
ศ.นพ.ชวลิต เลิศบุษยานุกูล แพทย์รังสีรักษาประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เผยถึง มะเร็งจิสต์ (GIST) ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chawalit Lertbutsayanukul โดยระบุว่า เนื้องอก GIST (อ่านว่า จิสต์) หรือที่เรียกเต็มๆ ว่า Gastrointestinal Stromal Tumor เป็นเนื้องอกชนิดหนึ่งที่อาจจะไม่ค่อยได้ยินบ่อย แต่สำคัญมาก เพราะถ้าเข้าใจและรักษาทันท่วงที โอกาสหายหรือควบคุมโรคได้มีสูงเลยครับ มาดูกันว่าเนื้องอกนี้คืออะไร พบที่ไหน และรักษายังไงบ้าง
GIST เป็นเนื้องอกที่เกิดจากเซลล์ในผนังของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเซลล์ที่เรียกว่า interstitial cells of Cajal ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ เนื้องอกนี้จัดอยู่ในกลุ่มเนื้อเยื่ออ่อน (sarcoma) และมักเกิดจากความผิดปกติของยีน เช่น ยีน KIT หรือ PDGFRA ที่ทำให้เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อน
GIST พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็ไม่ใช่โรคที่หายากมาก โดยมักพบในผู้ใหญ่ช่วงอายุ 50-70 ปี และพบในผู้ชายและผู้หญิงได้ใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่จะเป็นก้อนเดี่ยว แต่บางครั้งอาจลุกลามไปที่อวัยวะอื่นได้ถ้าไม่รักษา
GIST สามารถเกิดได้ทุกส่วนของระบบทางเดินอาหาร แต่ตำแหน่งที่พบมากที่สุดคือ:
- กระเพาะอาหาร (ประมาณ 60-70% ของผู้ป่วย)
- ลำไส้เล็ก (ประมาณ 20-30%)
- ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก (พบน้อยกว่า 10%)
- ในบางกรณีที่หายาก อาจพบในหลอดอาหาร กระเพาะปัสสาวะ หรือช่องท้องได้ครับ
อาการที่พบขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของก้อน เช่น ปวดท้อง ท้องอืด เลือดออกในทางเดินอาหาร (ถ่ายดำหรืออาเจียนเป็นเลือด) หรือรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลียจากภาวะโลหิตจาง บางคนอาจไม่มีอาการเลย และเจอก้อนโดยบังเอิญจากการตรวจร่างกายหรือสแกนเพื่อเหตุผลอื่น
การรักษา GIST ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง ความรุนแรง และการลุกลามของโรค รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยด้วยครับ วิธีรักษาหลักๆ มีดังนี้:
1. การผ่าตัด
- ถ้าก้อนยังไม่ลุกลาม การผ่าตัดเพื่อนำก้อนออกคือวิธีหลัก โดยแพทย์จะพยายามตัดก้อนออกให้หมดพร้อมกับเนื้อเยื่อรอบๆ ที่ปกติเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเซลล์หลงเหลือ
- หากก้อนเล็กและอยู่ในตำแหน่งที่ผ่าตัดง่าย โอกาสหายขาดมีสูงมาก
2. ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
- GIST ตอบสนองดีมากกับยาในกลุ่ม tyrosine kinase inhibitors เช่น Imatinib (ยาที่รู้จักในชื่อ Glivec) ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของยีน KIT หรือ PDGFRA ที่ผิดปกติ
- ยานี้ใช้ในกรณีที่ก้อนลุกลามไปแล้ว หรือในผู้ป่วยที่ผ่าตัดไม่ได้ ช่วยยืดระยะเวลาการควบคุมโรคได้ดีมาก และบางครั้งทำให้ก้อนเล็กลงจนผ่าตัดได้
- หาก Imatinib ไม่ได้ผล อาจใช้ยาอื่น เช่น Sunitinib หรือ Regorafenib ตามดุลยพินิจของแพทย์
3. การติดตามและรักษาเสริม
- หลังการผ่าตัดหรือให้ยา ผู้ป่วยต้องตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอด้วย CT scan หรือ MRI เพื่อดูว่ามะเร็งกลับมาหรือไม่
- ในบางกรณีที่มะเร็งลุกลามไปตับหรือช่องท้อง อาจใช้การรักษาแบบประคับประคอง เช่น การฉายรังสีหรือเคมีบำบัดในบางสถานการณ์ (แต่เคมีบำบัดมักไม่ค่อยได้ผลกับ GIST)
4. การดูแลตัวเอง
- ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆ และหลีกเลี่ยงความเครียด
- พูดคุยกับแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการรักษาและจัดการผลข้างเคียงจากยา เช่น อาการคลื่นไส้หรืออ่อนเพลีย
เนื้องอก GIST เป็นเนื้องอกที่พบในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก การรักษามีทั้งการผ่าตัดและยามุ่งเป้าที่ได้ผลดีมากในปัจจุบัน หากตรวจพบเร็วและรักษาทัน โอกาสหายหรือควบคุมโรคมีสูง สิ่งสำคัญคือถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องเรื้อรังหรือถ่ายดำ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
Advertisement