เด็ก 12 ตายเซ่นรั้วไฟฟ้าล้อมของกลางไม้พะยูง แม่อึ้ง ป่าไม้จับลักทรัพย์ (คลิป)

จากกรณี นางอุลัย ทันวิมา แม่ของด.ช.จิรนัย ทันเต หรือน้องเฟรม อายุ 12 ปี โดนไฟดูดเสียชีวิต ในคืนวันที่ 19 ต.ค. ที่อุทธยานแห่งชาติภูจองนายอย บ้านแก้งเรือง ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

โดยคืนวันเกิดเหตุ ด.ช.เฟรมพร้อมเพื่อนในหมู่บ้าน วัยใกล้เคียงกัน จำนวน 3 คน ชักชวนกันไปเที่ยวเล่น และมุดเข้าไปในรั้วที่เจ้าหน้าที่ใช้เก็บของกลาง เมื่อไปถึงรั้วชั้นที่ 2 พบว่ามีการปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้รอบกองไม้พะยูงที่ยึดไว้เป็นของกลาง ทำให้ไฟดูด ด.ช.เฟรม  และด.ช.เหลื่อม เพื่อนรุ่นพี่ที่ไปด้วยกัน พยายามจะเข้าไปช่วย ก็ถูกไฟดูด และยามที่อยู่ด้านหน้าได้สาดไฟมาที่กองไม้พะยูง ด.ช.เหลื่อม ตกใจ จึงทิ้งเพื่อนไว้ในที่เกิดเหตุ ก่อนวิ่งออกมาโดยไม่ได้แจ้งให้ใครทราบ กระทั่งบ่ายวันรุ่งขึ้น จึงได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้

จุดเกิดเหตุ ริมรั้วลวดหนาม สถานที่เก็บไม้พะยูง

วันที่ 22 พ.ย. 61 นางอุลัย ทันวิมา แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ระหว่างการตั้งบำเพ็ญกุศลศพลูกชาย มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยเข้ามาเจรจา ขอจ่ายเงินช่วยเหลือจำนวน 90,000 บาท แต่ครอบครัวเห็นว่าน้อยเกินไป จึงไม่รับ และได้เข้าแจ้งความในวันที่ 25 ต.ค. กระทั่งวันเผาศพ ได้เปิดโลงศพเพื่อดูหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย พบว่าสภาพศพมีรอยยุบบริเวณหน้าผาก 2 แห่ง และมีรอยเขียวช้ำ ที่บริเวณเบ้าตาด้านซ้าย จึงติดใจสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากการถูกทำร้ายด้วยหรือไม่

นางอุลัย ทันวิมา แม่ของผู้ตาย

จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงมอบเงินสดให้จำนวน 30,000 บาท โดยบอกว่าเป็นค่าช่วยทำศพ ไม่เกี่ยวข้องกับค่าเสียหาย ซึ่งตนก็ได้รับไว้ จนถึงปัจจุบันเรื่องคดีลูกชายของตนที่เสียชีวิต ยังไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งตนยังถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้แจ้งความกลับที่ลูกชายและเพื่อน ๆ ที่เข้าไปในพื้นที่เก็บของกลาง ในข้อหาร่วมกันบุกรุก และร่วมกันพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นใช้คุ้มครองทรัพย์สิน

ด.ช.จิรนัย ทันเต หรือ น้องเฟรม

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า คาใจเรื่องเจ้าหน้าที่อุทยานที่ปล่อยกระแสไฟในบริเวณนั้น เนื่องจากอยู่ใกล้ลำธาร ที่เด็ก ๆ มักจะชอบไปเล่นน้ำ รวมถึง วันเกิดเหตุ เพื่อนลูกชายเล่าให้ฟังว่า เจ้าหน้าที่สาดแสงไฟมา จึงตกใจวิ่งหนี และร้องตะโกนให้คนช่วย แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยอมช่วยลูกชาย หรือตัดกระแสไฟฟ้า พร้อมยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ ลูกชายไม่เคยเข้าไปขโมยไม้พะยูง คาดว่าคงเข้าไปเที่ยวเล่น จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวคนผิดมาลงโทษ

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี

ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว ปกติจะมีชุดลาดตระเวนประจำการอยู่ แต่หากชุดลาดตระเวนต้องออกไปเดินป่าป้องกันการลักลอบการทำผิดกฎหมาย จะเหลือเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ยามเพียง 2 คน ซึ่งเกินกำลัง เนื่องจากมีไม้ของกลาง รวมทั้งยานพาหนะ และอุปกรณ์อื่นที่ตรวจยึดไว้จำนวนมาก จึงต้องมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าช่วยป้องกันในช่วงกลางคืน โดยจุดที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าก็เป็นรั้วชั้นใน มีป้ายติดประกาศเตือนมองเห็นชัดเจน รวมทั้งมีการประกาศแจ้งชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็รู้ว่าเป็นเขตหวงห้าม เพราะก่อนหน้านี้ มีไม้รวมทั้งเครื่องยนต์ต่าง ๆ ถูกคนร้ายแอบเข้าไปขโมย โดยมีการตัดกระแสไฟฟ้า เนื่องจากมีการติดตั้งระบบหากมีสัตว์หรือคนไปถูกรั้วดังกล่าวดูด ไฟก็จะตัด ไม่ให้ถึงตาย

ป้ายบอกเขตหวงห้าม

แต่ในวันเกิดเหตุมีฝนตก และยามที่อยู่ด้วยกัน 2 คน ได้ยินเสียงสุนัขเห่าดังมาจากด้านหลังของรั้ว แต่ไม่ได้ออกไปดู กระทั่งสายวันรุ่งขึ้น จึงไปพบมีเด็กถูกไฟดูดจนเสียชีวิต จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เข้ามาร่วมชันสูตรพลิกศพในวันเดียวกัน

เมื่อเกิดเหตุขึ้น แม้ตนเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งได้ไม่กี่วัน ก็ได้มีการเรียกประชุมหัวหน้าหน่วย เพื่อหาทางช่วยเหลือ เนื่องจากต้องการอยู่ร่วมกับชาวบ้านโดยไม่มีความขัดแย้ง เบื้องต้นตกลงจะช่วยกันหาเงินช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมจำนวน 100,000 บาท แต่ครอบครัวของผู้ตายเรียกร้องเงินมากถึงล้านกว่าบาท จึงยังทำอะไรไม่ได้

ส่วนหัวหน้าชุดอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยที่เกิดเหตุ ก็ได้ไปกู้เงินสหกรณ์มามอบให้ครอบครัวเป็นการช่วยเหลือค่าทำศพ เบื้องต้น จำนวน 30,000 บาท ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่ต้องพิสูจน์ความจริงที่เกิดขึ้น เพราะพนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ที่เป็นยามทั้ง 2 คน ของชุดพิทักษ์ป่าอุทยานภูจองนายอย 6 แก้งเรือง ซึ่งอยู่ดูแลสถานที่ในวันเกิดเหตุแล้ว

keyboard_arrow_up