แถลงจับแก๊งดัดแปลงรถพยาบาลขนยา เปิดไฟฉุกเฉินตบตา เร่งขยายผลสาวคนบงการ

วันนี้ 12 ก.ย.61 ที่สำนักงานปปส. ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ นายศิรินทร์ ยาสิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. พร้อมด้วย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรืองรองผบช.ภ.5, พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, พ.ต.ท.สมพร ชื่นโกมล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่5 กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนพ.วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ได้แก่ การจับกุมรถพยาบาลฉุกเฉิน (AMBULANCE) ลำเลียงยาเสพติด เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา ในการจับกุมครั้งนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย นายตะวัน หรือดุ่ย โพธิ์อุไร อายุ 22 ปี, นายศุภชัย หรือนนท์ ขาวจันทร์ อายุ 22 ปี, นายชาญชัย หรือแฟล็ต เพชรพราว อายุ 21 ปี, นายวิสันต์ น้ำเต้าทอง อายุ 43 ปี, นางสาวสุธิมา หรือหนู ชัยมูล อายุ 26 ปี, นายกำพล หรือบอม ชัยหัง อายุ 28 ปี และนายเค้ก พรรณทวี อายุ 29 ปี พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 398 กก. และ เคตามีน 80 กก. นอกจากนี้ ยังมีอาวุธปืน 2 กระบอกและรถยนต์อีก 3 คัน

บรรยากาศแถลงข่าวที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5

นายศิรินทร์ เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางในคดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก ปปส. ภาค 5 ร่วมกับ กก.สส.1, บก.สส.ภ.5 ร่วมกันสืบสวนเครือข่ายของนายอภิวิชญ์ สอาดดี ฉายา อาร์ตต่ำเอี่ยว อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งหลบหนีไปค้าและลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยสืบทราบว่า เครือข่ายนี้มีพฤติการณ์ใช้รถตู้ดัดแปลงเป็นรถพยาบาลฉุกเฉิน (Ambulance) และใช้ในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือลงไปพื้นที่ภาคกลาง เพื่ออำพรางและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

รถพยาบาลฉุกเฉินที่มีการซุกซ่อนยาเสพติด

นายศิรินทร์ กล่าวอีกว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ก.ย. 61 พบข้อมูลว่า รถตู้พยาบาลฉุกเฉินของผู้ต้องหาขับผ่านด่านถ้ำปลา มุ่งหน้าไป อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยติดตาม พบว่ารถตู้คันดังกล่าวขับไปพบรถยนต์อีก 2 คัน บริเวณตึกแถวที่ ม.6 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จากนั้นรถยนต์ทั้ง 3 คันก็ได้ขับออกจากบริเวณตึกแถวดังกล่าว และเมื่อขับถึงบริเวณด่านตรวจแม่ต๋ำ เจ้าหน้าชุดปฏิบัติการจึงได้ประสานด่านตรวจให้เรียกตรวจค้นรถพยาบาลฉุกเฉินทั้ง 2 คัน เมื่อรถพยาบาลฉุกเฉินคันที่ 2 ที่ขับตามมาเห็นด่านตรวจเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินคันหน้า จึงได้ฝ่าเลนจราจรขับเลี้ยวหนีไปทาง อ.ดอกคำใต้ ชุดปฏิบัติการที่ขับติดตามไป พบว่า คนในรถตู้โยนสิ่งของทิ้งจากตัวรถตลอดเส้นทางที่หลบหนี

สภาพของรถพยาบาลฉุกเฉินหลังขับไปชนรั้วของชาวบ้าน

กระทั่งรถเสียหลักขับไปชนรั้วบ้านในพื้นที่ ม.2 ต.ดอกคำใต้ เมื่อตรวจค้นในรถพบยาไอซ์ 398 ถุง เคตามีน 60 ถุง อาวุธปืน 9 มม. จำนวน 1 กระบอกและกระสุน 9 นัด ชุดปฏิบัติการจึงได้ประสานตำรวจท้องที่ให้ค้นหายาเสพติดที่ผู้ต้องหาโยนทิ้งระหว่างทาง โดยพบคีตามีนอีก 15 ถุงนอกจากนี้ ผลการตรวจค้นรถพยาบาลฉุกเฉินอีกคันที่ด่านตรวจแม่ต๋ำพบอาวุธปืนพก 9 มม. จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุน 14 นัดและจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ที่ด่านตรวจท่าก๊อ จ.เชียงราย

เจ้าหน้าที่ลำเลียงของกลางจากการจับกุม

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการบูรณาการกวาดล้างยาเสพติดของทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จะเห็นได้ว่าขบวนการเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลักลอบขนยาเสพติดในแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นในคดีนี้ กลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้รถพยาบาลฉุกเฉิน (AMBULANCE) เป็นพาหนะในการลำเลียงเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และสะดวกต่อการลำเลียงโดยจะอาศัยการเปิดสัญญาณไฟขอทางอีกทั้งยังมีการดัดแปลงรถเพื่อให้มีที่เก็บซ่อนยาเสพติดด้วย

และนอกจากนี้จากการตรวจสอบยังทราบว่ารถพยาบาลฉุกเฉิน (AMBULANCE) ที่กลุ่มผุ้ต้องหาใช้นั้น เป็นรถเอกชนที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สอฉ.) ในสังกัดพื้นที่เทศบาลเมืองยี่โถ จ.ปทุมธานี ดังนั้น ในการป้องกันและปราบปรามขบวนการเหล่านี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องมีการคุมเข้มและร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่า ขบวนการนี้น่าจะยังมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาไม่ถึง 2 ครั้ง ซึ่งก็จะต้องมีการดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป

 

keyboard_arrow_up