พยานยันเห็น “ยายประดับ” ซื้อหวย สงสารถูกชิง 6 ล. ตร.รับลายนิ้วมือเยอะพิสูจน์ยาก (คลิป)

จากกรณี ยายประดับ จันทร์อ่วม อายุ 72 ปี อาชีพขายน้ำพริก ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ว่าทำลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 ธ.ค. 60 หมายเลข 451005 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัลจำนวน 6 ล้านบาท หายไป หลังจากไปช่วยงานวัดบางขวาก เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 60 ซึ่งในเวลาต่อมา น.ส.พรทิพย์ ปาลวงษ์ หรือ “เม้ง” ได้นำลอตเตอรี่ ไปขึ้นเงินที่กองสลากว่า ถูกรางวัลที่ 1 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

วันนี้ (1 มี.ค.61) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยว่า น.ส.พรทิพย์ ยังให้ข้อมูลเรื่องการซื้อหวยไม่ชัดเจน เพราะซื้อลอตเตอรี่มาจากหลายที่ และจำวันเวลาที่ซื้อไม่ได้ นับว่ามีพิรุธ จึงคาดว่าลอตเตอรี่นั้นเป็นของยายประดับ แต่เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ว่าแผงลอตเตอรี่ที่ ยายประดับ ไปซื้อ นั้นมีเลข 451005 ที่ถูกรางวัลที่ 1 อยู่ด้วยหรือไม่ ซึ่งต้องรอกระบวนการสอบสวน

สำหรับคดีนี้ ที่ไม่ได้มีการอายัดเงิน ทางด้าน ทนายรณณรงค์ เปิดเผยอีกว่า เริ่มแรกครอบครัวของยายประดับ จะให้อายัดเงิน แต่ตนได้ถามแล้วว่า แน่ใจหรือไม่ว่าหวยเป็นของตัวเอง เนื่องจากหากพิสูจน์แล้ว ปรากฎว่าไม่ใช่ แต่ไปทำการอายัดเงินของผู้อื่น อาจโดนฟ้องกลับ ทำให้ครอบครัวของ ยายประดับ ไม่ได้ทำการอายัดเงิน

ส่วนกรณีที่ น.ส.พรทิพย์ เดินทางไปต่างประเทศนั้น ตนคิดว่าคงเดินทางไปหาสามีตามปกติ ทั้งนี้การที่ น.ส.พรทิพย์ เป็นคนนำลอตเตอรี่ไปขึ้นขึ้นเงิน ถือว่าเป็นผู้ครอบครอง และเป็นเจ้าของ เป็นผู้ได้เปรียบในคดีนี้ แต่หากยายประดับ จะต่อสู้ และคิดว่าหวยเป็นของตัวเอง ก็ต้องไปแจ้งข้อหา “รับของโจร” กับ น.ส.พรทิพย์ ซึ่งตนจะเป็นผู้พาไป โดยอยากให้เจ้าหน้านำลอตเตอรี่มาตรวจหาดีเอ็นเอ อีกครั้ง เนื่องจากยังได้ข้อสรุปไม่แน่ชัด

นางประยูร แพร่งกระโทก ลูกสาวของ ยายประดับ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี พบกับ นางประยูร แพร่งกระโทก ลูกสาวของ ยายประดับ เปิดเผยว่า ยายประดับ สบายดี ไม่น่าจะเครียดอะไร และได้ไปอยู่กับหลานที่กรุงเทพ ตนคาดว่า ยายน่าจะทำใจไว้แล้วเรื่องหวยถูกนำไปขึ้นเงิน ซึ่งตนยังไม่ได้เจอยาย ส่วนเรื่องผลดีเอ็นเอ บนลอตเตอรี่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งแล้วว่า มีรอยนิ้วมือซับซ้อนไม่สามารถระบุตัวตนได้

นางเครือวัลย์ ปานสินชัย หรือ “ตูน”

ทีมข่าวเดินทางต่อมาพูดคุยกับ นางเครือวัลย์ ปานสินชัย หรือ “ตูน” ผู้ซื้อลอตเตอรี่ พร้อม ยายประดับ ได้เปิดเผยว่า ตนกับยายประดับตั้งใจไปซื้อเลข 005 แต่เนื่องจากที่แผงมีหวยเพียงใบเดียว ตนจึงตัดสินใจให้ยายประดับซื้อ ซึ่งตนก็ได้ดูแล้วว่าเป็นเลข 451005 และยายก็จ่ายเงินกับ “ลุงเปี๊ยก” พ่อค้า ในราคา 80 บาท หลังจากนั้น ตนก็ไม่ได้ตามหาเลข 005 อีก เพราะตนมีแล้ว 1 ใบ แต่เลขหน้าไม่ใช่ 451 จากนั้นมาทราบอีกทีว่า ยายทำลอตเตอรี่หายในงานศพ

ขณะเดียวกันวันที่ตนไปซื้อลอตเตอรี่พร้อมยายประดับ ได้มี “ป้าทิพย์” กับ “ป้าเนียร” ไปด้วย แต่ทั้ง 2 คน ไม่เห็นเลข ทราบเพียงแค่ซื้อเลข 005 ทั้งนี้วันที่ ยายประดับ ทำลอตเตอรี่หาย ตนก็ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้น จึงไม่ทราบว่า ทำหายไปตรงจุดไหน รู้เพียงว่า ยายประดับได้หยิบลอตเตอรี่ออกมาโชว์ให้ “ยายตุ่ม” ดู แต่ตนไม่แน่ใจว่า “ยายตุ่ม” จะเห็นเลขบนลอตเตอรี่หรือเปล่า เพราะ “ยายตุ่ม” ยืนอยู่ไกลจาก ยายประดับ พอสมควร

นางเครือวัลย์ ยังระบุว่า คนส่วนใหญ่ที่เห็น ยายประดับ หยิบลอตเตอรี่ออกมาโชว์ น่าจะไม่ได้เห็นว่า ในสลากมีเลขอะไรบ้างแบบที่ตนเห็น เพราะตนเป็นคนเดียวที่ไปซื้อด้วยกันกับยาย และจำเลขได้ทั้งหมด หลังเกิดเหตุ ตนก็ยังไม่ได้เจอ น.ส.พรทิพย์ ผู้ที่นำลอตเตอรี่ 451005 ไปขึ้นเงินรางวัล แต่ทราบมาว่า น.ส.พรทิพย์ ทำเรื่องขอวีซ่าไปอยู่กับแฟนที่ต่างประเทศ ก่อนหน้าที่จะมีเรื่องลอตเตอรี่ พอวีซ่าผ่าน น.ส.พรทิพย์ จึงไปอยู่ต่างประเทศ และไม่ได้เจอ น.ส.พรทิพย์ อีกเลย

นอกจากนี้ นางเครือวัลย์ บอกอีกว่าพ่อของ น.ส.พรทิพย์ เป็นคนมาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแทน แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าลูกสาวซื้อลอตเตอรี่ที่ไหน ซื้อกับใคร ยายประดับ จึงขอเจรจาแบ่งเงินรางวัลให้ 1 ล้านบาท แต่พ่อของ น.ส.พรทิพย์ ต่อรองขอแบ่งเงินคนละครึ่ง แต่ไม่รับปากว่า น.ส.พรทิพย์ จะตกลงหรือไม่ โดยอ้างว่าลูกไม่สบาย จึงไม่ยอมตกลงพูดอะไร

นางตูน ยังกล่าวทิ้งท้ายว่าวันเกิดเหตุ น.ส.พรทิพย์ เข้าไปช่วยล้างจานที่งานศพกับคนชื่อ “กุ้ง” ขณะเดียวกันส่วนตัว ตนไม่ได้สนิท และไม่เคยเห็นญาติคนอื่นของ น.ส.พรทิพย์ นอกจากพ่อและแม่

นักข่าวสัมภาษณ์ ญาติลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.พรทิพย์

จากนั้นทีมข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับ ญาติของ น.ส.พรทิพย์ หรือ “เม้ง” ได้บอกกับทีมข่าวว่า ตนก็ไม่ได้เจอกับ “เม้ง” หลังเกิดเรื่อง แต่คนส่วนใหญ่ในละแวกนี้เชื่อว่า หวยเป็นของ ยายประดับ เพราะเหตุการณ์ประจวบเหมาะกัน แต่ความจริงเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ รู้เพียงว่า ครอบครัวของ “เม้ง” เครียดมาก เพราะลูกมาโดนคดี โดยวันที่ “เม้ง” ถูกหวยวันแรก ทางครอบครัว และคนในละแวกนี้ก็ทราบเรื่อง ซึ่งขณะเดียวกัน ยายประดับ เองก็ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำลอตเตอรี่ใบนั้น คืนให้กับ นางเม้ง จึงนำไปขึ้นเงินรางวัลได้

นอกจากนี้ญาติยังบอกด้วยว่า “เม้ง” เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสนิทกับใคร ตนจึงไม่ทราบว่า นิสัยจริงๆ เป็นอย่างไร ส่วนพ่อแม่ก็ไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังด้วย เพราะไม่อยากให้ใครมายุ่งกับเรื่องดังกล่าว

ยายประดับ จันทร์อ่วม

ทางด้าน พ.ต.อ.นิมิตร แสงอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ให้ข้อมูลว่า เรื่องผลการตรวจดีเอ็นเอรอยนิ้วมือบนสลาก ไม่สามารถระบุได้ว่ามีรอยนิ้วมือของ ยายประดับ เนื่องจากบนสลากมีรอยนิ้วมือหลายคน ทำให้แยกบุคคลไม่ได้ ส่วนการพิสูจน์น้ำหมากของ ยายประดับ ก็ไม่พบบนสลาก แต่จากการรวบรวมพยานบุคคลและพยานแวดล้อม ทำให้เชื่อได้ว่า ลอตเตอรี่ น่าจะเป็นของยายประดับ เพราะมีบุคคลที่ไปซื้อลอตเตอรี่พร้อมกัน รวมถึงพ่อค้าขายสลาก

น.ส.พรทิพย์ ปาลวงษ์ หรือ “เม้ง”

พ.ต.อ.นิมิตร เปิดเผยอีกว่าหลังออกหมายเรียก น.ส.พรทิพย์ มาให้การ 2 ครั้ง แต่ น.ส.พรทิพย์ ไม่มา จึงดำเนินการออกหมายจับ อีกทั้ง น.ส.พรทิพย์ มีพฤติการณ์น่าสงสัย ทั้งลบข้อความสนทนาทางไลน์ และเฟซบุ๊ก ของตัวเองออก พร้อมกับหนีหายไปทันที จึงออกหมายจับในคดีลักทรัพย์ ลักของโจร ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามชุก จะประชุมพร้อมกันอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 5 มี.ค. 61 เพื่อสรุปคดี

 

 

 

 

keyboard_arrow_up