากผู้เสียหายในฐานความผิดฉ้อโกงหรือร่วมกันฉ้อโกงจากนั้นพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ต้องกักชาวจีนที่อยู่ในการควบคุมของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่อยู่ระหว่างการเตรียมผลักดันกลับประเทศ  ก่อนที่จะไปเบิกตัวเพื่อนำไปดำเนินคดี  โดยทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็จะปล่อยตัวตามคำขอเบิกเนื่องจากมีหมายจับของศาลแต่ทางตม.ก็มีหนังสือกำกับท้ายว่าหากสิ้นสุดคดีแล้วต้องนำตัวกลับมาส่งมอบให้กับตม.แต่ปรากฏว่าตัวผู้ต้องกักไม่ถูกส่งตัวกลับมาแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ไตรรงค์  กล่าวต่อว่าขบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกทั้งหมดตั้งแต่ตัวผู้อ้างเป็นผู้เสียหาย,กลุ่มทนายความ,กลุ่มนายหน้าและกลุ่มตำรวจซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกทั้งเส้นทางการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้อง  โดยยอมรับว่าตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าในภาพรวมเป็นอย่างไรแต่ได้มีการดำเนินคดีไปในแต่ละแต่ละรายที่ตรวจพบก่อน  

 แต่อย่างไรก็ตาม  ผบ.ตรได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ การปล่อยตัวผู้ต้องกักจาก ตม.ทั่วประเทศย้อนหลัง 10 ปี  

พล.ต.ท.ไตรรงค์  กล่าวทิ้งท้ายว่าขบวนการเหล่านี้จะเป็นช่องโหว่หรือเป็นวิธีคิดของโจรหรือไม่ยืนยันต้องมีการตรวจสอบทุกขั้นตอนหากมีความผิดจริงก็จะถือว่าเป็นการสร้างหลักฐานเท็จให้เป็นคดีความตั้งแต่แรกเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ต้องถูกส่งตัวกลับไปประเทศต้นทางแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Advertisement

แชร์
ไล่ออกแล้ว 1 ราย! “ร.ต.อ.” เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา