อดีตผช.อธิการบดี ม.ดัง จมน้ำดับ! น้องสาวคาใจ หายไปกับเพื่อนชายก่อนเจอเป็นศพ พิรุธสร้อยพระห้อยคอ ของใคร?

จากกรณีพบศพชายนิรนามลอยอืดกลางแม่น้ำน่าน เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา บริเวณริมตลิ่งใกล้กับคริสตจักรโรงสีเบญจพืช ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก ในตัวไม่พบหลักฐานยืนยันว่าเป็นใครมาจากไหน ไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย มีเพียงเงินสดจำนวน 170 บาท และที่คอห้อยพระ 3 องค์ คาดว่าอาจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย หรือพลัดตกแม่น้ำน่านจนเสียชีวิต

พระ 3 องค์ ที่พบที่ศพ

ล่าสุดวันที่ 6 ต.ค. 61 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก นางทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ อายุ 52 ปี อาจารย์สาขาวิชาโทภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้เข้าพบ พ.ต.ต.หญิง กัลยาณี ท่าโพธิ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อแจ้งว่าก่อนหน้านี้ได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน และลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีที่พี่ชายของตนเอง คือ ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อายุ 55 ปี ประธานหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้หายตัวออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 61 นั้น

นางทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ น้องสาวเข้าแจ้งความ

ต่อมาตนทราบว่า พ.ต.ท.สันตสิริ เมตตาวงศ์ รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่าพบศพชายไทยลอยไปติดริมตลิ่งแม่น้ำน่านหน้าคริสตจักร ใกล้กับโรงสีเบญจพืช ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก ตนจึงไปดูศพผู้เสียชีวิตที่นิติเวช โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศว ร พบว่าเป็นพี่ชายตนจริง ๆ ซึ่งก่อนหายตัวไปได้นำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะเดินทางไป จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. เนื่องจากต้องไปนิเทศนักศึกษาฝึกงาน โดยไปกับเพื่อนไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด กระทั่งวันที่ 3 ต.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. ไม่เห็นพี่ชายกลับมา เพราะต้องเปลี่ยนกันดูแลมารดา จึงโทรศัพท์ไปสอบถาม แต่ไม่สามารถติดต่อได้

บรรยากาศตอนนำศพขึ้นมาจากแม่น้ำน่าน

ส่วนสาเหตุที่จำได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นพี่ชาย เพราะนิ้วเท้าไม่เท่ากัน และมีรอยแผลเป็นที่ด้านหลัง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นตนติดใจสงสัยว่าอาจจะถูกทำร้ายร่างกาย เพราะพี่ชายของตนว่ายน้ำเป็น เชื่อว่าอาจจะเป็นเพื่อนของพี่ชายที่เดินทางไป จ.อุตรดิตถ์ด้วยกัน เพราะพี่ชายมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ

ด้านนางทรัตน์พร ให้การเพิ่มเติมว่า ผู้ชายที่ไป จ.อุตรดิตถ์ด้วยกันน่าจะเป็นคนที่แอบคบหากันอยู่ โดยเป็นคนที่ตนไม่รู้จัก เพราะพี่ชายไม่ยอมเปิดเผยให้ทราบ และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่โรงแรมที่พี่ชายนำรถไปจอดทิ้งไว้ ทราบว่าชายดังกล่าวอายุประมาณ 30–35 ปี สูงประมาณ 170 ซม. ผิวขาว ขับรถยนต์เก๋ง โดยพี่ชายของตนนั่งโดยสารไปกับชายคนดังกล่าว และขณะพบศพไม่มีแหวนและสร้อยคอทองคำของพี่ชาย ส่วนสร้อยพร้อมพระเครื่องที่พบห้อยคอพี่ชายอยู่ 3 องค์ ก็ไม่ใช่ของพี่ชายตน กระเป๋าสตางค์ที่ใส่เอกสารและเงินสดจำนวนหนึ่งก็หายไปด้วย

ทั้งนี้ ครอบครัวได้นำศพมาตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในวันที่ 6-8 ต.ค. และจะมีกำหนดฌาปนกิจศพในวันที่ 9 ต.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามชายใกล้ชิดคนดังกล่าวมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตหรือไม่ พร้อมทั้งให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อใช้จับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุดต่อไป

ผศ.ดร.อรรจน์ อดีตรองอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์, อดีตผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยรังสิต ผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ผศ.ดร.อรรจน์ อดีตเคยเป็นรองอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์, อดีตผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยรังสิตด้วย

keyboard_arrow_up