แฉคลิป! เต็นท์รถมือสองฉาว ขู่ยิงทิ้งสาวโวยคืนค่ามัดจำ – เหยื่อโผล่อื้อ ไม่เว้นแม้ พล.อ. (คลิป)

กำลังเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์หลังจากที่มีผู้ออกมาร้องเรียนเต็นท์รถมือสอง ย่านถนนกาญจนาภิเษก โดยผู้เสียหายได้ถ่ายคลิปขณะที่กำลังทะเลาะกับเจ้าของเต็นท์รถ ซึ่งเธอบอกว่า “ถูกโกง” เนื่องจากสั่งจองรถอีกคัน แต่กลับได้รถมาอีกคัน คล้ายกับสลับรถ ภายหลังที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ก็มีผู้เสียหายอีกหลายรายได้ออกมาแสดงตัวว่าถูกหลอกเช่นเดียวกับเจ้าของคลิป

แต่ที่จริงแล้วประเด็นเต็นท์รถคันดังกล่าว คุณหยก ผู้เสียหายจากเต็นท์รถ ดังกล่าว ได้ให้ข้อมูลว่า ตนเองก็เคยเจอเหตุการณ์ในทำนองนี้ คือ ตนได้ทำการจองรถยนต์ด้วยเงินสด จำนวน 1 หมื่นบาท แต่ถูกยัดเยียดรถอื่นคันให้ โดยทางเต็นท์บอกสาเหตุว่า ยอดจัดกับทางไฟแนนซ์ได้ไม่ถึงตามจำนวนที่ขอกู้ ในแบบที่คุยกันไว้ตอนแรก จึงต้องเปลี่ยนคัน  แต่ทางตนเองไม่ยอม จึงอยากขอเงินจองจำนวน 1 หมื่นบาทคืน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ จึงมาตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ในปี 2556 เพื่อหาผู้ที่ถูกกระทำแบบเดียวกับตนเอง และขอให้ติดต่อกลับมา แล้วตนจะไปจัดการกับเต็นท์นั้นเอง

ล่าสุด (18 ส.ค.) นางกรรณิกา ไชยปทุม เจ้าของคลิป ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านรายการต่างคน ต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น.ว่า ตนได้เดินทางไปดูรถที่เต็นท์แห่งหนึ่งย่านถนนกาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2560 ซึ่งตนก็อยากได้รถยี่ห้อรถเชฟโรเลต เครื่องยนต์เบนซิล งบไม่เกิน 6 แสนบาท เมื่อไปที่เต็นท์ก็ตกลงจะซื้อรถสีขาวในราคา 5 แสน 9 หมื่นบาท พร้อมวางเงินมัดจำ 2 พันบาท แต่วันรับรถกับได้รถอีกคัน ที่ไม่ตรงกับที่ตกลงกันไว้ ถึงแม้รถจะสีขาวเหมือนกัน แต่ทะเบียนไม่ใช่คันเดียวกับที่ตนถ่ายรูป จึงมีปากเสียง และทางผู้หญิงที่สวมชุดลายดอกที่ปรากฏในคลิป ก็ได้ทำการแย่งใบสัญญาจากมือไปฉีกทิ้ง

ส่วนสัญญาการจอง ตามปกติจะมีการเขียนรายละเอียด ยี่ห้อ รุ่น และสี แต่ตนไม่สามารถยืนยันได้ เพราะด้วยความไว้ใจจึงไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียด และได้ทำการวางเงินจองไปทันที เอกสารที่ทางเต็นท์รถเขียนให้ก่อนหน้าที่ ทางเจ้าของก็ดึงกระดาษไปแล้วฉีกต่อหน้าตำรวจ ตนจึงตะโกนพูดว่า “โกง โกง” แล้วไปแจ้งความที่สน.หลักสอง

ขณะที่ คุณโบ้ และนางแพรไหม พรหมพิราบ ผู้เสียหายของเต็นท์รถ บอกว่า เมื่อช่วงปลายปี 2559 ตนตั้งใจหาซื้อรถให้กับพ่อ เมื่อเดินทางไปเจ้าของร้านพยายามโน้มน้าวให้ตนตัดสินใจจองรถเลย แต่ตนคิดว่าต้องเลือกให้ดีก่อน จึงบอกว่าขอดูก่อนพร้อมกับออกไป แต่ทางเต็นท์รถก็โทรมาจิก และบอกให้รีบตัดสินใจไม่เช่นนั้นคนอื่นจะมาเอาไป จากนั้นตนก็กลับเข้ามาที่เต็นท์ และพยายามให้ตนมัดจำให้ได้ จึงตกลงมัดจำรถในราคา 5 พันบาท โดยทางร้านก็ทำสัญญาให้ไม่ละเอียด พร้อมไม่ระบุยี่ห้อรถ ตนจึงทักท้วง แต่ได้รับคำตอบว่า จองไปก่อนเถอะ ตอนนั้นก็เริ่มไม่สบายใจ แต่ก็จองไป พอวันรุ่งขึ้นตนก็ได้มาขอดูรายละเอียดใบจองรถอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ร้านดูยุ่งกัน ขณะนั้นก็คิดว่าได้เงินลูกค้าแล้วจะทำเช่นนี้หรือ ตนจึงยกเลิกการจอง แต่เต็นท์ก็ไม่ดำเนินเรื่องให้ แม้เราจะพูดอะไรเขาก็จะเถียง สุดท้ายก็ไม่ได้เงินมัดจำคืน เมื่อกลับบ้านจึงไปเจอกระทู้ของคุณหยก และพบว่ามีผู้เสียหายที่เจอหลอก ตนจึงมองว่าการหากินแบบนี้มันง่ายไป แต่รวมๆกันก็มียอดความเสียหายเป็นจำนวนมาก

คุณเบ ผู้เสียหาย ยอมรับว่า เรื่องราวของตนเกิดเมื่อเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งพ่อตนจะซื้อรถให้เนื่องในวันเกิด จึงเข้าไปดูเว็บไซต์หนึ่งเพื่อที่จะเลือกรถตามที่ต้องการ ตอนนั้นอยากได้รถเชฟโรเลต และคิดจะซื้อด้วยเงินสด ทางเจ้าของเต็นท์รถก็ได้เรียกตนเข้าไปคุยในห้อง และตนก็ไว้ใจ จึงตกลงซื้อรถด้วยเงินสดในราคา 6 แสน 5 พันบาท โดยได้วางมัดจำไว้ 5 พันบาท ต่อมาผมจ่ายเงิน 6 แสนแต่ไม่ได้เล่ม เมื่อถึงเวลารับรถ เจ้าของเต็นท์กลับแจ้งว่าไม่ได้ตกลงราคากันที่ 6 แสน 5 พัน แต่เป็น 6 แสน 1 หมื่น 9 พัน บาท ถึงจะเอารถออกไปได้  ซึ่งผมก็เถียงแต่ยอมรับว่าเถียงสู้ไม่ได้ สุดท้ายผมก็จ่าย แต่เมื่อได้รถมา ก็ต้องเอารถไปซ่อมศูนย์หลายรอบ เพราะระบบไฟก็มีปัญหา ยอมรับว่าตนดูไม่ละเอียดเอง

ส่วนคุณโอ ผู้เสียหายอีกหนึ่งรายก็บอกว่า เราวางเงินดาวน์ไป พร้อมยกตัวอย่างว่า เช่นราคารถ 5 แสน ตนวางเงินดาวน์ 8 หมื่น ยอดจ่ายก็ต้องราคา 4 แสน 2 หมื่นบาท พอตนทำเรื่องกู้ผ่านธนาคาร ยอดเป็น 4 แสน 4 หมื่นบาท เหมือนเพิ่มมา 2 หมื่นบาท เหมือนเอาเงินดาวน์ไปโดยไม่ยอมบอก แต่ตนก็ได้รับรถมา แต่สภาพไม่ร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนเรื่องเงินตนไม่ยอมและมีการเจรจากันสุดท้ายก็จ่ายกันคนละครึ่ง คือ 1 หมื่นบาท

ทค.สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บอกว่าตนก็ได้รับข้อมูลส่วนตัวเช่นกันว่า มีคนระดับพลเอก ไปซื้อรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ราคา 8 แสนบาท ที่เต็นท์เดียวกัน แต่เมื่อนำรถไปตรวจสอบที่ศูนย์พบว่ามีการกรอไมล์ สำหรับเรื่องการกรอกรายละเอียดเอกสาร ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความไว้วางใจ แต่ที่เจ้าของเต็นท์ดึงใบสัญญาจากมือไปฉีก ถือเป็นความผิดในมาตรา 358 ทำให้เสื่อมค่าไร้ประโยชน์ และแนะให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้สะสมไปเรื่อยๆ

ส่วนที่มีบางช่วงเจ้าของเต็นท์รถได้พูดกับผู้เสียหายทำนองว่า “ถ้ามีปืน จะยิง” บอกว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการ ขู่เข็ญต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งบ้าน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ทางทนายสงกานต์ตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเต็นท์รถยนต์มือสองแห่งนี้ว่า เบื้องหลังนั้นมีผู้มีสี เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ จึงแนะนำให้รัฐต้องเอาจริงเอาจังกับกรณีดังกล่าว และศูนย์สอบสวนนครบาลควรเข้ามาตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ และ ฝากถึงเต็นท์อื่น ๆ ไม่ต้องกังวลใจ เพราะชาวบ้าน สามารถรู้ได้ว่าดีหรือไม่ดี เราเพียงให้ข้อเตือนใจเวลาจะทำการวางมัดจำว่าอย่ามั่นใจเต็มร้อย

ภาพคลิปขณะเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม เจ้าของเต็นท์รถ ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีการสลับรถหรือนำรถอีกคันมาขายให้ลูกค้า หลังการจองอย่างแน่นอน ซึ่งตามคลิปที่ตนใช้อารมณ์ต่างๆนั้นระบุว่า ด้วยเพราะลูกค้ารายดังกล่าวมีการตะโกนบอกว่าตนเป็นคนโกง รวมทั้งมีการสั่งให้ลูกสาวที่มาด้วย ถ่ายคลิปไว้พร้อมขู่ประจาน แต่ตนไม่ได้จะหลบหนี ไม่ขายรถแต่อย่างใด ในส่วนเรื่องเงินมัดจำ หากมีการจองแล้ว ลูกค้าผิดสัญญา ไม่รับรถ ก็จะมีการยึดเงินตามประกันปกติ

 

 

keyboard_arrow_up