ลุงเด็กหญิง 14 ปี โวย! หลานถูก 3 โจ๋รุมโทรมมาราธอน ตร.ไล่ให้จับคนก่อเหตุเอง

ลุงของเด็กหญิงวัย 14 ปี ในพื้นที่จังหวัดเลย ข้องใจหลานสาวถูกรุ่นพี่รุมข่มขืนตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเข้าแจ้งความตำรวจแล้วแต่คดีไม่คืบ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ชาวบ้านจังหวัดเลยคนหนึ่งได้มาร้องเรียนว่า หลานสาว อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.2 ถูกวัยวัยรุ่นอายุ 17-18 ปี จำนวน 3 คน หลอกให้กินเบียร์แล้วหมดสติ พอได้สติขึ้นมาพบว่าถูกวัยรุ่นชาย 3 คน เวียนเทียนข่มขืนตั้งแต่คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ซึ่งหลังเกิดเหตุญาติได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เชียงกลม จ..เลย แต่คดีไม่คืบ โดยทางญาติกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม

ลุงผู้เสียหาย

คุณลุง เล่าว่า หลานสาวเป็นลูกกำพร้าตั้งแต่เด็ก แม่ได้ตายจากไปกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนพ่อก็ไปมีภรรยาใหม่ ทิ้งหลานให้อยู่กับตาและยาย อายุ 77 ปี ที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ได้ขออนุญาตตายายไปฉลองปีใหม่กับเพื่อนในหมู่บ้าน ออกบ้านไปตั้งแต่ 6 โมงเย็น เช้าอีกวันหลานได้ร้องไห้มาหาตน พร้อมเล่าว่าถูกชายรุ่นพี่ อายุ 17 -18 ปี ข่มขืน ซึ่งก่อนเกิดเหตุหลานสาวได้รู้จักกับชายกลุ่มนี้มานานประมาณ 1 เดือน ในคืนเกิดเหตุได้มีการนัดกันที่บ้านเพื่อนที่เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกันร่วมงาน มี 11 คน

เด็กหญิง 14 ปีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ขณะที่ตกดึกชายรุ่นพี่ 3 คนได้เข้ามาที่งานเลี้ยง และให้เบียร์ 1 แก้ว บอกว่าฉลองปีใหม่ จากนั้นหลานสาวบอกว่าเมามากและไม่ได้สติอะไรเลย ซึ่งคาดว่าจะโดนวางยาจนถึงประมาณ ตี 2 จำได้ว่าถูกชายทั้ง 3 คนรุมข่มขืน ทั้งๆที่ขอร้องทั้งกราบไหว้ ก็ไม่ยอมฟัง และถูกข่มขืนจนถึงเช้า

เด็กหญิง 14 ปีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

พอตนทราบเรื่องจึงได้เข้าแจ้งกับตำรวจ สภ.เชียงกลม แต่กลับถูกไล่ให้พาหลานสาวไปตรวจภายในที่โรงพยาบาลปากชมเสียก่อน จนมีผลออกมาเบื้องตนว่าอวัยวะเพศฉีกขาด ตนก็เอาผลไปแจ้งความอีก แต่ตำรวจกลับให้ไปตามจับกลุ่มวัยรุ่นที่ข่มขืนมา ซึ่งตนตามจับตัวได้ 2 คน แต่ทั้ง 2 คนได้ปฏิเสธ ขณะที่ตำรวจบอกว่าหลานเราก็ผิดที่ไปหาเขาเอง และเรื่องการตรวจภายในต้องรอผลอสุจิ ใช้เวลานาน 3-4 เดือน ให้ญาติรอผลออกมาก่อนค่อยจะดำเนินคดีให้ และให้กลับไปรอที่บ้านก่อน แล้วก็ปล่อยผู้ต้องสงสัยกลับไป แม้หลานได้ชี้ตัวว่าใน 2 คนเป็นคนที่ข่มขืนในคืนนั้น

คุณลุงยังบอกอีกว่า การกระทำของตำรวจทำให้ตนไม่พอใจอย่างมาก เกรงว่าหลานจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่บ้านก็มีฐานะยากจน และเท่าที่รู้หนึ่งในผู้ต้องสงสัยได้หนีข้ามไปอยู่ที่ประเทศ สปป.ลาว แล้ว หลังเรื่องเกิดตั้งแต่คืนที่ 31 ธันวาคม 2560 แต่มาถึงวันที่ 9 มกราคม 2561 คดียังไม่คืบหน้า มิหนำซ้ำคนในครอบครัวยังถูกกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุข่มขู่ว่า ถ้าใครคิดเป็นพยานในเรื่องนี้จะฆ่าให้ตายหมด และหลานของตนมีอาการเครียดมาก จนเอามีดมากรีดแขนตัวเองจนไปเป็นแผล ทุกวันต้องมีคนเฝ้าดูตลอดเวลา กลัวหลานสาวจะคิดสั้น

ทางด้าน พ.ต.อ.ภุชงค์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ.เชียงกลม จ.เลย เผยว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาแจ้งความ ทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน และให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลปากชม ก่อนจะเดินทางไปตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลเลย ตอนนี้อยู่ในช่วงรอผลพิสูจน์ สำหรับการสอบปากคำตอนนี้ได้สอบไปหลายปากแล้ว และผู้ต้องสงสัย 2 คนนั้นเข้ามามอบตัว แต่ให้ประกันตัวออกไป เนื่องจากยังเป็นเยาวชน อายุ 17-19 ปี แต่ก็ต้องอยู่ในการควบคุมของศาล และยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างรัดกุมและให้ควมเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

keyboard_arrow_up