ทั่วโลกส่งกำลังใจ!! เกาะติดภารกิจช่วย ’13 ชีวิต’ จากถ้ำหลวง-นางนอน ติดค้างเข้าวันที่ 4

นิวยอร์ก โพสต์ เว็บไซต์ข่าวชื่อดังของสหรัฐฯ รวมถึงหนังสือพิมพ์ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ สื่อยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย เกาะติดรายงานข่าวภารกิจการค้นหา และช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน และโค้ชรวม 13 ชีวิต ภายในถ้ำหลวง-นางนอน ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายของไทย

รายงานของทั้งนิวยอร์ก โพสต์ และซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ ระบุว่า ถือเป็นปฏิบัติการกู้ภัยครั้งสำคัญ ที่ผู้คนทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตามอง และส่งแรงใจมาช่วยให้นักฟุตบอลเยาวชนของทีมหมูป่าที่มีอายุระหว่าง 11-16 ปี และโค้ชประจำทีมวัย 25 ปี ปลอดภัย และได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว หลังจากติดค้างอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้มาเป็น “วันที่ 4” แล้ว

สื่อดังของสหรัฐฯและออสเตรเลียต่างระบุว่า สภาพทางภูมิศาสตร์ของถ้ำหลวง-นางนอนที่มีความลึกกว่า 8 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในถ้ำที่ได้ชื่อว่ามีความสลับซับซ้อนมากที่สุด และจำเป็นต้องพึ่งพาทีมนักดำน้ำนับสิบชีวิตจากหน่วยนาวิกโยธินของไทย (หน่วยซีล) ในการเข้าถึงพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตั้งสายส่งไฟฟ้าระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาเรื่องแสงสว่าง ระบบไหลเวียนอากาศ และระบบการสื่อสารกับโลกภายนอก ให้กับสมาชิกหน่วยซีล ที่เข้าร่วมภารกิจค้นหาภายในถ้ำแห่งนี้

สื่อต่างประเทศทั้ง 2 สำนักยังระบุด้วยว่า ถ้ำหลวง-นางนอนแห่งนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชานแดนเมียนมาร์ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และโดยปกติแล้ว การเข้าไปท่องเที่ยวและสำรวจภายในถ้ำแห่งนี้จะทำได้ “ปีละ 8 เดือน” ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนต้นเดือนมิถุนายนเท่านั้น

ขณะที่ช่วงเวลาอีก 4 เดือนคือระหว่างปลายเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม จะถือเป็น “ช่วงเวลาต้องห้าม” เนื่องจากจะเกิดน้ำท่วมที่มีระดับความลึกมากกว่า 5 เมตรภายในถ้ำแห่งนี้ จากผลพวงของน้ำฝนปริมาณมหาศาลในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย.

ภาพจาก reuters.com

keyboard_arrow_up