ตร.นำรถเบนซ์ ‘ไฮโซสาว’ สอบปมฆ่า – พ่อผู้ตายระบุรับไม่ได้กับการกระทำวอนคนร้ายมอบตัว

ไทยประสานตำรวจกัมพูชา ให้ช่วยติดตามจับกุม “อัศยา ชัยภา” ผู้ต้องหาฆ่า “ธิติมา ตั้งวิบูลย์พานิช” โดยใช้ไม้เบสบอล ทุบศีรษะจนเสียชีวิต แล้วหลบหนี ขณะที่ตำรวจ สน.โชคชัย นำรถเบนซ์ของผู้เสียชีวิตมาตรวจสอบ

จากเหตุการณ์ที่ น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พานิช หรือเชอรี่ สาวนักธุรกิจชื่อดัง ถูกหนุ่มคนสนิททำร้ายด้วยการทุบศีรษะจนเสียชีวิตภายในห้องพักโรงแรมชื่อดังย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม และช่วงเย็น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.โป่งน้ำร้อน ได้พบรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลขทะเบียน 6 กฒ 1973 ของผู้เสียชีวิต จอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถข้างจุดผ่านแดนถาวร บ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และได้เคลื่อนย้ายไปไว้ ที่ สน. โชคชัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุฆาตกรรมในครั้งนี้

ความคืบหน้า วันที่ 2 ส.ค. นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 67 ปี พ่อผู้ตาย พร้อมด้วย นายบัณฑิต ตั้งวิบูลย์พานิชย์ อายุ 30 ปี น้องชายผู้ตาย เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย กรณีการเสียชีวิต น.ส.ธิติมา นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถูกนายอัศยา หรือโก้ อายุ 33 ปี ใช้ไม้เบสบอลตีศีรษะ และหลังจนเสียชีวิต

นายบัณฑิต น้องชาย เปิดเผยว่า วันนี้มารับทรัพย์สินที่หายไปเพิ่มเติม อาทิ สร้อยข้อมือ กำไรทอง แหวนทอง และเงิน จำนวน 2 แสนบาท ส่วนเรื่องจำนวนเงิน 2.7 ล้านบาท ตนเองไม่ทราบว่ามาจากไหน และได้ไปตรวจสอบที่พัก ก็ไม่พบเงินจำนวนดังกล่าว ขณะที่ นายอำนวย บิดา เผยว่า อยากให้คนร้ายเขามอบตัวโดยเร็ว ซึ่งตนประเมินตั้งแต่แรกแล้วว่า คนนี้ไม่น่าไว้ใจ และรับไม่ได้กับการกระทำของคนร้าย

ด้าน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายสามารถเดินทางเข้าออกฝั่งชายแดนได้ โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ จึงประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการติดตามตัวแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนจะมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านช่วยเหลือหลบหนีหรือไม่นั้น จากข้อมูล ทราบว่าผู้ต้องหาไม่ค่อยได้เดินทางไปบริเวณดังกล่าว อาจจะไม่รู้จักหรือสนิทสนมกับผู้มีอิทธิพลเท่าที่ควร

ขณะที่การก่อเหตุ เชื่อว่ามีการทำเป็นขบวนการ เนื่องจากมีผู้ให้การสนับสนุนพาผู้ต้องหาหลบหนี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมออกหมายจับเพิ่มเติม ส่วนหากผู้ต้องหาขัดขืน ต้องประชุมตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ทรัพย์สินผู้ตาย พบว่ามีบัตรเอทีเอ็ม กระเป๋าสตางค์ หายไป ส่วนภาพกล้องวงจรปิดที่เปิดเผยจากโรงแรมแห่งหนึ่งในฝั่งกัมพูชา ยืนยันมีคนร้ายอยู่มนภาพดังกล่าง แต่บุคคลที่เดินตามหลัง ยังไม่ขอยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งเร่งรัดติดตามคดี และให้จับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ภายใน 7 วัน

ด้านพ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยถึงรถเบนซ์ รุ่นอี 220 สีบรอนซ์ ของผู้ตายถูกคนร้ายขับหลบหนีไป ตำรวจเตรียมนำมาเก็บรักษาไว้ที่ สน.โชคชัย เพื่อให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงทั้งหมดแล้ว และให้ทางพ่อของผู้ตายมายืนยันว่า เป็นคันเดียวกับที่ผู้ตายใช้หรือไม่ ส่วนผลทางการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม้เบสบอล และวัตถุพยานที่เกิดเหตุ จะทราบผลลายนิ้วมือ 5-7 วัน ส่วนผลดีเอ็นเอ จะเร่งให้เร็วที่สุดประมาณ 10-14 วันจึงจะทราบผล

ขณะที่พล.ต.ต.จรัลจิต เจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ว่า ในขณะนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน(กัมพูชา) ตั้งแต่ วันที่ 27 กรกฎาคมแล้ว จึงได้ประสานงานไปยังตำรวจกัมพูชา ให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้าย ส่งกลับมายังประเทศไทยด้วยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และยังได้สั่งการให้ตำรวจทุกท้องที่ได้มีการตั้งด่านตรวจด่านสกัดอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันคนร้ายย้อนกลับมาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ส่วนรถเบนซ์ที่พบนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ได้มีการนำรถกลับไปยังพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบเก็บพยานวัตถุหลักฐานต่อไปแล้ว.

keyboard_arrow_up