“เสี่ยลภ” รับคบหา “เนิร์ส” ปัดลงมือฆ่า เผยขอให้การในชั้นศาล

วันที่ 6 ก.ย.2561 ที่สภ. เมืองนครปฐม เต็มไปด้วยสื่อมวลชนที่เฝ้าติดตามการทำข่าว หลังทราบว่า ตำรวจจะควบคุมตัวไปสอบปากคำหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงน.ส.นภธร กนกเกษมโสภณ อายุ 23 ปี หรือ น้องเนิร์ส โดยเสี่ยลภ สวมเสื้อยืดสีขาว หมวกแก๊บสีดำ สวมเสื้อกั๊กสีดำกันกระสุน และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า การสอบปากคำครั้งนี้พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า “เสี่ยลภ” ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นายวัลลภ ห้วยหงส์ทอง หรือ เสี่ยลภ

แต่เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์มากเพียงพอที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ เนื่องจาก มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน ลายนิ้วมือ DNA บนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งผู้ต้องหานำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งข้อความสนทนาทางไลน์ระหว่างผู้ต้องหาและผู้ตาย จากนี้ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบให้ชัดเจนต่อไป

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

จากการสอบปากคำ เสี่ยลภ ยอมรับว่ารู้จักและคบหาดูใจกับผู้ตายมา 9 เดือน และยอมรับว่ามีปัญหา มีปากเสียง ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่การก่อเหตุหรือพบเจอผู้ตายเป็นคนสุดท้ายจริงหรือไม่นั้น ผู้ต้องหาขอให้การในชั้นศาลต่อไป

พลตำรวจตรีคำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

ด้านพลตำรวจตรีคำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า เบื้องต้นในขณะนี้หลังจากที่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาแล้วนั้น ยังไม่มีการดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง จึงต้องมีการสอบสวนผู้ต้องหาพร้อมกับทนายความ สำหรับการติดต่อมอบเข้ามามอบตัวนั้น มีบุคคลใกล้ชิดที่ผู้ต้องหานับถือ ติดต่อเข้ามายังเจ้าหน้าที่ ตร. ก่อนที่จะมีการเข้าไปควบคุมตัวที่ จ.กาญจนบุรี ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนครปฐม

อาวุธปืนของกลาง

ขณะเดียวกันผู้ต้องหานำอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของผู้ต้องหาจริง โดยซื้อมาจากคนอื่น เป็นอาวุธปืนนำเข้า ไม่มีใบทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีขนาด 9 มม. ตรงกัน แต่จะเป็นอาวุธปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่นั้น ต้องรอตรวจสอบ ส่วนภาพวงจรปิดที่จับภาพรถกระบะขับตามรถของผู้ตายเป็นรถของพี่ชาย เจ้าหน้าที่ต้องติดตามนำรถมาตรวจสอบเช่นกัน ในขณะเดียวกับเจ้าหน้าที่จะดำเนินการรวบรวมวัตุพยานหลักฐาน พยานบุคคลอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป

ส่วนการหลบหนีนั้น ทันทีที่ผู้ต้องหาทราบข่าวการออกหมายจับ ก็มีการหลบหนีแต่มีเบาะแสว่าอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐมและจ.กาญจนบุรี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่สภ. เมืองนครปฐม พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ก่อนที่จะมีการดำเนินการส่งห้องศาลนครปฐมต่อไป

 

 

 

keyboard_arrow_up