“เรืองไกร” ร้อง กกต.พิจารณายุบพรรคอื่นเหมือนที่ยื่นยุบ ทษช.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ชี้การที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้เห็นว่าในกรณีมีการยื่นยุบพรรคอื่น กกต.ก็ต้องใช้หลักพิจารณาเดียวกับที่ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติด้วย

วันนี้ (18 ก.พ.62) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ใช้ช่องทางและแนวปฏิบัติเดียวกันในการยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ กับการยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ นาย เรืองไกร กล่าวว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้เห็นว่าในกรณีมีการยื่นยุบพรรคอื่น กกต.ก็ต้องใช้หลักพิจารณาเดียวกับที่ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ (อ่านข่าว: “เรืองไกร” เตรียมเอกสารร้อง กกต.ยุบ “พรรคพลังประชารัฐ”)

ทั้งนี้ นายเรืองไกร ยังกล่าวถึงประเด็นการเสนอชื่อเคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติด้วยว่า ในบางเรื่องต้องมีการรับสนองพระราชโองการ บางเรื่องไม่ต้องมี เช่นเดียวกับข้าราชการในพระองค์ซึ่งปรากฎอยู่ในพระราชโองการ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ฉะนั้นเหตุบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ ที่เสนอพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งพระองค์ท่านเป็นข้าราชการในพระองค์ ตามที่มีพระราชโองการมานั้น ก็ย่อมจะขาดคุณสมบัติ แต่กลับไปโยงถึงการกระทำตามมาตรา 92(2) ได้อย่างไร ตนจึงอยากถามว่าใครกล้าไปขยายความตรงนี้ ซึ่งเห็นว่ากรณีนี้เป็นกรณีเดียวกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นเดียวกัน หาก กกต. กล้าทำกับพรรคไทยรักษาชาติ ก็ต้องกล้าทำกับทุกพรรคด้วย

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ

นอกจากนี้ ในคำร้องดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ขอให้กกต.ปฏิบัติด้วยเวลาอันรวดเร็วเหมือนพรรค ทษช.เพราะเหมือนกระบวนการก่อนหน้านี้มีการเตรียมการไว้แล้วใช่หรือไม่

 

keyboard_arrow_up