สุดสะเทือนใจ หนูน้อย 9 ขวบ จับมือยื้อชีวิตพ่อหวังรอแม่ดูใจ นาทีสุดท้ายยังเข้มแข็ง (คลิป)

จากกรณีของ “เล็ก ฝันเด่น จรรยาธนากร” โพสต์ภาพเด็กกำลังจับมือชายผู้หนึ่งที่กำลังนอนรับการช่วยชีวิตจากเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า “ภาพแห่งแรงบันดาลใจ เราจะพัฒนา ฝึกฝน เรียนรู้ และจะทำให้ดีที่สุดเพราะทุกลมหายใจมีค่าเสมอ”

ภาพที่ “คุณเล็ก” ฝันเด่น จรรยาธนากร โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

วันนี้ (12 พ.ค.) ทีมข่าวเดินทางมาที่วัดสายไหม ซึ่งเป็นสถานที่สวดพระอภิธรรมของ นายธวัชชัย ไชยปัญญา ชายผู้เสียชีวิตในภาพดังกล่าว ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาญาติพี่น้องที่มาร่วมงานโดย นางสาวพรปวีณ์ ไชยปัญญา พี่สาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นบิดาของ น้องเพชร อายุ 9 ขวบ เด็กชายในภาพ ซึ่งผู้ตายป่วยด้วยโรคตับแข็ง ตอนแรกก็ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พอผ่านไปสักระยะก็ออกมาพักอยู่ที่บ้าน ซึ่งมีอาการเหนื่อย รับประทานอาหารไม่ได้ จนกระทั่งช่วงเดือนพฤษภาคม เวลาหายใจจะเหนื่อยจึงเริ่มใช้เครื่องออกซิเจน เพื่อช่วยในการหายใจ

นางสาวพรปวีณ์ ไชยปัญญา พี่สาวผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์

โดยก่อนจะเสียชีวิต ผู้ตายบอกเหนื่อยมาก ไม่ไหวและตาพร่ามัว พอให้ทานข้าวก็ทานได้เล็กน้อย จนกระทั่งหายใจเหนื่อยและติดขัด ต้องอ้าปากเพื่อหายใจ จนช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. จึงเรียกให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพฉุกเฉิน 1669 มาช่วย และตรวจเช็คน้ำตาลในเลือด แต่พบว่าน้ำตาลต่ำ หัวใจเต้นอ่อนแรง

ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ น้องเพชร ก็อยู่กับพ่อตลอดเวลา มีอาการเศร้าและนิ่งตามภาพ ซึ่งน้องก็ทราบว่าพ่อป่วย แต่คงไม่คิดว่าพ่ออาการหนัก ในระหว่างนั้นคุณแม่ได้โทรศัพท์มาแล้วบอกว่าให้อยู่กับพ่อและจับมือคุณพ่อไว้ตลอดเวลา ให้คุณพ่อรอแม่ก่อน เดี๋ยวแม่กำลังเดินทางไป ซึ่งในวันนั้นฝนตกรถก็ติด คุณแม่ก็รีบนั่งรถจักรยานยนต์มา แต่ไม่ทันเพราะหัวใจหยุดเต้นก่อน แม้ว่าทางญาติจะขอปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ และได้เสียชีวิตลงในเวลา 19.01 น. ตอนนั้น น้องเพชร ก็ยังอยู่ในอาการเสียใจ และนิ่งไปเลย ตนไม่ทราบว่าน้องคิดอะไรเพราะดูนิ่งมาก แล้วก็โผกอดตน

นางสาวปิยนุช สุวรรณลักษณ์ ภรรยาของผู้ตาย ให้สัมภาษณ์

ด้าน นางสาวปิยนุช สุวรรณลักษณ์ หรือคุณนุช ภรรยาของผู้ตาย เล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวของสามีว่า อาการของสามีค่อนข้างสาหัสเพราะมือไม้อ่อนแรง ตนจึงให้เรียกคนช่วยพาไปโรงพยาบาล แต่สามีอยู่ข้างบนจึงไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จึงโทรศัพท์เรียกหน่วยกู้ขีพ 1669 มาช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งบอกอาการว่า อินซูลินต่ำ และช่วยปั๊มหัวใจเป็นระยะ

ตนก็กลัวว่าสามีจะทนไม่ไหว และอยากจะไปให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด แต่ตอนนั้นฝนตกและรถติดมาก แม้ว่าใจตนจะไปถึงบ้านแต่ตัวก็ยังไปไม่ถึง จึงโทรศัพท์บอกน้องเพชรว่าให้บอกพ่อว่าทนก่อนนะ ตนกำลังเดินทางไป แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่แจ้งว่ายื้อได้เพียงครึ่งชั่วโมง ไม่สามารถยื้อต่อได้แล้ว

ญาติได้นำศพ นายธวัชชัย ไชยปัญญา ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดสายไหม

ขณะนั้นตนได้บอกลูกว่า น้องเพชร อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับคุณพ่อ แม่กำลังมา พร้อมกับบอกให้น้องเพชรจับมือคุณพ่อไว้ ตอนนั้น พ่อเองคงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้แจ้งว่า กราฟหัวใจเต้นขึ้นมาสูงขึ้น ซึ่งตนคิดว่าเขารับรู้ได้ว่าลูกอยู่ตรงนั้น เพราะสามีมีน้ำตาซึมออกมา สุดท้ายยื้อต่อไปไม่ไหว เนื่องจากหากยื้อนานกว่านี้จะเจ็บปวดมาก ตนจึงตัดสินใจปล่อยเขาไป

นางสาวปิยนุช ภรรยาผู้เสียชีวิต พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

คุณนุช เล่าต่อว่า ตอนที่น้องนั่งก้มหน้าจากในภาพ น้องคงรับรู้ได้ว่าคุณพ่อได้จากไปแล้ว ซึ่งเขารับรู้ทุกกระบวนการช่วยชีวิต แม้อายุเท่านี้น้องก็เข้มแข็งมาก ช่วงที่พ่อป่วยแล้วทุกคนต้องไปโรงพยาบาล ตนก็สอนลูกว่าให้ดูแลบ้านเอง เพราะตอนนี้น้องเพชรเป็นผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งน้องก็บอกว่าได้ครับ ตนอยากให้ลูกเป็นคนดี จึงคอยสอนน้องทุกเรื่อง

ตอนนี้สภาพจิตใจของน้องไม่ได้เสียใจมากมายนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะน้องทำใจไว้แล้วตั้งแต่ที่ตนบอกว่าคุณพ่ออาจจะอยู่กับเราได้ไม่นาน ซึ่งตอนน้องได้สัมผัสศพของคุณพ่อ น้องก็คอยถามว่าทำไมมือคุณพ่อแข็งจัง และในตอนเช้าน้องก็จะคอยดูแลพ่อทุกขณะจิต ซึ่งน้องก็จะถามว่าคุณพ่อไม่อยู่กับเราแล้วใช่ไหม ตนก็บอกน้องได้แค่ว่าน้องต้องเข้มแข็ง เพราะน้องเพชรเป็นผู้ชาย เราต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน แม่กับลูกเพชรก็จะอยู่ดูแลทุกคน

นายธวัชชัย ไชยปัญญา ผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ คุณนุชยังฝากขอบคุณไปยังคุณเล็ก ฝันเด่น ที่โพสต์ข้อความเพื่อเป็นกำลังใจและเรื่องราวนี้ออกไป ตนก็ติดตามเรื่องที่เขาช่วยเหลือคนมานาน แม้จะไม่มีโอกาสได้เจอด้วยตนเอง แต่ก็ขอบคุณคุณเล็กและทีมงานทุกๆคน

นอกจากนี้คุณนุชยังบอกกับทีมข่าวด้วยว่ารูปที่ตั้งหน้าศพนั้น เป็นรูปที่น้องเพชรเลือกเองกับมือ เพราะคุณพ่อชอบพาครอบครัวไปตั้งแคมป์ในป่า รวมถึงวางแผนที่จะไปเที่ยวภูกระดึงด้วยกัน แต่ยังไม่ทันได้ไป คุณพ่อก็จากไปเสียก่อน

keyboard_arrow_up