แม่ลูกอ่อน เผยอุทาหรณ์ “คาร์ซีทเด็กช่วยลูกรอดชีวิต” คิดถูกที่ฝึกให้นั่งตั้งแต่เล็ก

คุณแม่โพสต์อุทาหรณ์ คาร์ซีทเด็กช่วยลูกรอดชีวิต หลังประสบอุบัติเหตุ ถูกรถตู้พุ่งชนทำให้รถพังเสียหาย ส่วนคนในรถปลอดภัย โดยเฉพาะลูกชายวัยขวบเศษ

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Naphat daisy ploy” โพสต์ภาพรถยนต์ซึ่งถูกชนจนสภาพพังยับเยิน พร้อมข้อความ ระบุ รถของตนถูกชนอย่างแรงจากด้านหลัง จนรถเด้งไปชนกับรถอีกคันด้านหน้า แต่ลูกของตนซึ่งนั่งในคาร์ซีท ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์รวมถึงรณรงค์ให้ทุกบ้านใช้คาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน

ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. 62 น.ส.นภัทร บูรณะนัติ ผู้โพสต์เฟซบุ๊กรายดังกล่าว เล่าว่า วันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตน สามี เพื่อนสามี และลูกชายวัย 1 ขวบ 4 เดือน กำลังนั่งรถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเลต ออพต้า ไปกินข้าวที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางนา ช่วงที่จอดติดไฟแดงอยู่ถนนบางนาตราด ช่องกลาง กำลังจะเบี่ยงออกไปกลับรถ ระหว่างนั้นมีรถตู้วิ่งมาชนรถตนอย่างแรง จนรถพุ่งชนรถเก๋งวีออสด้านหน้า และตัวรถหมุนกลับด้าน

โดยตนตกใจมาก รีบหันไปมองลูก ที่นั่งอยู่ในคาร์ซีทด้านหลังคนขับ ปรากฏว่าลูกร้องไห้หนักมาก ด้วยความตกใจ แต่สภาพร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ ตนจึงรับปลดคาร์ซีทและนำลูกออกจากรถ ทั้งนี้ ตนได้นั่งอยู่ด้านหลัง โดยไม่ได้รัดเข็มขัด ทำให้มีอาการฟกช้ำที่ใบหน้าเพราะถูกกระแทก ส่วนสามีและเพื่อนมีรอยฟกช้ำเล็กน้อย  และเหตุที่เกิดขึ้น ตนคิดว่าหากลูกไม่ได้ใช้คาร์ซีท ลูกอาจจะได้รับบาดเจ็บจนอาการสาหัส

ส่วนเหตุที่ออกมาโพสต์ เพราะตนให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะการใช้รถใช้ถนน ตนฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่เล็ก ซึ่งลูกร้องไห้ตลอด บางคนที่เห็นก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องบังคับลูก แต่เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวตนคิดว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมด เป็นสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว ทั้งนี้ โดยปกติที่บ้านจะขับรถด้วยความระมัดระวัง ไม่ขับเร็วอยู่แล้ว เพื่อความปลอดภัยของลูก และหลังจากนี้จะต้องให้ลูกใช้คาร์ซีททุกครั้งเวลาออกจากบ้าน แม้ว่าไปในระยะใกล้

น.ส.นภัทร บูรณะนัติ ผู้โพสต์

ส่วนเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รถของตนไม่สามารถซ่อมได้ ต้องขายซากทิ้ง แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับคู่กรณีโดยตรง มีเพียงประกันฝ่ายตน ที่เป็นผู้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด

keyboard_arrow_up