สู้ตาย! คุมตัว ‘วัฒนา’ ทำแผนวันที่ 2 ชูสองนิ้วไม่แคร์สื่อ นำตัวฝากขังพรุ่งนี้ (คลิป)

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เป็นวันที่ 2 ซึ่งการทำแผนนั้นจะเป็นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในการลอบวางระเบิดในปี 2550 และ 2560 ก่อนนำตัวฝากขังพรุ่งนี้

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายวัฒนา ภุมเรศ ผู้ต้องคดีวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไปยัง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ) บางกรวย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาได้นำรถยนต์ส่วนตัวไปจอดไว้ที่ลานจอดรถ 1 วัน

ซึ่งภายในได้ซุกซ่อน แจกันดอกไม้บรรจุแผงวงจรระเบิด ก่อนนำรถจักรยาน มาจอดข้างรถ เพื่อหยิบเสื้อผ้า แล้วไปยังคอนโดยันฮี ที่พักของเพื่อนสาวคนสนิท 1 คืนก่อนก่อเหตุ

โดยในวันที่ 22 พ.ค. ผู้ต้องหาได้ออกจากคอนโด กลับมาที่รถยนต์เพื่อหยิบแจกันที่บรรจุระเบิด ออกมาแล้วปั่นจักยานไปยังซอยจรัญ 97 เพื่อขึ้นรถโดยสารประจำทางสาย 18 ไปยัง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

จุดที่ 2 เป็นร้านขายของ 20 บาท บริเวณซอยบางกรวย-ไทรน้อย 2 เป็นจุดที่นายวัฒนาซื้อแจกันดอกไม้และดอกไม้แห้ง 1 สัปดาห์ก่อนก่อเหตุ

จุดที่ 3 คอนโดยันฮี ซึงเป็นคอนโดของสาวคนสนิทนายวัฒนา ที่นายวัฒนามาพัก1คืนก่อนเกิดเหตุ

จุดที่ 4 ร้านเฮียอ้วน เป็นร้านขายท่อพีวีซี ในตลาดหลังชุมชนการไฟฟ้าเป็นจุดที่นายวัฒนาซื้อท่อพีวีซี เพื่อนำไปประกอบระเบิด

จุดที่ 5 คือบริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 97 เป็นจุดที่นายวัฒนา นำรถจักรยานมาจอดไว้ใต้สะพานลอยก่อนที่จะ ข้ามสะพานลอยไปยังฝั่งตรงข้ามเพื่อขึ้นรถประจำทางสายปอ.18 เพื่อนำระเบิดที่เตรียมไว้ไปก่อเหตุยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

จุดที่ 6 บริเวณใต้สะพานพระราม 7 ซึ่งเป็นจุดที่นายวัฒนาอ้างว่า มาซื้อประทัดในช่วงเทศกาลลอยกระทงเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนประกอบระเบิด

จุดที่ 7 บริเวณถนนบ้านหม้อ แหล่งขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นจุดที่นายวัฒนา มาซื้อแผงวงจรไอซีทามเมอร์

จากนั้นในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหามาทำแผนต่อ ที่บริเวณหน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นจุดที่นายวัฒนา ลงมือก่อเหตุระเบิดช่วงค่ำวันที่ 5 เม.ย.2560

จากนั้นไปทำแผนต่อ ที่หน้าโรงละครแห่งชาติ บริเวณโคนต้นไม้ ใกล้กับป้ายรถเมล์ ด้านข้างท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ นำระเบิดไปป์บอม มาวางไว้แบบตั้งหน่วงเวลา วันที่ 15 พ.ค.2560 ต่อด้วยนำตัวนายวัฒนา มาทำแผนที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ข้างโรงเรียนแผนที่ทหาร ซึ่งเป็นจุดที่นายวัฒนา นำระเบิดมาวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ วันที่ 30 ก.ย.2550

และจุดสุดท้าย ค่อบริเวณหน้าซอยราชวิถี 24 ซึ่งเป็นจุดที่นายวัฒนา นำระเบิดไปวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ วันที่ 5พ.ค.2550 และเดินย้อนกลับไปขึ้นรถเมล์ สาย ปอ.18 เพื่อเดินทางกลับ

ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุ ขณะนี้สำนวนคดีคืบหน้าไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะยังมีความสงสัย และยังพบการพาดพิงอยู่อีก อีกทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ครบ จึงรอผลออกมาก่อน นอกจากนี้ยังคงขาดหลักฐานการสอบสวนเพื่อนสาวคนสนิท

ส่วนภรรยาของนายวัฒนาถือเป็นพยานในคดีนี้ ขณะที่เส้นทางการเงิน หรือแหล่งเงินทุนที่มา ก็กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีการพาดพิงไปยังกลุ่มการเมืองหรือไม่ รองผบ.ตร.ระบุว่า ไม่มี

ส่วนจะแจ้งข้อหาก่อการร้ายหรือไม่นั้น หากสอบสวนแล้วพบว่ามีพฤติการณ์หรือหลักฐานพาดพิงถึง ก็จะดำเนินการ และในวันพรุ่งนี้จะมีการนำตัวนายวัฒนาไปขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่ายังไม่มั่นใจว่า นายวัฒนา จะเป็นผู้ก่อเหตุคนเดียว แต่ในส่วนของพยานหลักฐานยังไม่เชื่อมโยงไปถึงผู้อื่น ส่วนที่นายวัฒนา อ้างว่าทำไปเพราะไม่ชอบทหาร คงไม่ได้หมายถึงทหารทั้งหมด และไม่กังวลว่าคนที่ไม่ชอบทหารหรือรัฐบาลชุดนี้จะก่อเหตุเลียนแบบนายวัฒนา เพราะไม่มีใครสามารถวางระเบิดแบบนี้ได้ทุกคน พร้อมสั่งให้เร่งขยายผล หากเกี่ยวข้องกับใครต้องดำเนินการ.

keyboard_arrow_up