เปิดใจลูกชาย “เสก” อยากให้พ่อพบหมอ – เจ้าตัวหนุนบิ๊กตู่เป็นนายก ปัดตอบเบี้ยวเงินลูกน้อง (คลิป)

วันที่ 16 ส.ค. 61 เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ศิลปินชื่อดัง ได้ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก SEK LOSO โดยเจ้าตัวออกมาโชว์ผลตรวจปัสสาวะให้กับสื่อมวลชนดู เพื่อเป็นการยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เสพยา ก่อนที่จะเล่าว่าหากมีการเสพยาเสพติด ต้องมีการตรวจเจอแน่นอน

เสก โลโซ เปิดบ้านต้อนรับทีมข่าว

ทีมข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านที่ เสก โลโซ อาศัยอยู่ โดยหน้าประตูรั้วล็อกด้วยโซ่และกุญแจอย่างแน่นหนา ซึ่ง เสก โลโซ เปิดเผยว่า แม้จะล็อกด้วยโซ่และกุญแจจำนวนมาก เพราะลูกน้องที่ออกไป มีรีโมทสามารถกดเปิดได้ และด้านในบ้านก็มีประตู 1 บาน ที่ล็อกด้วยโซ่ และกุญแจแน่นหนาเช่นกัน โดยเสกนำกล่องตรวจสารเสพติดมาให้ดูจำนวน 2 กล่อง เป็นกล่องใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน จากนั้นก็เดินไปปัสสาวะให้เห็นกับตาทุกคน และเมื่อนำปัสสาวะมาหยดใส่เครื่องตรวจ พบว่าขึ้น 2 ขีด ทั้ง 2 กล่อง ซึ่งหมายความว่าไม่มีสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน ยาบ้า หรือยาไอซ์ ในร่างกาย

เสก โลโซ ศิลปิน

เสกกล่าวว่า ที่ตนไลฟ์ทั้งวันเพื่อที่จะให้เห็นความเป็นอยู่ว่าปกติทำอะไรบ้าง คิดว่าเกิดมาจนอายุ 40 กว่าปีแล้วจะนอนทำไมเยอะแยะ ทั้งนี้รู้สึกว่าร่างกายของตนไม่เหมือนกับคนอื่น แต่แข็งแรงกว่าคนอื่น ส่วนกรณีที่มีลูกน้องและอดีตลูกน้องของตนออกสื่อแล้วบอกว่า ตนยังติดเงินค่าจ้างเป็นจำนวนหลักหมื่น เสกกล่าวว่า “อย่ามาถามกับผมเลย ไม่อยากจะสนใจ ไม่ได้อยู่ในสายตา ขอพูดถึงแค่เรื่องใหญ่ดีกว่า เรื่องเล็ก ๆ อย่างเรื่องลูกน้องไม่ต้องถาม”

เสก โลโซ ทดสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะ

ทั้งนี้ การที่โลกออนไลน์เรียกตนว่า “พี่เสพ” ตนมองว่าก่อนหน้านี้มีเพียงนักข่าวเท่านั้นที่มีปากกา มีกล้อง อยู่มาวันหนึ่ง ประชาชนก็มามีปากกา สามารถคอมเมนต์อะไรก็ได้ต่าง ๆ นานา มีพื้นที่นำเสนอได้เหมือนทีวีช่องหนึ่ง ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เสพสารติดแน่นอน หลักฐานก็มีให้เห็น ทุกคนก็เป็นพยานให้ได้ และตนก็ไม่ต้องการจะชี้แจงมากกว่านี้เพราะเข้าใจโลกมากขึ้น ถ้าอธิบายอะไรที่คนไม่เชื่อก็ไม่มีประโยชน์ “อย่าไปแคร์มัน แคร์คนอื่นมากก็ปวดกบาล”

ส่วนเรื่องอาการป่วยเป็นไบโพลาร์ ที่มีคนอ้างว่า ตนอาการหนักแล้ว เพราะไม่ไปรับยา ตนอยากบอกว่า “ไม่ต้องห่วง” ก่อนจะถามกลับว่า “ผมพูดปกติไหม ถ้าดูปกติ ก็ไม่ต้องถาม”

เสก โลโซ กล่าวต่อว่า เรื่องราวของตนมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะสำคัญต่อการกำจัดตนมาก ตนมีพาวเวอร์ต่อประชาชนในประเทศไทยจำนวนมาก ส่วนในไลฟ์ที่มีการพาดพิงถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และลูกชาย ตนก็ไม่ได้กังวลหรือกลัว นอกจากนี้ ส่วนตัวก็ไม่คิดจะลงสมัครเลือกตั้ง แต่ถ้าให้เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลก็จะไป เพราะตนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาล

นายเสฏกานต์ ศุขพิมาย หรือ น้องเสือ ลูกชายของเสก

ด้านนายเสฏกานต์ ศุขพิมาย หรือน้องเสือ อายุ 21 ปี ลูกชายของเสก โลโซ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้ติดตามไลฟ์สดของพ่อ แต่มาทราบเรื่องจากแม่และสื่อที่ลงข่าว ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่ค่อยได้คุยกับพ่อมากนัก เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ประมาณ 3 เดือน และได้เจอพ่อแค่ครั้งเดียว คือช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยไปหาพ่อที่บ้าน เมื่อเจอหน้าก็ต้องตกใจ เพราะพ่อดูโทรมขึ้น ต่างจากตอนเด็ก ๆ ที่ตนอยู่ด้วย พ่อดูสุขภาพดี และร่าเริงกว่านี้ นอกจากนี้ สภาพบ้านยังรกและสกปรก เพราะพ่อบอกว่าต้องการอยู่คนเดียว จึงไล่คนงานออกทั้งหมด และจากการพูดคุย พ่อก็ดูเปลี่ยนไป เหมือนไม่เป็นตัวเอง โดยสิ่งที่เกิดขึ้น ตนไม่แน่ใจว่าเกิดจากความเครียดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีคนบอกว่าพ่อเป็นไบโพลาร์ แต่พ่อไม่เคยแสดงอาการเกี่ยวกับโรคดังกล่าวให้ตนเห็น ส่วนตัวก็อยากพาพ่อไปหาหมอ แต่คิดว่าพ่อก็คงไม่ยอมไป

ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงพ่อที่ไลฟ์สดพาดพิงบุคคลอื่น รวมทั้งมีการด่า ซึ่งคิดว่าเป็นการแสดงออกเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเข้มแข็ง แต่ที่จริงแล้วอ่อนแอ ส่วนตนยอมรับว่ารู้สึกชินชากับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่ยังเด็กตนเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องทำตัวมีปัญหา และพยายามมองในทางบวก เพราะเรื่องของพ่อจะเป็นเรื่องที่ตามติดตัวตนไปตลอดชีวิต อีกทั้งรู้สึกเป็นห่วงแม่และน้องสาวอีก 2 คนมากกว่า เพราะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะกระทบจิตใจทั้ง 3 คนมากเช่นกัน

นางวิภากร ศุขพิมาย หรือ กานต์ อดีตภรรยา

ขณะที่ นางวิภากร ศุขพิมาย หรือ กานต์ อดีตภรรยา เปิดเผยว่า ตนได้คุยกับเสกทางโทรศัพท์แล้ว แต่ไม่ได้คุยกันเรื่องที่เกิดขึ้น และล่าสุดวัน เจ้าตัวชวนตนไปทำบุญถวายพระพุทธรูปที่วัด แต่ตนเห็นว่าค่ำแล้วจึงไม่ได้ตอบตกลง ส่วนที่นายเสกประกาศยุติการไลฟ์ ก็ยังไม่สามารถการันตีได้ว่าเจ้าตัวสภาพจิตใจดีขึ้น เพราะโรคไบโพลาร์จะมีช่วงที่ดีขึ้นและแย่ลง ซึ่งการแสดงออกวันนี้อาจเป็นหนึ่งในอาการของโรค ทางที่ดีคือต้องให้เจ้าตัวไปหาหมอและรับยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หายเป็นปกติ

นางวิภากร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวก็อยากพาเสกไปหาหมอ แต่คิดว่าเจ้าตัวคงไม่เชื่อฟัง ทั้งนี้ รู้สึกดีใจที่ลูกชายเข้มแข็ง และยังมีความเป็นห่วงตนกับน้อง ๆ เพราะว่าลูกสาวอีก 2 คนน่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นผู้หญิง ซึ่งก็อาจจะคิดมากได้

keyboard_arrow_up