ลบแล้ว…แต่แคปทัน!! โซเชียลรุมสับ “ไลฟ์โค้ช” อิงกระแสฝุ่นพิษ PM2.5 บอก…ยิ่งสวมหน้ากากยังแย่

สืบเนื่องจากปัญหา ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่แพร่กระจายในหลายพื้นที่เข้าเกณฑ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ความเห็นของ ไลฟ์โค้ช ชื่อดังรายหนึ่ง ที่ออกมากล่าวถึงการสวมหน้ากากเพื่อป้องกันผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยอ้างว่าเคยทำโปรเจคจบของคณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ของมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และบอกว่า…ยามที่ป่วยเป็นโรคมากที่สุดกลับเป็นคนที่ใส่หน้ากากอนามัยกันฝุ่น

ทั้งนี้ ภายในโพสต์ดังกล่าว ไลฟ์โค้ชได้มีการอธิบายว่าสาเหตุของการเจ็บป่วยมาจากเรื่องของจิตใจ เพราะจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อเกิดความเครียดและนำหน้ากากมาสวม จึงทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลงทำให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ช้า ทั้งยังมีการกล่าวอ้างถึง “กฎแรงดึงดูด” โดยระบุว่า“ฝุ่นพวกนี้มีมานานปกติของมันอยู่แล้ว และเราก็ใช้ชีวิตกันตามปกติตั้งแต่ยังไม่รู้ข่าวนี้ และความจริงแล้ว มันจะไม่ส่งผลอะไรต่อคุณเลย หากคุณไม่เชื้อเชิญมันเข้าสู่ประสบการณ์ของคุณเอง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่และแชร์ต่อๆ กันเป็นจำนวนมาก ได้มีผู้คนในโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์แนวคิด “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” และความเชื่อที่ว่าเรื่องการสวมหน้ากากยิ่งทำให้แย่ ซึ่งขัดต่อหลักความเป็นจริงอย่างมาก จนไลฟ์โค้ชคนดังกล่าวตัดสินใจลบโพสต์ดังกล่าวไป แต่ก็ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Phuttiphat Boatz Lapat-Atiwat ได้แคปข้อความจากโพสต์ดังกล่าวเอาไว้ได้ พร้อมทั้งโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์และตอบคำถามต่างๆ จากแนวคิดของไลฟ์โค้ชชื่อดังเอาไว้ดังนี้

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ยังโพสต์ข้อความโดยกล่าวถึงกรณีไลฟ์โค้ชคนดังเอาไว้ดังนี้…ความรู้สึกเมื่อคุณเห็นไลฟ์โค้ชที่อ้างตัวว่าจบวิทยาศาสตร์จากมหาลัยโคตรดัง ออกมาพล่ามว่าฝุ่น pm 2.5 ไม่น่ากลัว ยิ่งใส่หน้ากากป้องกันจะยิ่งแย่ เพราะใส่หน้ากากแล้วเครียด จิตเป็นกายนายเป็นบ่าว เอ้ย จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว ถ้าจิตไม่เครียดสูดฝุ่น pm 2.5 ปื้ดๆๆๆๆ ร่างกายก็ไม่เป็นอะไร…..สืบแป๊บว่าแม่งจบวิทย์มหาลัยไหน จะส่งบัตรสนเท่ห์ไปให้อธิการบดีหน่อย

keyboard_arrow_up