ผู้เชี่ยวชาญ เร่งใช้ระบบ 3 มิติ สแกนเจดีย์ยักษ์ หวั่นพังถล่มซ้ำ

วันที่ 26 ก.ย. 61 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานเขตบางกอกน้อย พร้อมด้วย ผศ.ดร.ชัยณรงค์ อธิสกุล  อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รองผู้อำนวยการโครงการเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา นำเครื่อง 3 D Scanning มาตรวจสอบสภาพเจดีย์วัดพระยาทำวรวิหาร ในซอยอรุณอัมรินทร์ 15 ถนนอรุณอัมรินทร์ บางกอกน้อย เพื่อเก็บโครงสร้าง “เสมือนจริง” และเก็บพิกัดด้วยแสงเลเซอร์ ว่าปัจจุบันมีสภาพและโครงสร้างของเจดีย์อย่างไรบ้าง ซึ่งจะทำให้ทราบภาพรวมมิติรูปทรงปัจจุบัน ความหนา โครงสร้างผิวนอกและภายด้านในเจดีย์และสามารถประเมินความเอียงของเจดีย์

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเจดีย์

ขณะเดียวกันต้องพิจารณาโครงสร้างอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเจดีย์ รอยร้าว และจุดเสี่ยงที่มีความเสียหา ผศ.ดร.ชัยณรงค์ฯ ระบุว่าโดยการประเมินจากสายตา พบว่าเจดีย์ยังทรงตัวได้ เป็นลักษณะการยุบตัวลงในแนวตรง ไม่มีการหักล้มลงมา คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบโครงสร้างทั้งหมด ประมาณ ครึ่งวัน

เจ้าหน้าที่สแกนความแข็งแรงของเจดีย์

สำหรับการนำเครื่อง 3D Scanning จะต้องสแกนครบให้รอบด้านทุกด้านของเจดีย์ ซึ่งแต่ละจุดที่สแกนใช้เวลาจุดละ 8-10 นาที จากนั้นจะนำข้อมูลไปประมวลผลโดยระบบคอมพิวเตอร์ 2 วัน จึงจะทราบว่าสภาพโครงสร้างและความเสียหายขณะนี้เป็นอย่างไร และเป็นขั้นตอนของกรมศิลปากรวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการบูรณะเจดีย์ต่อไป ต่อมาใน เวลา 11.00 น. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กำหนดลงพื้นที่ตรวจเจดีย์วัดพระยาทำ ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตามความเสียหายทั้งหมดต้องรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกรมศิลปากร ในฐานะผู้ควบคุมงานประเมินความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุยังระบุไม่แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด คงต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่อย่างเป็นทางการอีกครั้งค่ะ

keyboard_arrow_up