‘ษิทรา’ แจงปมท้า ‘ทนายครู’ ลาออกหากแพ้คดี ถามกลับ…ใครกันแน่ผิดมรรยาททนายความ!?

สืบจากกรณีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่างร.ต.ท.จรูญ วิมูล และนายปรีชา ใคร่ครวญ ที่อยู่ระหว่างการสืบพยานหาข้อเท็จจริงว่าเป็นของใครนั้น โดยทางนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา เปิดเผยว่า ตนเองเคยบอกไปแล้วว่าไม่รับคำท้าย ซึ่งเหตุผลที่ไม่รับไม่ได้เกิดความกลัวแต่อย่างใด แต่กลัวว่าสภาทนายความจะเสียหาย โดยเรื่องนี้อยากขอให้สภาฯ เข้ามาดูแลเป็นกรณีพิเศษ (อ่านเพิ่มเติม : ทนาย “ครูปรีชา” ไม่รับคำท้า “ษิทรา” เลิกเป็นทนายแพ้คดี จี้สภาฯ สอบทำผิดมรรยาท (คลิป))

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และเป็นทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในคดีดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุถึงการที่ทนายวรยุทธ ไม่รับคำท้าเพราะกลัวว่าสภาทนายความฯ จะเสียหาย และมองว่าเรื่องการท้าทายเช่นนี้ผิดมรรยาททนายความด้วยนั้น ตนอยากลองมาศึกษามรรยาททนายความกัน การที่ท้าทนายวรยุทธ หากฝ่ายใดแพ้คดีให้เลิกเป็นทนายไม่มีข้อกำหนดมรรยาทข้อไหนบอกว่าเป็นการผิดมรรยาท

นอกจากนี้นายษิทรายังบอกอีกว่า…แต่ที่ผิดมรรยาทมีแน่นอน 4 ข้อที่ชัดๆ ในข้อบังคับสภาทนายความเลยก็คือ

ข้อ 7. หากทนายความนำพยานเท็จ หรือหลักฐานเท็จเข้าสู่กระบวนพิจารณาในศาล
ข้อ 8. เสี้ยมพยานให้เบิกความเท็จ
ข้อ 9. ส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องในคดีที่ไม่มีมูล
และข้อ 10(1) หลอกลวงลูกความว่าคดีจะชนะ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าแพ้แน่นอน

สรุปใครเป็นคนผิดมรรยาท? แค่เปิดในกูเกิลก็เจอข้อบังคับสภาทนายความง่ายๆ แล้ว หัดสืบค้นทำความเข้าใจเรื่องมรรยาทซักนิด หรือรู้แล้วแต่แค่ปอดแหก เลยเบี่ยงประเด็นไม่ทราบ!

keyboard_arrow_up