ผู้ปกครองผวา! ไอ้หื่นบุกล่วงละเมิดลูก-หลานในโรงเรียน

ชาวบ้านในตำบลวัดละมุด อ.นครชัยศรี  จ.นครปฐม เกรงความไม่ปลอดภัยของลูกหลาน หลังมีคนร้ายบุกเข้าไปในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อล่วงละเมิดเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่หนีรอดมาได้อย่างปลอดภัย และคนร้ายได้หลบหนีออกไปจากพื้นที่หลังก่อเหตุ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปพูดคุยกับชาวบ้านในตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม หลังได้รับเรื่องจากชาวบ้าน ว่า มีคนร้าย เข้ามาก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ในตำบลวัดละมุด ซึ่งทุกครอบครัวต่างหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกรงลูกหลานตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกหลานเป็นผู้หญิง

น้องเจ(นามสมมุติ) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็น 1 ในผู้ที่เห็นเหตุการณ์ บอกกับทีมข่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา โดยตนได้เล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ในวันดังกล่าว ช่วงประมาณ 6 โมงครึ่ง หลังจากแม่ได้ไปส่งที่โรงเรียน ได้เห็นชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปีเศษ รูปร่างสูง-ผิวดำแดง-ผมหยักศก-มีไฝที่หัวคิ้วขวา ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในโรงเรียนจากนั้นทำทีมานั่งคุยโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะพยายามถามข้อมูลจากตน ว่า มีครูและกล้องวงจรปิดหรือไม่ จากนั้นได้เดินไปถามเพื่อนนักเรียนหญิง ว่า ภายในโรงเรียนมีกล้องหรือไม่

หลังจากนั้น ตน ได้เดินขึ้นตึกเพื่อขึ้นห้องเรียน และชายคนดังกล่าวก็เดินตามขึ้นมาด้วยและได้บอกให้เพื่อนผู้หญิง ไปหยิบกระดาษที่ตกอยู่บนหน้าโต๊ะของครู ซึ่งตนสังเกตเห็นว่า เมื่อเพื่อนผู้หญิงไปหยิบกระดาษตามที่บอก ชายคนดังกล่าวได้พยายามมองหน้าอกของเพื่อผู้หญิงในขณะก้มเก็บกระดาษ และถามว่าได้ใส่เสื้อชั้นในหรือไม่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ในจังหวะนั้น ได้มีรุ่นพี่นักเรียนหญิงชั้น ป.6 เดินผ่านเข้ามาที่ห้องเรียนของนักเรียนชั้นป.3 ที่ติดกับห้องตัวเอง โดยชายคนดังกล่าวได้เดินไปหารุ่นพี่ผู้หญิงและพยายามไปพูดคุยด้วย และสอบถามว่าชั้นบน มีกล้องวงจรปิดหรือไม่ เมื่อปลอดคนชายคนดังกล่าวได้พูดไปว่ามีอะไรเปื้อนติดที่กระโปรงและเหมือนจะเดินไปที่ตัว จากนั้นได้พยายามดึงรุ่นพี่เข้าไปในห้องที่ไม่มีใครอยู่ แต่เป็นช่วงที่มีนักเรียนชายชั้นป.3 ได้เข้ามาในห้องพอดี รุ่นพี่ผู้หญิงจึงได้กระชากผมของชายคนดังกล่าว และได้ชกไปที่หน้า 1 ครั้งจนชายคนดังกล่าวล้มลง ก่อนที่รุ่นพี่ผู้หญิงจะวิ่งหนีออกมา ส่วนชายคนดังกล่าวได้วิ่งหนีลงจากอาคารไปขี่รถจักรยานยนต์หนีออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเองจดนำหน้าชายคนดังกล่าวได้ดีหากเจอตัวก็จำได้แม่นยำแน่นอน

ขณะที่ นายพาณุก ดอกไม้สีจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านในตำบลวังละมุด บอกว่าจากการรับฟังข้อมูลจากเด็กนักเรียนแล้ว ได้ประสานงานกันกับผู้นำชุมชนใน 2 ตำบล ที่ผู้ปกครองส่งลูกหลานมาเรียนที่โรงเรียนดังกล่าว และได้พูดคุยให้ข้อมูลกับชาวบ้านอย่างถูกต้อง ทั้งนี้จากข้อมูลเบื้องต้นของคนร้ายที่ได้รับมา เชื่อว่าคนร้ายคนดังกล่าว ไม่น่าจะใช่คนในพื้นที่ และตอนนี้ได้มีการวางกำลังของชาวบ้านเพื่อสอดส่องและพยามหาตัวคนร้ายให้ได้ส่วนการป้องกันก็ได้พยายามที่จะสอดส่องในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นให้กับเด็กนักเรียน

นายพาณุก ดอกไม้สีจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน ต.วังละมุด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า ชายคนดังกล่าวได้พยายามก่อเหตุลักษณะเช่นนี้ กับนักเรียนหญิงของโรงเรียนหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ในพื้นที่ใกล้เคียงกันด้วย

เช่นเดียวกับ นางสาวธัญรัตน์ สังข์เศวก อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นผู้ปกครองที่มีลูกหลานเรียนที่โรงเรียนดังกล่าว บอกว่าได้ทราบเรื่องจากเด็กชายแถวบ้าน ซึ่งรู้สึกตกใจ เพราะในพื้นที่ตำบลของเราก็ไม่เคยมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ส่วนตัวมีลูกหลานเป็นเด็กผู้หญิงก็เกรงว่าลูกหลานจะตกเป็นเหยื่อ เบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน ได้เดินทางไปส่งที่โรงเรียนให้สายขึ้นจากเดิม เพื่อให้มีคนมาโรงเรียนมากขึ้น เพราะที่ทราบมาในขณะเกิดเหตุเป็นเวลา ก่อน 7 โมงเช้า ซึ่งภายในโรงเรียนไม่น่าจะมีคน จึงเหมาที่คนร้ายจะฉวยโอกาสก่อเหตุ อย่างไรก็ตามตนและผู้ปกครองคนอื่นๆ ต่างวิตกกังวลกันมากกับเหตุการณ์นี้ และอยากให้คนร้ายถูกจับตัวโดยเร็ว

น.ส. ธัญรัตน์ สังข์เศวก ผู้ปกครอง

จากการประสานขอข้อมูลจากทางตำรวจท้องที่ ในขณะนี้ ตำรวจยังไม่ได้มีการออกมาให้ข้อมูลใดๆ แต่ชาวบ้าน บอกว่า ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้เดินทางเข้าออกในพื้นที่2ตำบล เพื่อติดตามหาเบาะแสของชายคนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและยังไม่ได้ตัวแต่คาดว่าน่าจะได้ภาพสเก็ตที่คาดว่าจะเป็นคนที่เด็กนักเรียนเห็นหน้าแล้ว

ทั้งนี้ มีคนตั้งข้อสังเกตว่าชายคนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับชายคนหนึ่ง ที่เคยก่อเหตุฆ่าภรรยาโดยใช้ไม้กระถินแทงไปทั่วร่างกายจนเสียชีวิตและนำศพไปยัดในท่อน้ำ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางตำรวจ แต่อย่างใด เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตุของชาวบ้านเท่านั้น

keyboard_arrow_up