“เจมี่ บูเฮอร์” โชว์หวิว จนคนด่าทั้งประเทศ มีเงินใช้แค่วันละ 250 บาท ? (คลิป)

ห่างหายจากวงการบันเทิงไปพักใหญ่ทีเดียว สำหรับนักแสดงสาวมาดร้าย ที่เคยสร้างกระแสฮือฮา ในงานอีเว้นท์ จนได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนทำให้เธอทนรับกระแสไม่ไหว และคิดออกจากวงการอีกครั้ง เรื่องราวของเธอจะเป็นอย่างไร มาพบกับเธอกันเลย

ล่าสุด 16 สิงหาคม 2560 คุณเจมี่ บูเฮอร์ ได้เดินทางมาเปิดใจกับอมรินทร์ ผ่านทางรายการ APOP บันเทิง 34 ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.15 น. -14.15 น. โดยเผยว่า ตอนที่เกิดกระแสใส่ชุดหวิวออกงาน ยอมรับว่าตกใจมากกับกระแสที่โจมตีเข้ามา และถ้าจะถามว่า อยากสร้างให้เป็นประเด็นหรือเปล่า ก็บอกเลยว่าใช่ แต่อยากให้มองว่าเป็นสีสันการเดินพรมแดง ไม่มีใครคิดว่ามันจะรุนแรง ซึ่งตนมองว่า งานเซ็กซี่เป็นงานศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ในลักษณะการวางตัว การโพสท่า ต้องใช้ประสบการณ์ เวลาทำงานมันก็อาจจะเกินเลยจุดที่ตนคาดหวัง ทำให้ตอนนั้นกระแสออกมาเป็นด้านลบเมื่อ 3 ปีก่อน หลังจากที่เกิดเรื่องอยากบอกว่า ไม่ได้รู้สึกดีที่มีกระแส ใครไม่โดนไม่มีทางรู้เลย มีความเครียดมาก จนเคยคิดว่า ช่วยเอาปืนมายิงหัวเถอะ คนด่าแล้วดังไม่จริงนะ และตอนนั้นก็มาแบบต่อเนื่อง บอกเลยไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ

ตอนที่ท้อ ก็ต้องยอมรับว่า พยายามคิดว่ามันผ่านไปแล้ว ตนแก้ไขไม่ได้ ความคิดเห็นที่เข้ามาก็มีทั้งดีและไม่ดี อะไรที่เป็นคำเตือนหรือแนวคิดก็อ่าน แต่ถ้าเป็นมือบอนก็ปล่อยผ่านไปไม่อ่านมัน

สำหรับประเด็นที่บอกว่าใช้เงิน วันละ 250 บาทนั้น สาวเจมี่ก็บอกว่า เป็นเรื่องจริง แต่เงินจำนวนนี้ สามารถใช้ได้เป็นอาทิตย์ ด้วยเวลาไปกองถ่ายทำ ก็จะอยู่ในกอง ข้าวก็กินในกองครบ 3 มือ เลิกกองก็กลับบ้าน เช้ามาก็ไปอีก ถ้ามีค่าน้ำมันรถก็ใช้บัตรเครดิตแทน ทำเป็นประจำตั้งแต่เด็ก  มองว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีเงินติดตัว

ในเรื่องของการช่วยเหลือสังคมด้านมูลนิธินั้ ต้องบอกว่าจริงๆ พี่แฮค ชวนชื่น เป็นคนชวนไป ตอนแรกตนกลัวมากว่า แต่พอได้ไปทำจริงๆ ก็มีการช่วยเหลือ น้ำท่วมที่จังหวังอยุธยากับผู้ประสบภัย ทำอาหาร เวลาชาวบ้านเจอตนก็มาก่อน เหมือนตนเป็นกำลังใจให้อีกแรง ซึ่งรหัส คือ 1014 ถ้ามีคนถามว่ากลัวรึเปล่าที่ต้องไปเก็บศพ แต่ถ้าอยู่ตรงนั้น จะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะทุกคนช่วยกันจริงๆ และพอตอนกลับบ้านก็นอนไม่ได้เหมือนกัน ต้องนอนหงายตลอดเวลา กลัวเขามานอนข้างๆ

สุดท้าย งานในวงการบันเทิงตอนนี้ ต้องบอกว่ารู้สึกอิ่มตัวแล้ว เมื่อก่อนจะเอางานในวงการเป็นหลัก งานมูลนิธิเป็นรอง แต่ตอนนี้ก็สลับกัน เพราะต้องบอกว่า การที่เมื่อก่อนทำงานอยู่ในระดับดังมากๆ ในความรู้สึกตนแล้ว จะให้ตอนนี้ไปทำให้ตนอยู่ระดับเดิม คงอยาก และอยากขอบคุณทุกคนที่ยังคอยให้กำลังใจ ไปไหนก็จะมีเข้ามาทักทายตลอดเวลา

keyboard_arrow_up