เสี่ยเครียดยิงกลางกรุง ญาติเผยธุรกิจเจ๊ง ไล่ลูกน้องออก ก่อนคลั่ง ยิงปืนขึ้นฟ้า ให้เมียมากล่อม (คลิป)

จากกรณี ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ประมาณตี 3 เกิดเหตุระทึกกลางเมือง ชาวบ้านย่านจุฬาฯ ซอย 10 ถนนบรรทัดทอง ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นกว่า 40 นัด วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น สน.ปทุมวัน จึงจัดกำลังเข้าปิดล้อมอาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายชุดและอุปกรณ์กีฬา มีนายเอกชัย จารึกศิลป์ หรือ เสี่ยยอด อายุ 44 ปี เป็นเจ้าของร้าน และเป็นคนก่อเหตุอยู่ด้านใน มีปืนติดตัว 2 กระบอก ตำรวจจึงประสานขอกำลังเสริมจากหน่วยอรินทราช 26 พร้อมกับติดต่อพี่ชายของนายเอกชัย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เข้ามาเกลี้ยกล่อม

นายเอกชัย หรือ เสี่ยยอด ผู้ก่อเหตุ
อาวุธปืนที่ยึดได้

เจ้าหน้าที่เข้าเกลี่ยกล่อมโดยใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จึงทำให้นายเอกชัย ยอมลงมาจากชั้นบนอาคารที่พักชั้นบน เปิดประตูให้ตำรวจเข้าไป ลักษณะเพิ่งจะตื่นนอน และถูกควบคุมตัวออกไปสอบปากคำที่ สน.ปทุมวัน อย่างสงบ โดยไม่มีการใส่กุญแจมือ ขณะที่ก่อเหตุอยู่ในอาการอ่อนเพลีย และไม่มีท่าทีขัดขืน พร้อมยึด Colt ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และ Glock36 ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว ส่วนรายละเอียดอาวุธปืนที่ใช้ และอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จากการสอบปากคำนายเอกชัย จารึกศิลป์ 44 ปี เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ามีความเครียดปัญหาส่วนตัวเท่านั้น

คำสารภาพเสี่ยยอด

มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายเอกชัย เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ามีความเครียดปัญหาเรื่องธุรกิจ หนำซ้ำเมื่อวานนี้เพิ่งเสพยาไอซ์เข้าไป จึงทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ทางตำรวจจึงประสานแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ มาทำการตรวจเลือด และปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดอีกครั้ง เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พยายามฆ่า และเสพยาเสพติด และเตรียมจะเสนอขอเพิกถอนใบอนุญาตการถือครองอาวุธปืนของผู้ต้องหาทั้งหมด

เสี่ยยอด โดน 3 ข้อหา

หลานชายของเสี่ยยอด เปิดเผยว่า ตอนนี้ทางครอบครัวยังไม่ทราบถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ซึ่งปกติแล้วตัวผู้ก่อเหตุก็เป็นคนอารมณ์ดี ชอบพูดคุยแหย่เล่น ไม่ใช่คนดื่มเหล้าสุรา ยาเสพติดก็ไม่เกี่ยวข้อง แต่คงจะเครียดในเรื่องของการค้าขาย เพราะก่อนหน้านี้เคยพูดให้ฟังว่าขายของไม่ค่อยได้ ลูกค้าน้อยลง ยอดขายต่อวันไม่ถึง 1,000 บาท จากเดิมน่าจะเป็นหมื่น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องหนี้สิน รวมถึงมีปัญหาเรื่องสุขภาพไม่ดี โรครุมเร้า

หลานชายของเสี่ยยอด

ส่วนเรื่องอาวุธปืนก็ทราบมาว่าเจ้าตัวมีไว้พกติดตัวเวลาไปต่างจังหวัด ยังเคยเตือนตนเองด้วยซ้ำว่าอย่าไปยุ่งกับของพวกนี้ โดยก่อนหน้านี้ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกอะไรว่าจะตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ส่วนครอบครัวของผู้ก่อเหตุ มีภรรยาและลูก 1 คน ซึ่งทั้งคู่แยกย้ายกัน แต่ไม่ได้เลิกรากัน โดยภรรยาของผู้ก่อเหตุไปทำงานอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งลูกก็ไปอยู่กับแม่ ทำให้นายเอกชัยอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวเพียงแค่คนเดียว แต่ภรรยาและลูกก็จะกลับมาในช่วงวันหยุดยาวเป็นประจำ อย่างครั้งล่าสุดก็คือตรุษจีนที่ผ่านมา

น.ส.เนย(นามสมมุติ) ญาติเสี่ยยอด

ด้าน น.ส.เนย(นามสมมุติ) ญาติผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ แต่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัวพี่ชายเสี่ยยอดให้เข้ามาช่วยพูดเกลี้ยกล่อมน้องชาย ซึ่งพี่ชายเสี่ยยอดก็ต้องใส่เสื้อเกราะขึ้นไปคุยกับน้องชายด้านบนห้อง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์และจับกุมตัวเสี่ยยอดได้ในที่สุด

ส่วนปมปัญหาในการก่อเหตุครั้งนี้ ตนคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องปัญหาทางธุรกิจ เพราะที่ผ่านมาเสี่ยยอดเคยบ่นว่าที่ร้านไม่ค่อยมีลูกค้า ขายได้วันละไม่ถึง 1,000 บาท บางวันขายได้เพียง 200 บาทเท่านั้น โดยแต่ละเดือนจะต้องจ่ายค่าเช่าที่เดือนละ 30,000-40,000 บาท ประกอบกับเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็เพิ่งต่อสัญญาไปเป็นเงินประมาณ 300,000 บาท และเสี่ยยอดก็ต้องส่งเสียลูกชายวัย 5 ขวบ ที่อยู่ต่างจังหวัดอีก จึงอาจจะเกิดความเครียด

จำลองเหตุการณ์

ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ เสี่ยยอดปิดร้านและเก็บตัวอยู่ในบ้าน รวมถึงไล่ลูกจ้างผู้ชายที่อยู่ในร้านให้กลับบ้าน โดยอ้างว่าไม่อยากขายของแล้ว จนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา( 9 ก.พ.) ทางญาติได้ข่าวว่าเสี่ยยอดยิงปืนออกมาจากบ้านจำนวน 3 นัด จึงแจ้งให้ภรรยาของเสี่ยยอดที่อยู่ต่างจังหวัดทราบ ซึ่งภรรยาของเสี่ยยอดก็เดินทางมาที่ร้านทันที และพยายามเรียกให้เสี่ยยอดลงมาพูดคุย จนวันจันทร์ ที่ 10 ก.พ. เสี่ยยอดยอมลงมาคุยกับภรรยา และบอกว่า ไม่มีอะไรไม่ต้องเป็นห่วง จนภรรยากลับต่างจังหวัดไป หลังจากนั้นเสี่ยยอดกลับมาเปิดร้านอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (12 ก.พ.) และปิดร้านเงียบตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่สอบสวนเสี่ยยอด

ล่าสุด เวลา 20.00 น. ยังพบว่า ตำรวจยังไม่มีการคุมตัวเสี่ยยอดคุมขังที่สน. เลย หลังสอบสวนนานหลายชั่วโมง เนื่องจากต้องบันทึกสำนวนและสอบสวนอย่างละเอียด ทั้งนี้ ทีมข่าวสังเกตว่า พี่ชายของเสี่ยยอดที่เป็นคนเกลี้ยกล่อมให้อารมณ์เย็นลง โดยพี่ชายไม่ขอให้รายละเอียดสัมภาษณ์ใดใด กับทีมข่าว พูดสั้น ๆ ว่า มา ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ด้านเพื่อนของ เฮีย ยอด ที่มาให้กำลังใจเฮียยอด ยืนยัน กับทีมข่าว ว่า เสี่ยยอดเครียดเพราะ ปัญหาเศรษฐกิจซบเซา โดยเพื่อนเสี่ยยอด ยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า ภรรยาเสี่ยยอด ทราบข่าวแล้ว กำลังเดินทางมาจากต่างจังหวัด

เบื้องต้นตำรวจไม่อนญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากการสอบปากคำยังไม่เสร็จสิ้น และจะคุมตัวเข้าขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังในวันพรุ่งนี้ ซึ่งผู้ก่อเหตุสามารถยื่นประกันในชั้นศาลได้ ตามสิทธิทางกฎหมาย แต่เบื้องต้น ในชั้นสอบสวนตำรวจคัดค้านการประกันตัว

keyboard_arrow_up