
เมื่อเวลา 00.55 น. ตำรวจ สน.หัวหมาก พร้อมด้วย อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับแจ้งอุบัติเหตุบนทางด่วนศรีรัช ขั้นที่ 2 ทิศทางมุ่งหน้ามอเตอร์เวย์ ช่วงบริเวณข้ามคลองแสนแสบ ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น บริโอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฆษ 8497 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในช่องทางเลขซ้าย ด้านหลังถูกชนจนพังยับเยิน ภายในรถมีผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นหญิง 2 ราย ชาย 1 ราย มีชิ้นส่วนกระจายเต็มพื้นถนน ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างอยู่ประมาณ 15 นาทีจึงงัดร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ออกมา คนขับรถเป็นหญิงยังไม่ทราบชื่อ อายุ ประมาณ 20-30 ปี คนนั่งซ้ายทราบชื่อ นายสมศักดิ์ จามจุรี อายุ 44 ปี และผู้เสียชีวิตอีกหลายนั่งอยู่ด้านหลังทราบชื่อ น.ส อัจฉรา เข็มทอง อายุ 30 ปี ทั้ง 3 ราย ถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง

ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถเบนซ์สีขาว ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ต 5448 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ช่องทางขวาสุด ด้านหน้าพังยับเยิน โดยมีนายจินทวัส พงศ์บางลี่ อายุ 33 ปี เป็นคนขับรถ กล้องหน้ารถของพลเมืองดีจับภาพก่อนเกิดเหตุ รถเบนซ์ขับมาจากทางฉลองรัชเลี้ยวเข้าทางด่วนศรีรัช ด้วยความเร็วสูง ทิศทางมุ่งหน้าไปยัง มอเตอร์เวย์ จังหวะนี้ รถเก๋งของผู้เสียชีวิตขับอยู่ในช่องทางด้านซ้าย รถเบนซ์จึงพุ่งชนท้ายอย่างจังและลากไปไกลเกือบ 30 เมตร

เบื้องต้น ตำรวจ สน.ทางด่วน 2 ได้คุมตัว นายจินทวัส คนขับรถเบนซ์ ไปสอบสวน และ ตรวจวัดปริมาณในแอลกอฮอล์ ก่อนจะข้อหาและดำเนินคดีส่วนร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่นำส่ง สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ
ต่อมา เวลา 13.30 น. ที่ สน.ทางด่วน 2 นายจินทวัส คนขับรถเบนซ์ กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 2 นานกว่า 3 ชั่วโมง พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 2 แสนบาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมกับกล่าวว่า ตนขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแสดงความเสียใจจากใจจริงกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ตนไม่มีเจตนา พร้อมกับยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และในวันนี้ ตนจะเดินทางไปเข้าร่วมงานศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย

ด้าน พ.ต.ท.ประสิทธิ์ วิรัตยาภรณ์ รองผกก.สน.ทางด่วน 2 กล่าวว่า ตำรวจได้ดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ 1.ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถขณะมึนเมาสุรา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุไปสังสรรค์กับเพื่อนย่านรามอินทรา และตอนเกิดเหตุนายจินทวัสไม่เห็นรถคู่กรณีมาก่อน กระทั่งมีการชน ส่วนรายละเอียดอยู่ในสำนวนคดีไม่สามารถเปิดเผยได้

พ.ต.ท.ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีมีฐานะทางสังคม แล้วจะมีผู้ใหญ่กดดันเรื่องคดี นั้น ตนขอยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เบื้องต้น จากการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายพบว่ามีจำนวน 99 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่วนเรื่องการตรวจสอบรถทั้ง 2 คันนั้น อยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ส่วนเรื่องการเยียวยา ตนทราบว่าทางคู่กรณีได้มีการเจรจากัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือข้อยุติ ซึ่งอาจต้องมีการนัดพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะต้องมาทำความเข้าใจกัน

ทั้งนี้ นายจินทวัส ได้รับทราบข้อหาแล้ว และได้ขอยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วว่านายจินทวัสไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และหลังจากรับทราบข้อหาแล้วจะไปงานร่วมพิธีศพของผู้เสียชีวิต ทางพนักงานสอบสวนจึงพิจารณาให้ประกันตัว โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท
Advertisement