แท็กซี่จ๋อยจอดรถขวางบ้านคน ถูกถอดล้อ คนทำฉุนปวดอึโดนขวางทาง (คลิป)

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 05.45 น. ตำรวจ สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งจากนายอนุวัฒน์ ฐานวิเศษ ว่าถูกโจรขโมยล้อแม็กซ์พร้อมยางจำนวน 4 ล้อ จากรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ที่จอดอยู่ภายในซอยกรุงเทพ-นนท์ 33 (ซอยเทวรัตน์) แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

สภาพแท็กซี่หลังจากถูกถอดล้อรถ

ความคืบหน้าวันที่ 31 พ.ค. 62 นายอนุวัฒน์ ฐานวิเศษ อายุ 42 ปี เจ้าของรถแท็กซี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ตนกลับเข้าบ้านและนำรถแท็กซี่ไปจอดที่บริเวณดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ามีที่ว่าง ประกอบกับไม่ทราบว่าเป็นทางเข้าออกบ้านใคร เนื่องจากเป็นประตูไม้เก่า มีแผ่นไม้มาปิดประตู จึงคิดว่าปิดตายไม่มีคนเข้าออก และยอมรับว่าเคยนำรถแท็กซี่มาจอดที่บริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง โดยเมื่อจอดรถแล้ว ตนจึงเดินกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างออกไป 50 เมตร จนกระทั่งรุ่งขึ้นของวันที่ 30 พ.ค. เวลาประมาณ 05.40 น. ขณะที่ตนกำลังจะออกไปขับรถแท็กซี่ ปรากฎว่าเมื่อออกมาเจอรถแท็กซี่ของตนเองถึงกับช็อก ขาอ่อนหมดแรง ตกใจที่ล้อรถหายไปทั้งหมด 4 ล้อ เหลือแค่ยางรถยนต์รองตัวรถไว้อย่างดีเท่านั้น จากนั้นตนจึงรีบเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ประชาชื่นทันที

นายอนุวัฒน์ ฐานวิเศษ เจ้าของรถแท็กซี่

จากนั้นเจ้าหน้าที่สายสืบจึงถามตนว่าสงสัยใครไหม ตนจึงคิดว่าหรืออาจเป็นเจ้าของบ้านหลังที่ตนจอดอยู่หรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นขโมยจริงน่าจะถอดล้อไปเลย โดยไม่สนใจนำยางรถมารองตัวรถไว้อย่างดี อีกทั้งทราบว่าเจ้าของบ้านทำงานอยู่อู่ซ่อมรถภายในซอย จึงไปเดินทางไปสอบถามพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อไปถึงตนพบล้อรถทั้งหมดอยู่ด้านหลังรถของนายชลิต ศิริรัตน์ หรือ บาส พนักงานอู่ซ่อมรถ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน โดยเขายอมรับกับตนว่าเป็นคนเอาล้อไปจริง จากนั้นก็มีการปรับความเข้าใจกัน ตนไม่ติดใจอะไรและได้ขอโทษนายบาสที่ไปจอดรถขวางประตูทางเข้าออกบ้าน เพราะตนไม่ทราบมาก่อน หลังจากเจรจาแล้วเสร็จ นายบาสก็นำล้อรถยนต์ทั้ง 4 ล้อ กลับมาใส่รถยนต์ของตนเหมือนเดิม จากนั้นตนจึงถอนแจ้งความ และหลังจากนี้ตนคงไม่นำรถแท็กซี่ไปจอดบริเวณดังกล่าวอีกแล้ว

จุดที่นายอนุวัฒน์จอดรถในวันเกิดเหตุ

ด้านนายชลิต ศิริรัตน์ หรือ บาส อายุ 33 ปี คู่กรณีที่ถอดล้อรถ เปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นช่างซ่อมในอู่ซ่อมรถภายในซอย โดยวันเกิดเหตุ (29 พ.ค.) เวลาประมาณ 21.00 น. หลังจากเลิกงานและดื่มแอลกอฮอล์แล้วเสร็จ จึงมีอาการเมาเล็กน้อย เมื่อเดินทางกลับมาบ้าน พบว่ามีรถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดขวางทางเข้าบ้านแนบชิดติดกำแพง ไม่สามารถเปิดประตูเข้าบ้านได้ ตนไม่รู้ว่าเป็นรถใคร ไม่มีทิ้งเบอร์ติดต่อ โดยจังหวะนั้นตนทั้งเมา ทั้งง่วง และปวดท้องเข้าห้องน้ำ แต่เข้าบ้านไม่ได้ จึงเดินออกไปเข้าห้องน้ำที่สถานีบริการน้ำมันหน้าปากซอย เมื่อกลับเข้ามา ยังเห็นแท็กซี่จอดขวางอยู่ตามเดิม จึงตัดสินใจนำแม่แรงจากอู่รถยนต์ของตนเองมาถอดล้อทั้งหมด โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาขโมย จนกระทั่งเจ้าของรถติดต่อมา ตนยอมรับผิด แต่เพราะอยากเจอคนขับและอยากเจรจาขอไม่ให้จอดรถขวางทางเข้าออกบ้านอีก

นายชลิต ศิริรัตน์ หรือ บาส คู่กรณีที่ถอดล้อรถ

นอกจากนี้ นายบาส ยังบอกอีกว่า ตนไม่ได้ห้ามจอด เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นทางสาธารณะ เพียงแต่ขอความกรุณาไม่จอดขวางประตู เว้นช่องขนาดเล็กไว้สำหรับเข้าออก หรือทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ติดต่อกลับเท่านั้น ซึ่งล่าสุดตนและคนขับแท็กซี่ได้ขอโทษและปรับความเข้าใจกันแล้ว

keyboard_arrow_up