พายุหิมะถล่ม ‘สหรัฐฯ’ ดับแล้วกว่า 17 ราย ไฟฟ้าดับ-เครื่องบินขึ้นบินไม่ได้

พื้นที่ตามแนวชายฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับพายุหิมะครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี โดยพายุหิมะดังกล่าวเคลื่อนที่ด้วยความเร็วลม 113 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อิทธิพลของพายุหิมะส่งผลให้มีหิมะตกลงมาอย่างหนัก และอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่องจนติดลบ โดยในบางพื้นที่มีรายงานว่าหิมะตกลงมาหนาเกือบ 50 เซ็นติเมตร


พาุดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนราว 100,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้ และในเวลานี้ได้มีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 4,000 เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกในสหรัฐฯ ส่วนสนามบินเจเอฟเคและสนามบินลากวาร์เดีย ในนครนิวยอร์กต้องปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากมีหิมะตกลงมาอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน โรงเรียนทั้งในนครนิวยอร์กและเมืองบอสตันก็ได้สั่งปิดการเรียนการสอน โดยมียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุหิมะถล่มดังกล่าว มากกว่า 17 ราย

ด้านสำนักงานอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่าพายุหิมะจะยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทั้งยังได้มีการออกประกาศเตือนพายุหิมะในรัฐนอร์ท แคโรไลนาไปจนถึงรัฐเมน และเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการขับรถบนถนน ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง โดยพายุหิมะจะเคลื่อนตัวไปทางเหนือต่อไป

สภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดในสหรัฐฯ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบคนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ต่างๆ ด้วย โดยอิกัวน่าที่รัฐฟลอริดาต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวจัด ทำให้ต้องนอนหนาวจนตัวแข็ง ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดลงเหลือเพียง 5 องศาเซลเซียส ในขณะที่แพนด้าแดงในสวนสัตว์เทรเวอร์ ในนครนิวยอร์กดูเหมือนจะชื่นชอบสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงนี้ยังคงออกมากินใบไผ่ และเดินเล่นอย่างสบายใจ

keyboard_arrow_up