ภัยร้ายใกล้ตัว! เตือน ปชช.ผิงไฟคลายหนาว-หมอกควัน ระวังโรคระบบทางเดินหายใจ

กรมอนามัย เตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขรับผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะหมอกควันในระยะวิกฤต อธิบดีกรมอนามัยเตือน ปชช.ที่สูงระวังโรคระบบทางเดินหายใจจากการผิงไฟคลายหนาว

วันที่ 7 ก.พ.61 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมการด้านสาธารณสุขรองรับผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน” เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ที่จะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน โดยพบว่าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน มีฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือ PM 10 เกินมาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยสาเหตุหลักเกิดจากไฟป่า การเผาพื้นที่เกษตร และการเผาวัชพืชริมทาง ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เถ้าและเขม่าควัน สู่บรรยากาศ จากรายงานเฝ้าระวังโรคของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ที่เฝ้าระวังโรคใน 4 กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบทั้งหมด และกลุ่มโรคตาอักเสบทั้งหมดพบว่า ปี 2560 มีอัตราผู้ป่วยสูงขึ้นกว่าทุกปี ในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิดที่อัตราป่วย 10,348.02 ต่อประชากรแสนคน อัตราป่วยของกลุ่มโรคตาอักเสบทั้งหมด 790.79 ต่อประชากรแสนคน และกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจทั้งหมดมีอัตราป่วย 6,004.42 ต่อประชากรแสนคน

นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย ได้ฝากถึงประชาชนต่อภาวะหมอกควันซึ่งจะเกิดขึ้นในห้วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะมีค่าฝุ่นละอองในอากาศที่สูงกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งต้องทำการพิงไฟในที่พักอาศัย เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ซึ่งพบว่าปกติจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เช่นถุงลมโป่งพอง หอบหืดอยู่แล้ว ประกอบกับในช่วงที่มีปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ ก็จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย ดังนั้นประชาชนจึงต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรงและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองในอากาศเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ

keyboard_arrow_up