พ่องัดวงจรปิดสู้ ชี้ ตร.ขี่ล่าลูก หนีชนกระบะตาย – ปิกอัพยัน ไม่มีใครตาม อึ้ง ซิ่งร้อยกว่า (คลิป)

จากกรณี นายเสฎฐสิฏฐ์ สมบูรณ์ อายุ 43 ปี ข้าราชการครู รร.หนองหานวิทยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พร้อมภรรยาเข้าร้องขอความเป็นธรรมให้น้องฟุตบอล อายุ 17 ปี บุตรชาย ซึ่งประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะเสียชีวิต บริเวณสี่แยก

น้องฟุตบอล ผู้เสียชีวิต

ซึ่งภายหลังทราบว่า ก่อนเกิดเหตุบุตรชายขับรถด้วยความหลบหนีเจ้าหน้าที่ จึงอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น และต้องการให้นำตัวเจ้าหน้าที่เข้ามาขอขมา

บริเวณสี่แยก จุดเกิดเหตุ

วันที่ 7 ธ.ค. 61 ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บริเวณหน้า สภ.เมืองอุดรธานี ถ.ศรีสุข ตัด ถ.นเรศวร ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จากการสังเกตพบกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครอุดรธานีจำนวน 2 ตัว แต่อยู่ระหว่างการปรับปรุง

นายลี้ธเนตร ชัยกิจมงคลกุล คนขับรถกระบะคู่กรณี

นายลี้ธเนตร ชัยกิจมงคลกุล คนขับรถกระบะคู่กรณี เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนขับรถมาด้วยความเร็ว 50 – 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมาถึงแยกไฟแดง พบว่าไม่มีสัญญาณไฟ ตนจึงชะลอความเร็วเหลือเพียง 30 – 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนสังเกตว่าไม่มีรถ แล้วจึงขับผ่านแยกไป ซึ่งในวันเกิดเหตุ อากาศค่อนข้างเย็น ตนจึงไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ แต่ลดกระจกลงเล็กน้อยแทน จึงได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของน้องฟุตบอล ผู้ตาย ขับรถเข้ามาด้วยความเร็ว คาดว่าประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีเสียงดัง จากนั้นรถของน้องฟุตบอล ก็ขับเข้ามาชนช่วงล้อด้านหลัง ทำให้รถของตนเสียหลัก หันกลับลำไปทางเดิม

สภาพรถกระบะของนายลี้ธเนตร หลังเกิดเหตุ
รถจักรยานยนต์ของน้องฟุตบอล

จากนั้น เมื่อรถจอดนิ่งแล้ว ตนจึงรีบลงจากรถเพื่อไปดูคู่กรณี เพื่อจะช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่สังเกตว่าหลังจากที่น้องฟุตบอลมาชนแล้ว ไม่มีรถขับตาม หรือไล่จี้ท้ายมา มีเพียงดาบตำรวจคนหนึ่งออกมาจาก สภ.เมืองอุดรธานี ที่อยู่บริเวณข้างเคียงเพื่อมาสอบถามและดูจุดเกิดเหตุ และได้วิทยุแจ้งรถพยาบาลให้มาจุดเกิดเหตุ ไม่ได้มีลักษณะขับไล่ตามมาแต่อย่างใด

นายเสฎฐสิฏฐ์ สมบูรณ์ อายุ 43 ปี พ่อของนายณัฐวัฒน์

ด้าน นายเสฎฐสิฏฐ์ สมบูรณ์ อายุ 43 ปี พ่อของน้องฟุตบอล เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวกับลูกชาย ครอบครัวก็ยังรู้สึกติดใจการเสียชีวิต เพราะพบพิรุธเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นของเทศบาลนครอุดรธานี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เพราะเมื่อครอบครัวทำเรื่องขอดูภาพจากกล้อง กลับพบว่าไม่มีการบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ในเวลาเกิดเหตุ โดยเว้นช่วงในระหว่างวันที่ 26 พ.ย. ตั้งแต่ 19.00 น. ถึงวันที่ 27 พ.ย. เวลา 09.00 น. และถูกแจ้งว่ากล้องไม่ได้เสีย เพียงแต่ไม่มีการบันทึกไฟล์ภาพ

ภาพจำลองเหตุการณ์ อุบัติเหตุของน้องฟุตบอล จากการคาดการณ์ของนายเสฎฐสิฏฐ์

อีกทั้งครอบครัวยังสงสัยเกี่ยวกับคลิปวงจรปิด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ก่อนที่ลูกชายเสียชีวิต โดยลูกตนขับรถผ่านบริเวณด้านหน้าหอพัก และมีรถสายตรวจของตำรวจขับตามประกบในลักษณะไล่ล่าลูกชายของตน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 01.06 น. จากนั้นเวลาผ่านไปไม่ถึง 10 นาที ลูกชายก็ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต

กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าหอพัก ขณะที่น้องฟุตบอลขับรถผ่าน
กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าหอพัก ขณะรถจักรยานยนต์อีกคัน คล้ายขับตามน้องฟุตบอล

ซึ่งในวันดังกล่าว กลุ่มเพื่อนที่เดินทางไปด้วยกันกับผู้ตายขณะเกิดเหตุเล่าว่า ฟุตบอลออกไปส่งเพื่อนผู้หญิง 2 คน หลังจากทั้งหมดมาช่วยงานกีฬาสีที่หอพัก เวลา 00.53 น. โดยขี่รถจักรยานยนต์ไป 2 คัน คือ รถของเพื่อน 1 คัน และรถของฟุตบอลซึ่งเป็นรถที่ยืมเพื่อนมาอีก 1 คัน จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นรถของฟุตบอลมีเสียงดัง จึงขับรถไล่กวดตาม ซึ่งขณะนั้นเพื่อนผู้หญิงของน้องฟุตบอลก็ขับรถตามไปด้วย เห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ และรถเก๋งสีขาวขับไล่ตาม กระทั่งคลาดกัน จึงกลับมารอที่หอพัก กระทั่งพบว่าฟุตบอลขับรถวนกลับมาที่หน้าหอพักอีกครั้ง โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ไล่กวดมาอย่างในภาพวงจรปิด

ต่อมา ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดจากสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณร้านค้าหน้า สภ.เมืองอุดรธานี ห่างจุดเกิดเหตุ 200 เมตร โดยภาพในกล้องบันทึกเหตุการณ์ในช่วงเวลา 00.57 น. ซึ่ง กล้องตัวดังกล่าวมีการตั้งเวลาช้ากว่าเวลาปกติ 24 นาที ดังนั้นเวลาจริงคือ 01.21 น.

ภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีตำรวจ

โดยพบว่า รถของน้องฟุตบอล ขับผ่านด้วยความเร็ว จากนั้น อีกประมาณ 38 วินาที มีรถจักรยานยนต์อีกคันขับตามมา  แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเป็นรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านทั่วไป ซึ่งกล้องตัวนี้ เป็นกล้องวงจรปิดตัวเดียวที่บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่น้องฟุตบอลขับรถผ่าน

บรรยากาศบริเวณหน้า สภ.เมืองอุดรธานี

โดย พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรม โดยไม่ชี้ชัดว่าใครผิดหรือถูก และหากญาติมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามที่โรงพักได้ หรือหากมีพยานเพิ่มเติม เกี่ยวกับรถ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเจ้าหน้าที่ขับไล่ผู้ตายตามภายในคลิป ก็สามารถนำหลักฐานดังกล่าวมาส่งให้กับร้อยเวรเจ้าของคดี ขณะนี้ตนได้กำชับให้พนักงานสอบสวน เชิญตัวผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้สูญเสีย

ส่วนกรณีที่ญาติติดใจเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยการขับรถไล่ตามก่อนเกิดเหตุนั้น ตนจะให้มีการตรวจสอบต่อไป แต่จากภาพวงจรปิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่พบว่ามีรถขับตามมา ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ทราบตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว เว้นแต่หากมีภาพวงจรปิดที่ชี้ชัด เห็นใบหน้า หรือมีพยานหลักฐาน จึงจะเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวมาให้ปากคำ

keyboard_arrow_up