มัคนายก ยันคนบ้าไม่เกี่ยวฆ่าเด็กพม่า หายจากวัด 20 นาทีแค่ไปกินยา – พ่อชี้พิรุธวันจำลองเหตุ (คลิป)

จากกรณี นายฝน ชายสติไม่ดีในหมู่บ้าน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพรากผู้เยาว์ เด็กชายซูลุยผิว หรือ น้องต้าแง อายุ 2 ขวบ สัญชาติเมียนมา ซึ่งพลัดหลงในไร่อ้อย จนกระทั่งพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยกลุ่มชาวบ้านไม่เชื่อว่านายฝนจะมีส่วนเกี่ยวข้องจนเป็นเหตุให้น้องต้าแงเสียชีวิต (อ่าน : ตา “ซูลุยผิว” พูดชัด ไม่เห็นชายเพี้ยน ฉกหลานไปฆ่า)

คุณสมจิตร ฉิมมา พ่อของนายฝน

วันที่ 2 ม.ค. 62 คุณสมจิตร ฉิมมา พ่อของนายฝน และคุณพเยาว์ ฉิมมา พี่สาวผู้ต้องหา ให้สัมภาษณ์ ในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น. กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ตนมั่นใจว่าลูกไม่เคยเข้าไปในไร่อ้อย เนื่องจากทางในไร่อ้อยไม่สะดวก อีกทั้งนายฝนจะชอบไปในสถานที่ซึ่งมีผู้คนรวมตัวกัน เช่น งานแต่งงาน หรืองานศพ หรือหากนายฝนเข้าไปในไร่อ้อยก็อาจจะหลงทางเสียด้วยซ้ำ

คุณพเยาว์ ฉิมมา พี่สาวผู้ต้องหา

แม้แต่บริเวณต้นแจงซึ่งเป็นจุดที่เด็กหายตัวไป ตนได้สอบถามกับคนงานตัดหญ้าที่อยู่แถวนั้นแล้ว ปรากฏว่าก็ไม่พบนายฝนเข้ามาในบริเวณดังกล่าว ซึ่งหากลูกตนจูงเด็กออกไปจริง เด็กก็คงต้องร้องเสียงดัง และจะต้องมีคนได้ยินอยู่บ้าง

ต่อมา คุณพเยาว์ เปิดเผยอีกว่า การปั่นจักรยานในไร่อ้อยจนถึงบริเวณคูน้ำจุดพบศพก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีหญ้าขึ้นรกสูง ส่วนสภาพที่เกิดเหตุปัจจุบันนั้นมีการถางหญ้าออกไปแล้วบางส่วน ดังนั้นการจะพาเด็กลอดดงหญ้าจึงเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งนายฝนเป็นคนไม่ชอบน้ำ ขนาดอยู่บ้านยังไม่ชอบอาบน้ำ จึงไม่น่าจะพาเด็กลงไปในน้ำ

และ คุณสมจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่นำตัวนายฝนไปสอบสวน ครอบครัวก็ไม่มีใครรู้ กระทั่งเช้าวันต่อมา เจ้าหน้าที่ สภ.สระยายโสม จึงโทรศัพท์มาแจ้งกับตนว่าคุมตัวฝนไว้ และตนมีโอกาสได้ไปร่วมดูการทำแผนชี้จุดของนายฝนและเจ้าหน้าที่อีกด้วย

พระลูกวัดนันทวัน

ด้าน พระลูกวัดนันทวัน ยืนยันผ่านรายการต่างคนต่างคิด ว่า เรื่องที่นายฝนพูดว่าเด็กจมน้ำนั้น เนื่องจากนายฝนมีปัญหาทางสมอง คนที่ใกล้ชิดกับจะรู้ดีว่า หากต้องการนายฝนตอบคำถามว่าอะไร เพียงแค่นำคำตอบของคำถามไว้ที่ท้ายประโยค นายฝนก็จะเอ่ยตามนั้น โดยเฉพาะกับสิ่งที่ไม่เคยประสบมาก่อน

นอกจากนี้ พระลูกวัดนันทวัน ยืนยันอีกว่า หลังเกิดเรื่อง ก็ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทั้งหมดแล้ว แต่กลับได้คำตอบว่า คำให้การไม่น่าเชื่อถือ และเป็นการให้การเพื่อปกป้องลูกศิษย์ ซึ่งยืนยันว่าอาตมาไม่ได้มีความสนิทสนมกับนายฝนถึงขนาดนั้น และไม่ได้มีผลประโยชน์ถึงขนาดจะต้องมาโกหกเพื่อช่วยเหลือนายฝน แต่ที่ต้องออกมาปกป้องเนื่องจากรู้อยู่เต็มอกว่านายฝนอยู่วัดจริง ๆ

เจ้าหน้าที่ควรคำนึงว่า หากนายฝนไม่ใช่ผู้กระทำผิดจริง อนาคตของเจ้าตัวจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากชาวบ้านที่เคยเมตตาและเอื้อเฟื้อแก่นายฝนไม่เข้าใจเหตุการณ์ และปักใจเชื่อว่านายฝนคือผู้ก่อเหตุฆ่าเด็กชาวเมียนมา ชีวิตต่อจากนี้ของนายฝนก็คงลำบาก อีกทั้งหากมีเด็กหายไปในบริเวณวัด นายฝนจะไม่ถูกเจ้าหน้าที่กล่าวหาอีกหรือ

นายฝน ผู้ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ คุณสมจิตร ฉิมมา พ่อของนายฝน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พานายฝนไปชี้จุดทำแผนในไร่อ้อยด้วยรถยนต์ เมื่อมาถึงจุดที่เด็กหายซึ่งเป็นถนนสี่แยก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเลี้ยวรถเข้าไปไร่อ้อย โดยที่นายฝนไม่ได้มีการพูดโต้แย้ง หรือเป็นผู้ชี้ทางให้ตำรวจ

คูน้ำ ภายในไร่อ้อย

ต่อมา เมื่อเดินต่อไปกระทั่งถึงสามแยก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถามกับลูกชายตนว่า “ฝน เลี้ยวซ้ายหรือขวา” และ “ใช่ตรงนี้เปล่า” และซึ่งระหว่างนั้นมีการซักถามอยู่หลายรอบ กระทั่งนายฝนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “ซ้าย” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาขับรถเลี้ยวซ้าย

ลักษณะการทำแผนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามคำบอกเล่าของคุณสมจิตร

เมื่อเดินตรงมาจากทางที่เลี้ยวซ้าย ไปจนสุดถนนลูกรัง พบว่ามีทางสามแยกอีกหนึ่งจุด ซึ่ง นายฝนก็บอกให้ “เลี้ยวซ้าย” เหมือนเดิม โดยตนคาดว่า นายฝนจะยึดคำตอบเลี้ยวซ้ายตลอด อีกทั้งระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการถามย้ำหลายรอบ ลักษณะคล้ายกับการข่มขู่ ทำให้นายฝนต้องตอบคำถาม แต่กว่าจะตอบก็มีความนึกคิดอยู่นานพอสมควร

เส้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพา นายฝน ชี้จุด

กระทั่งเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงแปลงไร่อ้อยใกล้กับจุดพบศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจอดรถ โดยที่ฝนไม่ได้บอกให้หยุด แล้วเมื่อเดินไปจนสุดทางริมเลียบทางดิน พบบ่อน้ำความลึกประมาณ 1.5 เมตร ด้านในมีน้ำอยู่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบ่อเดียวกันกับที่พบศพเด็ก แต่จุดดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดที่พบศพมาประมาณ 40 เมตร และภายหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้มีการนำตัวนายฝนกลับไปยังจุดที่ถูกต้อง พร้อมถามย้ำให้ตอบรับอีกด้วย

คุณบุญมี วงกันหา ผู้เห็นเหตุการณ์ และมัคนายกวัดนันทวัน

ด้าน คุณบุญมี วงกันหา ผู้เห็นเหตุการณ์ และมัคนายกวัดนันทวัน เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวว่านายฝนถูกตำรวจจับ เพราะว่านายอ๊อด คนใบ้ อายุประมาณ 40 ปี มาบอกตน โดยทำท่าบอก ทำมือเป็นท่าขี่รถจักรยาน หมายถึงนายฝน และทำท่าถูกตำรวจจับ โดยใช้มือข้างหนึ่ง จับที่ข้อมืออีกข้างหนึ่ง และทำมือจับที่บ่า 2 ข้าง หมายถึงตำรวจที่มียศที่บ่า ซึ่งพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับนายฝนที่บ้านของนายอ๊อด ซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 200 เมตร แต่ตนจำไม่ได้ว่านายอ๊อดมาบอกตนวันใด เนื่องจากขณะนั้นตนยุ่งกับงานศพ แต่ยืนยันได้ว่านายอ๊อดมาบอกตนหลังจากตำรวจจับนายฝนไปแล้ว

ทั้งนี้ นายฝน คนบ้า กับ นายอ๊อด คนใบ้ สนิทกัน และนายฝนก็มาหานายอ๊อดที่บ้านแทบทุกวัน ทั้งคู่ชอบไปวัดด้วยกันเป็นประจำ เพราะชอบช่วยงานวัดด้วยกันทั้งคู่ โดยนายอ๊อดจะชอบมารับตนไปงานศพที่วัดเป็นประจำ นอกจากนี้ ตนเชื่อว่า นายอ๊อดไม่รู้เห็นกับการเสียชีวิตของเด็ก

keyboard_arrow_up