“ครูปรีชา” ขอโทษ ตร.ทุกคนที่ทำคดี เผยเจอ “ผู้การ” 2 ครั้ง ตอนเล่าเหตุการณ์ กับนำเอกสารไปมอบให้

จากกรณี คำสั่งย้าย พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี (ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี) ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม

คำสั่งย้าย

วันนี้ (22 ก.พ.61) พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการ ศปก.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี จะเข้ารายงานตัวภายใน 1-2 วันนี้

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ

โดยสาเหตุที่ต้องมีคำสั่งย้าย เนื่องจากคดีมีมูลที่เชื่อได้ว่า พล.ต.ต.สุทธิ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนวนคดี และเพื่อให้การสอบสวนเป็นธรรม จึงต้องให้ออกจากพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ยุ่งเหยิงกับพยานบุคคลหรือหลักฐาน

พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี

ขณะที่ ตำรวจอีก 4 นาย ที่ถูกเชิญมาสอบปากคำกับ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม อยู่ระหว่งรอผลสอบจากคณะทำงานที่จะสรุปคดีว่า ใครมีความผิดอย่างไร เป็นความผิดทางวินัย หรืออาญา ซึ่งหากพบว่า มีความผิดก็จะถูกส่งเรื่องไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ดำเนินคดี ส่วนเรื่องการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งบุคคลธรรมดาและนายตำรวจ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ เนื่องจาก กองบัญชาการสอบสวนกลาง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษฯ

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีได้สอบถามไปยัง นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี  ถึงคำสั่งย้ายฯ ดังกล่าว ได้รับคำตอบจาก ครูปรีชา ว่า ไม่เคยรู้จัก พล.ต.ต.สุทธิ เป็นการส่วนตัว พร้อมขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีทุกคน ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน เป็นเพราะความประมาทของตัวเองที่ทำลอตเตอรี่หาย

โดย ครูปรีชา กล่าวว่า เคยพบกับ พล.ต.ต.สุทธิ ประมาณ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือวันที่ร้อยเวรนำตนไปพบ เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ส่วนครั้งที่ 2 คือ ตอนที่ตนนำเอกสารหลักฐานต่างๆ ไปมอบให้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทบกับรูปคดี เพราะข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ ที่ตนมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไป คือ ความจริง

ในส่วนของพยานที่ชื่อ กุ้ง หรือ ครูแดง นั้น ครูปรีชา กล่าวว่า ไม่รู้จัก อาจจะเป็นลูกค้าลอตเตอรี่ที่คุ้นเคยกัน แต่ไม่รู้จักชื่อ โดยพยานฝั่งตนที่ตนรู้จักแน่ๆ คือ กลุ่มแม่ค้าลอตเตอรี่ “เจ๊บ้าบิ่น” “เจ๊พัช” และ “เจ๊เกียว” ส่วนเรื่องของคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมาตามสื่อต่างๆ นั้นตนเชื่อว่า เป็นคลิปเสียงที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ จึงไม่ได้หนักใจอะไร แต่หากมีการตรวจสอบแล้วและยืนยันว่า เป็นเสียงของตนตน ก็มองว่าไม่มีอะไรเสียหาย

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าพูดความจริง ตนเป็นครู เป็นแม่พิมพ์ของชาติ ไม่มีทางที่จะสร้างเรื่องโกหกแน่นอน ขณะนี้ ตำรวจกองปราบฯ ยังไม่มีการประสานให้ตนเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบปากคำใดๆ แต่หากมีการเรียกมาตนก็พร้อมที่จะเข้าไป เพื่อยืนยันอีกครั้งว่า พวกตนและแม่ค้าลอตเตอรี่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้เป็นขบวนการ อย่างที่มีคนพยายามใช้สื่อเป็นเครื่องมือ และหาก ตำรวจกองปราบสรุปคดีออกมาว่า ลอตเตอรี่เป็นของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล และจะออกหมายจับตนนั้น ครูปรีชา กล่าวว่า อาจเป็นเพราะหลักฐานของ ร.ต.ท.จรูญ มีน้ำหนักมากกว่า ซึ่งตนจะต้องไปสู้คดีต่อในชั้นศาลต่อไป

keyboard_arrow_up