แม่ “ฟอส” เชื่อเสี่ยอ้วนแค้น อยากได้เงินคืน – แม่ “สปาย” แจงได้รับโอน 1 ล้าน โดยเสน่หา (คลิป)

จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง เป็นเหตุให้นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส อายุ 20 ปีและน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี เสียชีวิตที่ลานจอดรถสถานที่ท่องเที่ยวเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการควบคุมตัว นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือ บอล และนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือ ป๊อปปี้ ทีมสังหารทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมกับมีการออกหมายจับเพิ่มอีก 2 คน คือ นายณรงค์ วรินทรเวช หรือ บ่าว และนายกฤษณะ สีสุข หรือ มด คนขับรถก่อเหตุ แต่ขณะนี้มีรายงานข่าวว่า มด ได้ขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นแล้ว

น.ส.จอมศรี ชมภูพื้น แม่ของนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส ร้องไห้

วันที่ 5 ส.ค.61 น.ส.จอมศรี ชมภูพื้น แม่ของนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส ที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ถึงช่วงที่คนร้ายชี้แจงลำดับการยิงปืน โดยเริ่มจากการยิงที่สะโพกของน้องฟอสก่อน 1 นัด จากนั้นเมื่อเจรจากับลูกตัวเองและน้องสปายไม่สำเร็จ จึงทำการปิดชีวิตอย่างโหดเหี้ยม หลังจากได้ทราบเรื่องราวผู้เป็นแม่ก็รีบปิดหนังสือพิมพ์ และหยิบผ้าเช็ดหาพร้อมกับ แม่น้องฟอสพูดแต่ว่า “ทำไมถึงฆ่าน้อง ยิงนัดเดียวที่สะโพกไม่ได้หรือไง ทำไมต้องยิงซ้ำ” พร้อมเล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่ออ่านหนังสือพิมพ์แล้วทราบวิธีการยิงตนรู้สึกเสียใจ เนื่องจาก ที่ผ่านมาตนทราบแต่ว่าถูกยิง แต่ไม่รู้ถึงลักษณะการยิง ซึ่งเมื่อทราบยอมรับว่ายิงน้องโหดมาก ซึ่งตนสงสัยว่าทำไมไม่ยิงน้องแค่สะโพก ทำไมถึงต้องยิงช้ำจนเขาตาย และไม่ว่าจะเป็นใครยิงก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยอ้วนหรือลูกน้องตนก็โกรธทั้งหมด เพราะในเมื่อได้รับคำสั่งมาถ้าไม่ยิงลูกก็คงไม่ตาย พร้อมยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุไม่ต้องมาขอขมา เนื่องจากจะปล่อยให้เป็นกระบวนการของเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้รับโทษสูงสุดซึ่งให้ได้รับโทษประหาร อย่างที่เขาทำกับลูกตน

น.ส.จอมศรี เผยว่า ตนมีโอกาสปรึกษากับทางญาติแล้วว่าจะเดินทางไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือคดีจนมีความก้าวหน้า ในวันพุธ ที่ 8 ส.ค.นี้ แต่ตนยังไม่ได้คุยกับครอบครัวน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย ซึ่งการไปขอบคุณครั้งนี้จะนำเอาของพื้นบ้านอีสานโดยจะมีสิ่งของอาทิ ผ้าขาวม้า, ปลาร้าและปลาส้ม

ส่วนสาเหตุถึงการเสียชีวิตของลูก ตนคิดว่าปมเกิดจากเรื่องของเงินที่ฝ่ายของสปายไปรับเงินของเสี่ยอ้วนมา “เงินตั้งเยอะ ทำไม เขาถึงไม่อยากได้คืน” ฝ่ายของครอบครัวและน้องสปายรู้ดีว่า ไปผิดสัญญาอะไรกับเขา ส่วนตัวไม่ทราบด้วยว่าครอบครัวน้องสปายเอาเงินไปใช้จ่ายอะไร พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมเงินแค่นี้ต้องถึงขั้นต้องลงมือฆ่ากันเลยหรืออย่างไร ถ้าหากมีใครสักคนมาบอกกับตนว่า ถ้าจ่ายเงินแล้วจะไม่มีใครต้องตาย ตนก็พร้อมจะชดใช้หรือจ่ายให้ แม้ตัวเองจะไม่มีเงิน แต่ถ้ายอมให้ผ่อนจ่ายวันละ 1 บาทก็จะทำ เพื่อให้ได้ชีวิตลูกคืนมา ซึ่งตนเชื่อว่า บ้านของสปายเดิมอาจเป็นคนไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่ แต่เมื่อเสี่ยอ้วนเข้ามา ก็สามารถสร้างบ้านจนเสร็จได้ ส่วนตัวเชื่อว่า น่าจะเป็นเงินส่วนที่ได้รับมาจากเสี่ยอ้วน

น.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย

ด้านน.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปาย เปิดเผยว่า กรณีที่ลูกน้องเสี่ยอ้วน อ้างว่าเสี่ยอ้วนโอนเงิน 4-5 ล้านบาท ให้กับทางครอบครัว ตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นเงินดังกล่าวในบัญชี เพราะไม่เคยให้เลขบัญชีกับเสี่ยอ้วนแต่อย่างใด เว้นแต่ที่มีสายโทรศัพท์มาบอกจะโอนเงินให้ ซึ่งยังปฏิเสธที่จะรับ แต่เงินยังถูกโอนเข้ามาโดยที่ไม่มีใครให้เลขบัญชี ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าตัวเลขทั้งหมดมันคือเท่าไร แต่ไม่ถึง 4 ล้านตามข่าว เบื้องต้นได้แสดงบัญชีให้กับตำรวจได้ดูหมดแล้วแต่ไม่ขอเปิดเผยตัวเลขและบัญชี เพราะตำรวจเกรงว่าจะเสียรูปคดี จึงให้ใช้เอทีเอ็มของพ่อ ซึ่งเป็นธนาคารที่กดเงินได้ทุกที่โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ส่วนเล่มบัญชียังอยู่กับพ่อ ดังนั้นเมื่อเสี่ยอ้วนอ้างว่าโอนเงินให้พ่อ และครอบครัวคงไม่ใช่เพราะโอนไปให้น้องสปาย

ส่วนการโอนเงินแต่ละครั้ง ยอมรับว่า ไม่เคยขอเงินจากเสี่ยอ้วนเลย แต่ก็จะมีเสี่ยอ้วนโทรศัพท์มาบอกว่าจะโอนให้เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการโพสต์เฟซบุ๊กของสปาย อย่างเช่น จะตั้งใจทำงาน ซื้อรถ สร้างบ้านให้พ่อแม่ เมื่อเสี่ยอ้วนเห็นจึงโอนเงินมาให้ ทางบ้านไม่ได้ขอ แต่เสี่ยอ้วนเป็นคนเสนอที่จะให้เงินเหล่านั้น น.ส.วันเพ็ญ ยังบอกว่า สถานะของคน 2 คนอยู่ในระหว่างศึกษาดูใจกันมาเกือบ 2 ปี เพราะเสี่ยอ้วนพยายามจีบสปาย และช่วงที่ไปทำงานอยู่ด้วนกัน สปายกับเสี่ยอ้วน ก็จะทะเลาะกันแทบทุกวัน เวลาทะเลาะกันก็จะโทรศัพท์มาระบายกับตนเสมอ บางทีก็บอกว่าอึดอัด เพราะเสี่ยอ้วนพูดแต่ว่า อยากแต่งงานกับสปาย สปายก็อยากให้ตนไปช่วยพูดกับเสี่ยว่า “หนูยังเด็ก ยังไม่อยากแต่ง”

น.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปายให้ผู้สื่อข่าวดูรูปน้องสปาย

ส่วนเรื่องของเงิน แม้ว่าทางบ้านจะไม่อยากรับก็ตาม แต่ครั้งแรกได้โอนเงินคืน แต่ทางเสี่ยอ้วนบอกว่า “ผมโอนให้แล้ว ไม่รับคืน” ซึ่งก็เหมือนเป็นการให้โดยเสน่ห์หา และการโอนแต่ละครั้งก็ไม่ได้มีเงื่อนไข หรือคำพูดอะไร เพียงแค่โทรศัพท์มาบอกว่าโอนแล้วก็เท่านั้น ประกอบกับครั้งหนึ่ง เสี่ยอ้วนได้โทรมาบอกว่าโอนเงินมาให้ 1,000,000 บาท ตนก็ตกใจ จึงโทรศัพท์ไปสอบถามกับสปาย สปายบอกว่า หนูให้เขาจ่ายเพียง 300,000 บาท

ส่วนกรณีการสร้างบ้านจนเสร็จสมบูรณ์นั้น น.ส.วันเพ็ญ บอกว่า เป็นเงินส่วนที่ตนเองเก็บออมร่วมกับพ่อ และเป็นธุรกิจส่วนตัว รวมถึงได้รับโอนจากลูกที่ไปทำงาน ส่งกลับมาเดือนละ 20,000 บาท ทำให้มีเงินสำหรับการปรับปรุงบ้าน ซึ่งปฏิเสธที่จะใช้เงินของเสี่ยอ้วนในการสร้างบ้าน และเงินยังอยู่ในบัญชีเหมือนเดิม และหลังจากที่ตนรับศพของสปายมาบำเพ็ญกุศลให้ ก็ไม่ได้ติดตามถึงเรื่องเอกสารการตายหรือผลชันสูตรพลิกศพแต่อย่างใด มีเพียงหลายชายที่เป็นตำรวจในการจัดเก็บและตามความคืบหน้าทางคดีร่วมกับทาง สภ.ที่จังหวัดชลบุรี ส่วนสภาพศพของสปาย เท่าที่พอทราบ คือ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนจากด้านหลัง 2 นัดทะลุด้านหน้า ส่วนอีก 2 นัดคือ ที่หัว และลำคอ นอกจากนั้นตนเองไม่ทราบข้อมูลใดๆ

keyboard_arrow_up