แฉ! คลิปเสียงอ้างเป็น ตร.ทำคดีหวย ขู่ผู้เสียหาย ขอเจรจาลับปมที่ดิน ช็อก! สุดท้ายโดนคดียา (คลิป)

กรณี นางพรทิพย์ ญาณศิริ อายุ 58 ปี เดินทางมาร้องเรียนกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยระบุว่า ในปี พ.ศ. 2554 ตนเองมีคดีแพ่ง ซึ่งถูกเพื่อนฟ้องเรื่องที่ดิน โดยมีตำรวจท่านหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี โทรศัพท์มาข่มขู่ว่า ตนเองมีหมายจับคดียาเสพติด และนัดแนะให้ออกไปพบ ซึ่งขณะนั้น รู้สึกกลัวมากจึงไม่ยอมไปพบ หลังจากนั้นไม่นานก็โทรมาอีก จึงตัดสินใจไปร้องเรียนที่สำนักงาน ตร.ภูธรภาค 7 ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจนายนี้

นางพรทิพย์ ญาณศิริ ผู้เสียหายถูกยัดข้อหายาเสพติด

วันนี้ (6 มี.ค.61) นางพรทิพย์ ญาณศิริ ผู้เสียหายถูกยัดข้อหายาเสพติด กล่าวว่า ตำรวจนายนี้มาขอร้องตนให้ถอนคำร้อง บอกว่าช่วยเขาหน่อย เห็นแก่อนาคตของเขาบ้าง และเขากำลังจะแต่งงาน พร้อมกับข่มขู่ทำนองว่า ตนอยู่ จ.กาญจนบุรี คนเดียว ถ้าไม่ถอนคำร้องจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ตนจึงยอมถอนคำร้องเพราะกลัว และคิดว่าเรื่องคงจะจบ

แต่ต่อมาปรากฏว่า มีคดีลักทรัพย์โผล่มาอีก จากคู่กรณีเดิม ซึ่งตนก็ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม สุดท้ายตนไปร้องขอความเป็นธรรมที่ทำเนียบรัฐบาล แล้วเรื่องถูกส่งไปที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ตอนนั้นกระทรวงยุติธรรม พยายามรวบรวมหลักฐาน เพื่อให้ตนไปยื่นต่อศาลฎีกาใหม่ โดยกระทรวงฯ ทำหนังสือไปยัง สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อขอคัดสำนวนคดีทั้งหมด และขอให้รับรองสำนวนคดี ส่งกลับมายังกระทรวงฯ จึงได้รู้ว่า ตนมีข้อหายาเสพติดด้วย ตอนนั้น ไม่คิดว่า ตำรวจจะทำ แต่คิดว่าอาจจะมีความผิดบางอย่างเกิดขึ้น เพราะเป็นกรณีเดียวกับปี พ.ศ. 2555 ที่ ตำรวจคนนี้ โทรมาข่มขู่

เอกสารแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติด

จากนั้น ตนได้ไปขอคัดสำเนาที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร ก็ปรากฏว่า ไม่มีข้อหานี้ มีแต่คดีเช็คที่ศาล จ.ปัตตานี แต่คดีเช็คได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้นจึงสงสัยว่า เหตุใดเอกสารที่รับรองจาก สภ.เมืองกาญจนบุรี จึงระบุว่า ตนต้องคดียาเสพติด ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่ว่า มีการแก้เอกสารเกิดขึ้น

จนกระทั่งตนเห็นข่าวหวย 30 ล้าน ที่ระบุว่ามี ตำรวจท่านหนึ่ง นัดพบทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเจรจาตกลงกัน สุดท้ายทราบว่าเป็น นายตำรวจคนเดียวกัน กับที่โทรมาข่มขู่ตน จึงได้มาพบ ทนายษิทรา เพราะต้องการทวงความเป็นธรรม เนื่องจาก ข้อหายาเสพติดเป็นข้อหาหนัก ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และเพิ่งทราบความจริงตอนนี้ว่า ทำไมจึงถูกปฎิเสธ เมื่อตนไปของานทำ เพราะไม่รู้ว่า เอกสารใบนี้ถูกเผยแพร่ไปที่ไหนบ้าง จึงต้องการแก้ไขให้ตนเองโปร่งใส ได้รับความถูกต้องยุติธรรม

นางพรทิพย์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่า ควรจะตรวจสอบตำรวจนายนี้ และควรมีบทลงโทษหากเขาผิด เนื่องจากการที่ตำรวจคนดังกล่าวเคยทำกับตนมาครั้งหนึ่งแล้ว อาจจะทำกับคนอื่นได้อีก พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ต้องการเงินทอง ต้องการเพียงความเป็นธรรม

คลิปเสียงโทรศัพท์ สนทนานอกรอบ

นอกจากนี้ นางพรทิพย์ ยังได้มอบหลักฐานคลิปเสียงการสนทนากับนายตำรวจคนดังกล่าว ให้กับทีมข่าว โดยในบทสนทนาจะพบว่า นายตำรวจ คนนี้ได้มีการแจ้งว่า นางพรทิพย์ ต้องคดียาเสพติด ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และยังขอเจรจานอกรอบ แต่ นางพรทิพย์ ได้ปฏิเสธการเข้าพบ จากนั้นอีก 3 ปีต่อมา พบว่า ตัวเองถูกข้อหาเกี่ยวกับคดียาเสพติด แต่เมื่อตรวจสอบกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร กลับไม่พบข้อหาดังกล่าว จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า มีการแก้ไขเอกสารทางราชการหรือไม่

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

ด้าน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว โดย นางพรทิพย์ ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับเช็ค แล้วถูกออกหมายจับที่ จ.ปัตตานี แต่พอมีคดีลักทรัพย์ที่ จ.กาญจนบุรี ปรากฎว่า ได้มีการไปแก้ไขข้อมูลประวัติอาชญากรรม จากเรื่องเช็คเปลี่ยนเป็นเรื่องยาเสพติด แล้วเอาข้อหานี้มาแบล็คเมล์ เพื่อให้ยินยอมในคดีที่ดิน หากไม่ยอมจะถูกหมายจับในคดียาเสพติด ซึ่ง นางพรทิพย์ ไม่ยอม จึงโดนข้อหาคดียาเสพติดจริงๆ

ทั้งนี้ภายหลังได้มีการตรวจสอบพบว่า นางพรทิพย์ ไม่ได้ต้องคดียาเสพติด แต่เป็นหมายจับในคดีเช็ค และมีการตกลงยอมความเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ นางพรทิพย์ ได้รับความเสียหาย เพราะถูกนายตำรวจยศ ตำรวจท่านหนึ่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท โทรศัพท์มาข่มขู่ให้ยินยอม

โดยนางพรทิพย์ มีสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ข่มขืนใจให้กระทำการใด เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และยังมีการใช้เอกสารเป็นทะเบียนประวัติ ซีึ่งเป็นข้อมูลเท็จไปดำเนินการในชั้นศาล ซึ่งจะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และใช้เอกสารเท็จ

keyboard_arrow_up