หนุ่มชะตาขาด ถูกดัมพ์รถพ่วงทับร่างเละ น้องช็อกเห็นพี่ตายต่อหน้า แต่ช่วยไม่ได้ (คลิป)

จากกรณีที่เจ้าของอู่ซ่อมรถย่านพนมสารคาม มุดเข้าไปซ่อมรถบรรทุก 18 ล้อ แล้วเกิดเหตุแกนดัมพ์ชำรุด ทำให้กระบะบรรทุกร่วงทับร่างเสียชีวิตคาที่ต่อหน้าน้องชาย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายนิธิ รุ่งเรือง หรือ ตอง อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้

บริเวณจุดเกิดเหตุ
บริเวณจุดเกิดเหตุ
บริเวณจุดเกิดเหตุ

วันที่ 9 มิ.ย. 62 ทีมข่าวเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ อู่ซ่อมรถ ม.4 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา นายธนธร รุ่งเรือง หรือ ติว อายุ 17 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อวานนี้ 8 มิ.ย.62 พี่ชายกับตนได้รับซ่อมรถบรรทุก 18 ล้อ ตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ระหว่างที่ตนกำลังหยิบเครื่องมือส่งให้พี่ชายที่มุดเข้าไปนอนซ่อมตัวที่แกนดัมพ์ หันมาอีกทีก็เห็นกระบะที่ยกสูงขึ้นไปเทียบเท่าหลังคา 6 เมตร ร่วงลงมาทับร่างพี่ชายอย่างเร็ว และนอนแน่นิ่งไป

ภาพจำลองเหตุการณ์

ตนก็ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะกระบะบรรทุกมีน้ำหนักเยอะมาก ต้องรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่นำเครนมายกตัวกระบะออก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที นำร่างพี่ชายออกมาได้ ก็เสียชีวิตแล้ว

นายธนธร รุ่งเรือง น้องชายผู้เสียชีวิต

ส่วนสาเหตุมาจากตัวแกนดัมพ์ยกกระบะบรรทุกที่ชำรุด ประกอบกับฝนตกหนัก ทำให้การทำงานของระบบไฮโดรลิกของตัวยกไม่มีประสิทธิภาพ และทางอู่ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัย เพราะเป็นอู่ที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ อุปกรณ์ก็ค่อนข้างเก่า กำลังจะเปลี่ยนใหม่พอดี แต่เกิดเหตุการณ์นี้ก่อน โดยตนก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากความประมาทด้วย หลังจากนี้ อู่ก็คงต้องปิด เพราะไม่มีใครอยู่เป็นช่างหลักแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำ

นางสาววรรณภา ยะอนันต์ ภรรยาผู้เสียชีวิต

นางสาววรรณภา ยะอนันต์ อายุ 20 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต อยู่ในอาการโศกเศร้า เปิดใจว่า ตนกับสามีอยู่ด้วยกันมา 5 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน วัย 1 ขวบเศษ ปกติสามีเป็นคนรักครอบครัว รักลูกรักเมียมาก เป็นที่รักของทุกคน ขยันทำมาหากิน ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ เป็นเสาหลักเลี้ยงดูทุกคนในบ้าน ส่วนกิจการอู่ซ่อมรถก็ทำต่อจากพ่อ ทำมาตั้งแต่เด็ก

ก่อนเกิดเหตุ สามีแวะมาพักนั่งกินข้าวด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูก ลูกสาวก็คลานมาบอกว่า “พ่อ กอดกัน” สามีก็กอดลูก แล้วก็บอกว่าทำงานเสร็จจะพาไปซื้อของใช้ของลูก พอออกไปได้ไม่ถึง 30 นาที ก็ทราบข่าวว่าสามีโดนกระบะบรรทุกทับเสียชีวิตแล้ว ตนก็นึกแต่ว่าแล้วลูกจะอยู่อย่างไร ซึ่งวันก่อนก็มีลางบอกเหตุระหว่างที่กินข้าวกัน สามีก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตนก็ถามว่าเป็นอะไร สามีก็บอกว่า “กลุ้มใจมากเลย” แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ซึ่งสามีใบหน้าดูเศร้าหมอง ทั้งนี้ อยากฝากถึงสามีว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง เขาดูลูกได้ ครอบครัวทุกคนยังช่วยดูแลอยู่”

keyboard_arrow_up