ไม่ดูแลลูกน้อง!? สามี จนท.อนามัยพ้อหลังแฟนสาวถูกชายบุกลวนลาม หัวหน้าเล่นงานปล่อยเป็นข่าวได้ไง

เปิดใจ! สามีเจ้าหน้าที่อนามัยที่ถูกชายเมาสุราบุกพยายามจะลวนลามในอนามัยแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี แต่โชคดีที่ล็อคประตูห้องทำงานทันเวลา ก่อนหนีออกมาได้ โดยบอกว่าภรรยายังขวัญเสีย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้

วันที่ 8 ม.ค.61 คุณธนัชภัค เมืองชู ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีเดินทางไปที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่หญิงรายนี้ ทราบชื่อเล่น คือคุณนก แต่ทันทีที่ไปถึงมีเจ้าหน้าที่อีกคนซึ่งคาดว่าเป็นหัวหน้าเข้ามา แจ้งว่าหากไม่มีหนังสือขออนุญาตจากต้นสังกัดไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ พร้อมกับโทรศัพท์ไปแจ้งผู้ใหญ่ท่านนึงว่าทีมข่าวเดินทางมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะบอกว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมรายละเอียด และจะติดต่อนักข่าวกลับไปอีกครั้ง

ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณนกเพียงสั้นๆ เธอบอกว่ายังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ ส่วนผู้ชายเมาสุราที่บุกเข้ามาในวันนั้นขณะนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศรีธัญญาแล้ว เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆ กับผู้ชายคนนี้

ขณะที่เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ลือกันแซ่ด เกิดเหตุการณ์ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง จะบุกข่มขืนเจ้าหน้าที่อนามัยกลางวันแสกๆ เกิดขึ้นถี่ยิบ แต่ผู้บริหารมีคำสั่ง ห้ามแชร์ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพูดคุยกับคุณวรวุฒิ จุ้ยนิ่ม สามีของคุณนก ว่าคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้

คุณวรวุฒิ จุ้ยนิ่ม สามีผู้เสียหาย

ด้าน คุณวรวุฒิ เผยว่า วันเกิดเหตุตนอาบน้ำอยู่ในบ้านพัก เห็นภรรยาโทรเข้ามา 2 สายแต่ไม่ได้รับ จึงโทรกลับไปทราบว่าภรรยาเกิดเรื่อง เมื่อไปถึงสถานีอนามัยก็พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงแล้ว ซึ่งขณะนั้นชายคนดังกล่าวพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับไว้ได้ เมื่อมาเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดก็เห็นชัดเจนว่ามีพิรุธ คือ เปิดประตูกระจกหันซ้าย หันขวาก่อนจะปิดประตู และเดินตรงไปทางขวาที่ห้องพักของเจ้าหน้าที่ ซึ่งปกติถ้าคนไข้มาที่อนามัยตรงเลี้ยวซ้ายเพื่อรอตรวจเท่านั้น

คุณวรวุฒิ จุ้ยนิ่ม สามีผู้เสียหาย

คุณวรวุฒิ กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าความปลอดภัยและชีวิตของคนในครอบครัวที่ทำงานให้กับทางกระทรวงหรือเพื่อประชาชน ที่ไม่ได้รับความปลอดภัย และผิดหวังมากแทนที่ต้นสังกัดจะช่วยเหลือ แก้ไข หรือหามาตรการดูแลเจ้าหน้าที่ให้ดีกว่านี้ กลับกลายเป็นว่าไม่มีการดูแล สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งภรรยาของตนเองยังถูกผู้ใหญ่ในสายงานกดดันว่าทำไมต้องทำให้เป็นข่าว และตำหนิว่าทำงานเชิงรุกได้ไม่ดีหรือเปล่า ถึงไม่รู้ว่ามีคนเมาสุราเรื้อรังในพื้นที่ ทั้งที่ชายคนนั้นเป็นคนจังหวัดอื่น และไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่สถานีอนามัยนี้รับผิดชอบ ส่วนที่มีบางท่านระบุว่าให้เห็นใจชายคนดังกล่าวด้วย เพราะเขาอาจจะป่วยทางจิต ตนอยากให้มองว่าเป็นคนละประเด็นกัน กับเรื่องความปลอดภัยของบุคลากร

ตนอยากจะเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ระมัดระวัง หากต้องมาปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ต้องมาทำงานคนเดียว มันสามารถเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ตลอด มันเสี่ยงจริงๆ ตนจึงได้ตัดพ้อไปในเฟซบุ๊กว่าสรุปแล้วความปลอดภัย ในการทำงานมันอยู่ตรงไหน” ซึ่งตอนนี้ตนก็ยังคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบ รวมถึงหวังว่าผู้ใหญ่ในกระทรวงฯ น่าจะออกมาให้ความชัดเจนอะไรบ้าง

ส่วนสภาพจิตใจของภรรยาขณะนี้แย่ลงกว่าเดิมมาก จากเสียความรู้สึก แล้วก็เสียขวัญจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็มาเสียขวัญและเสียกำลังใจจากผู้บังคับบัญชาอีก และล่าสุดได้โทรศัพท์มาหาตนพร้อมร้องไห้ไม่หยุด

keyboard_arrow_up