ผจก.มูลนิธิวัดป่าหลวงตาบัวโต้ปมเสือตาย อุทยานฯ โยนความผิดให้วัด

จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยึด เสือโคร่ง ของกลาง จำนวน 147 ตัว จากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือ วัดเสือ จ.กาญจนบุรี และนำไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เมื่อปี พ.ศ.2559 แต่เสือของกลางได้ทยอยเสียชีวิตลงถึง 86 ตัว ซึ่งเมื่อวานนี้ (16 ก.ย.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แถลงยืนยัน ปัจจัยที่ทำให้เสือโคร่งตายเกิดจากปัญหาพันธุกรรม แล้วส่งผลให้ภูมิต้านทานต่ำ ติดเชื้อง่าย

เสือ

ล่าสุดนายอธิธัช ศรีมณี อายุ 50 ปี ผู้จัดการมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า การที่เสือของกลางได้ตายไปเป็นจำนวนมาก ในลักษณะทยอยตายอย่างเนื่อง ทางกรมอุทยานฯ พยายามปิดข่าวนี้มาโดยตลอด ซึ่งตนในฐานะที่ผูกพันกับเสือเหล่านั้นมานาน ก็รู้สึกเสียใจ และหดหู่อย่างมาก

นายอธิธัช ศรีมณี ผู้จัดการมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน

นายอธิธัช กล่าวต่อว่า ที่ระบุว่ากลุ่มเสือโคร่งที่ตายเกิดจากการเพาะพันธุ์ในครอบครัวเดียวกันจนเลือดชิดที่ไม่มีภูมิคุ้มกันตัวเองที่ดีพอ จึงเป็นเหตุให้เสือป่วยตายนั้น เป็นเพียงเหตุผลข้อกล่าวอ้างทางวิชาการเท่านั้น ที่สำคัญที่ระบุว่า เสือโคร่งที่ตายส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ไซบีเรียนั้น ทางกรมอุทยานฯ ก็ผิดตั้งแต่แรกที่มาเอาเสือไปแล้ว เนื่องจากเสือโคร่งสายพันธุ์ไซบีเรีย ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรมอุทยานฯ ไม่ต่างจากสิงโตที่วัดเลี้ยงอยู่ 1 ตัว ที่กรมอุทยานฯ ไม่สามารถเอาไปได้ หรือหากระบุว่า เป็นเสือโคร่งสายพันธุ์เบงกอล ก็ไม่มีอำนาจเอาไปเช่นกัน ซึ่งเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง

ส่วนกรณีที่ระบุว่าเสือติดเชื้อตั้งแต่เอาไปจากวัดฯ นั้น ขอชี้แจงว่า ในวันที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาเคลื่อนย้ายเสือไป มีสัตว์แพทย์ถึง 40 คน เป็นคนตรวจสุขภาพเสือทุกตัว แต่กลับมาโยนความผิดให้กับวัดในประเด็นนี้อีก ทั้ง ๆ ที่ทางวัดไม่มีสัตวแพทย์มาร่วมตรวจแต่อย่างใด และหากเสือติดเชื้อก็คงออกอาการในช่วง 2-3 เดือนหลังจากที่มาเอาไปแล้ว และขณะที่เสือเหล่านั้นอยู่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ก็อยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ เมื่อเสือป่วยสัตวแพทย์ก็จะต้องดูแล แต่กลับมาโยนความผิดให้กับทางวัดทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ปลุกกระแสให้คนเมืองกาญจน์ออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชียล กันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ต้องการทวงคืนเสือกลับมาให้วัดดูแลเหมือนเช่นในอดีต และบริหารจัดการร่วมกันระหว่างจังหวัดกับวัด เนื่องจากที่ผ่านมาหลังจากที่เสือถูกย้ายออกไปได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของคนเมืองกาญจน์ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกวัด ที่ต้องตกงาน ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีและประเทศไทยด้วย

ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

keyboard_arrow_up