พ่อเปิดอกโต้ขายลูกสาววัย 14 แลกกัญชา แต่ส่งให้ลุงข้างบ้านดูแลแลกเงินซื้อของพี้ (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ครูอ๊อด ขออาสา” โพสต์ข้อความระบุว่า ได้รับเรื่องร้องทุกข์ จากกลุ่มชาวบ้านในชุมชน แยกถนนพระราม 9 รามคำแหง กรุงเทพฯ มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 14 ปี ถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศเป็นประจำ โดยพ่อแท้ ๆ ก็รู้เห็นเป็นใจ เพื่อแลกกับกัญชา คนในชุมชนก็จนใจ วอนหน่อยงานเข้ามาดูแล

นายมานะ ผู้ช่วยเหลือเด็ก

ล่าสุด วันที่ 21 เม.ย. 62 นายมานะ ผู้ช่วยเหลือเด็ก กล่าวว่า ตนได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านในชุมชน ว่า ด.ญ.นุช (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ถูกเพื่อนของพ่อชื่อว่านายเฉลิม ล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งนายเฉลิมได้เข้ามาอยู่กับครอบครัวน้องนุช โดยภายในบ้านมีน้องนุช พ่อ น้องสาว และนายเฉลิม แต่พ่อน้องนุชติดเหล้าและกัญชา ไม่สนใจลูก นายเฉลิมก็เป็นคนให้เงินไปซื้อกัญชา ทำให้เวลาที่นายเฉลิมล่วงละเมิดเด็ก พ่อก็ไม่สนใจ ตนได้สังเกตพฤติกรรมพบว่านายเฉลิมมักนำเด็กนั่งรถซ้อนท้ายไปไหนมาไหนด้วยกัน และรูปร่างของเด็กก็ดูโตกว่าปกติ จึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ล่าสุด มีหน่วยงานเข้ามารับตัวน้องไปตรวจร่างกาย ตั้งแต่วานนี้ (20 เม.ย.) ส่วนตัวอยากให้นายเฉลิมออกไปจากชุมชน เพราะเกรงจะแสดงพฤติกรรมดังกล่าวกับเด็กคนอื่น

นายเฉลิม ผู้ถูกกล่าวหา

นายเฉลิม ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ตนไม่ได้ล่วงละเมิดเด็กตามที่ถูกกล่าวหา มีคนใส่ความ เพราะอิจฉา อยากให้ตนออกจากพื้นที่ เนื่องจากจุดที่ตนอาศัยอยู่เป็นที่เช่า ซึ่งตอนนี้หมดสัญญาแล้ว แต่ตนขอเวลาเพราะยังไม่ที่ไป ส่วนเรื่องชู้สาวไม่เป็นความจริง ตนเพียงขับรถรีบส่งน้องนุชเวลาไปโรงเรียน ไม่เคยกอด หรือล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนหน้านี้ตนเคยไปสู่ขอน้องนุชกับทางญาติผู้ใหญ่ โดยหากเด็กอายุครบ 18 ปี ตนจะแต่งงานด้วย ซึ่งทางผู้ใหญ่ระบุว่าขึ้นอยู่กับความยินยอมของเด็ก

ทั้งนี้ ที่มีการกล่าวหาว่าให้เงินพ่อน้องนุชไปซื้อกัญชาแลกกับลูกก็ไม่จริง เพราะพ่อน้องนุชมารับจ้างขายของเก่ากับตน ซึ่งตนก็ให้เงินตามค่าจ้าง โดยเหตุที่ต้องมาอยู่ด้วยกัน เพราะบ้านของน้องนุชกำลังสร้างใหม่จึงมาอาศัยกับตนชั่วคราว

ทั้งนี้ นายเฉลิมพูดจากวกวน ระบุใจความว่า ตนเคยคบกับเด็กมา 3 ปี แต่ไม่ใช่เชิงชู้สาว และไม่ได้รัก แต่พร้อมแต่งงานกัน

ชาวบ้านในชุมชน

ชาวบ้านในชุมชน เล่าว่า ตนค่อนข้างใกล้ชิดกับครอบครัวน้องนุช เพราะคอยดูแลก่อนที่แม่น้องนุชจะเสียชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา โดยพ่อของเด็กติดกัญชา ไม่สนใจลูก และไม่ให้ลูกเรียนหนังสือ โดยหลังแม่เด็กเสียชีวิต นายเฉลิมก็เข้ามาอยู่บ้านน้องนุช มีพฤติกรรมในเชิงชู้สาวกับเด็ก ตนเคยเห็นนั่งรถตอนกลางดึกและโอบกอดกัน นอกจากนี้ ชาวบ้านก็พูดต่อกันว่าเห็นทั้ง 2 คน นั่งกอดกันที่ชายทุ่ง บางคนเคยเห็นตอนที่นายเฉลิมให้เด็กนั่งคร่อมบนตัวพร้อมปั่นอวัยวะเพศของนายเฉลิมด้วย

ตนทราบเรื่องมานาน และเคยตั้งกลุ่มขับไล่นายเฉลิม แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้ามาสู้ เพราะติดหนี้นายเฉลิม เนื่องจากเจ้าตัวปล่อยเงินกู้ โดยอยากให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการ และนำนายเฉลิมออกไปจากชุมชน เพราะมีพฤติกรรมที่อันตรายต่อเด็กผู้หญิง

พ่อของ ด.ญ.นุช

พ่อของ ด.ญ.นุช ยืนยันว่า ไม่ได้ขายลูกกิน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดินที่คนในชุมชนไม่พอใจนายเฉลิม จึงใส่ร้าย โดยตนเลี้ยงดูลูกอย่างดี แต่เหตุที่ลูกไม่ได้ไปโรงเรียนก็เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนเรื่องสารเสพติด ยอมรับว่าติดกัญชาจริง เพราะใช้มาตั้งแต่วัยรุ่น หากไม่ได้ใช้จะไม่สามารถกินข้าวได้และเลือดจะออกที่ปาก จึงจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษา ซื้อมาครั้งละ 50 บาท ใช้ได้ถึง 3 วัน
ส่วนตนกับนายเฉลิมสนิทกัน นายเฉลิมจึงช่วยเลี้ยงดูลูกตนเท่านั้น

โดยลูกสาวยังบอกตนว่านายเฉลิมเป็นคนดี ไม่กล้าล่วงเกิน นอกจากนี้ ตนกล้าสาบานว่าพูดความจริง หากพูดโกหกขอให้ตายภายใน 3 วัน 7 วัน และท้าคนอื่นที่กล่าวาหาตนและนายเฉลิมมด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จาก ปปส. ตำรวจ สน.วังทองหลาง รวมถึงเขตห้วยขวาง ได้เข้ามาคุยกับพ่อของเด็กแล้ว และขณะนี้น้องนุชอยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งกำลังรอผลตรวจร่างกายว่าถูกละเมิดจริงหรือไม่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะทราบผล

keyboard_arrow_up