เมียอุ้มท้องร่ำไห้กอดลูกรับศพ “พลทหารคชา” ช็อก ทำใจไม่ได้ – พ่อ เลิกอาฆาต 3 รุ่นพี่ซ้อมโหด (คลิป)

จากรณีพลทหารคชา พะชะ หรือ เข้ม อายุ 22 ปี ถูกพลทหารรุ่นพี่รุมซ้อมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำตัวส่งที่ รพ.อานันทมหิดล ในคืนวันที่ 21 ส.ค. 61 โดยมีอาการหมดสติ หัวใจหยุดเต้น ร่างกายไม่ตอบสนอง ต่อมามีรุ่นพี่พลทหาร 3 นาย ยอมรับบว่าเป็นผู้ลงมือซ้อมพลทหารคชา แต่ครอบครัวยังคงคาใจว่ารุ่นพี่ทั้ง 3 คนใช้วิธีการใดในการการทำร้ายร่างกาย เนื่องจากเบื้องต้นไม่พบร่องรอยจากการถูกทำร้ายที่ร่างกาย กระทั่งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 61 พลทหารคชาได้เสียชีวิตไปแล้วนั้น (อ่าน : เมียเล่านาทีสุดท้าย “พลทหารคชา” สิ้นลม! ลั่นอโหสิ ไม่จองเวร 3 ทหารรุ่นพี่ซ้อมโหด)

นายคมฉัน พะชะ พ่อของพลทหารคชา

วันที่ 15 ก.ย. 61 ครอบครัวพลทหารคชาได้เดินทางไปรับศพหลังจากส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โดยนายคมฉัน พะชะ พ่อของพลทหารคชา ฝากถึงพลทหารทุกคนว่า รุ่นน้องพลทหารที่เข้ามาอยู่ในค่าย ขอให้ดูแลรักกันกลมเกลียวเหมือนพี่น้อง อย่ามีอคติต่อกัน ส่วนเรื่องอื่นครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจอะไร และเข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาหนึ่งคนต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นสิบเป็นร้อยคน ที่ผ่านมากองทัพก็ดูแลเป็นอย่างดี ส่วนพลทหารที่กระทำผิดทราบว่ามีภรรยาและลูก ซึ่งข้อหานี้รุนแรงมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่ก็ไม่อยากให้ถึงขั้นประหารชีวิต หลังจากถูกปลดในเดือน ต.ค.นี้ ทั้ง 3 คนก็จะต้องถูกนำตัวขึ้นศาลพลเรือน

ทั้งนี้ ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก ขอให้ตนเป็นครอบครัวสุดท้ายที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุที่หากไม่แก้ไขจะลำบาก เพราะหากน้อง ๆ ทหารยังไม่ปลูกจิตสำนึกของตัวเองว่า เราเข้าเป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ในกรมกองเดียวกัน ก็เหมือนเป็นลูกของพ่อแม่เดียวกัน และอยากจะฝากว่า น้อง ๆ ที่เข้ามาเป็นทหารใหม่ ไม่ได้มีอะไรเลวร้าย ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเองว่าจะมีความสามัคคี รักกันเหมือนที่ถูกสั่งสอนมาหรือไม่ หากทำได้แบบนั้นพ่อแม่คงไม่มีอะไรต้องห่วง

แม้ว่าตอนนี้ลูกชายจะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ทำใจได้ เพราะได้เตรียมใจไว้ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอหน้า เพราะคิดว่าคงรอดยาก แต่ตราบใดที่หัวใจเข้ายังเต้นอยู่ก็อยากจะยื้อเขาไว้รอให้ได้รับบุญรับกุศลที่พ่อแม่ทำส่งไปให้ เมื่อเขารับบุญมากพอแล้ว เขาคงไปตามวิถีทางของเขาเอง

นางรุ่งฤดี สิหะวงษ์ แม่ของพลทหารคชา

ขณะที่นางรุ่งฤดี สิหะวงษ์ แม่ของพลทหารคชา บอกว่า เคยฝันถึงลูกเพียงครั้งเดียวตั้งแต่ช่วงที่เขาป่วยสัปดาห์แรก ซึ่งมาบอกว่า “เข้มทนไม่ไหวแล้วนะ เข้มต้องไป” แต่แม่ก็บอกไปว่าจะไปไหน อย่าเพิ่งไป ต้องสู้ต่อ จากนั้นก็ไม่เคยฝันถึงลูกอีก เพราะต้องดูแลหลาน นอนก็ไม่ค่อยหลับ มีเพียงน้องฝ้าย ภรรยาของพลทหารคชา ที่ฝันถึงลูกในวันเดียวกันกับพ่อ โดยพลทหารคชามาบอกว่าจะไปแล้วนะ เขาไปดีไม่ได้ลำบาก ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ทำให้ตอนนี้ไม่รู้สึกเป็นห่วงอะไร

สุดท้าย ถ้าลูกยังอยู่ตรงนี้ อยากให้รู้ว่าแม่ยังรักลูกอยู่ อย่าเป็นห่วง ทุกอย่างที่เคยทำผิดทำพลาดไว้ พ่อกับแม่อโหสิกรรมให้ทั้งหมด จะได้ไม่ติดตัวไป ถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้เราเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก

บรรยากาศ น.ส.วรรณิสา รับศพสามีที่วัด

หลังจากนั้น ครอบครัวได้เคลื่อนศพพลทหารคชาไปที่วัดเวฬุวนาราม ต.ไทยสามัคคี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เพื่อตั้งสวดบำเพ็ญกุศล โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า น.ส.วรรณิสา บุญตา ภรรยายืนรับศพสามีพร้อมกอดลูกสาววัย 2 ขวบด้วยน้ำตาคลอ

น.ส.วรรณิสา บุญตา ภรรยาของพลทหารคชา

โดย น.ส.วรรณิสา บุญตา อายุ 24 ปี ภรรยาของพลทหารคชา กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนญาติของผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่เคยติดต่อมา ซึ่งตนก็ไม่อยากให้มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ เพราะคิดว่าไม่รู้จะมาเพื่ออะไร เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ติดต่อหรือขอโทษฝ่ายตนเลย ส่วนการช่วยเหลือจากทหารก็มีการดูแลตั้งแต่ที่โรงพยาบาล และการจัดงานศพ แต่ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องเงินช่วยเหลือ ซึ่งเบื้องต้นตนก็ค่อนข้างพอใจที่ผู้ใหญ่เข้ามาดูแล

 

keyboard_arrow_up