“พลับพลึงธาร” พืชน้ำเฉพาะถิ่นที่พบแค่ในประเทศไทย และได้ฉายาว่า “ราชินีแห่งสายน้ำ”

พลับพลึงธาร หรือ หอมน้ำ (Onion plant, Thai onion plant, Water onion) พืชน้ำชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Crinum thaianum อยู่ในวงศ์พลับพลึง (Amaryllidaceae) มีดอกสีขาว 6 กลีบ ถือได้ว่าเป็นพืชน้ำที่สวยงามและหายากมากที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งพบได้เฉพาะที่จังหวัดระนองตอนล่างและพังงาตอนบน โดยในจังหวัดระนองพบที่คลองนาคา ตำลนาคา อำเภอสุขสำราญ และที่คลองบางปรุ ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ ส่วนที่จังหวัดพังงา พบที่คลองตาผุด บ้านห้วยทรัพย์ คลองสวนลุงเลื่อน ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี คลองนายทุย คลองบ้านทับช้าง คลองบ้านโชคอำนวย ตำบลแม่นางขาว อำเภอคุระบุรี และตามคลองย่อยต่างๆ ในเขตรอยต่ออำเภอคุระบุรีและอำเภอตะกั่วป่า พลับพลึงธาร จัดเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่ไม่พบที่ใดในโลก แต่ปัจจุบันพบเหลือแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น และพบขึ้นอยู่อย่างกระจัดกระจาย จึงได้ขึ้นเป็นบัญชีพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลก (IUCN Redlist) เมื่อปี ค.ศ. 2011 สาเหตุของการลดลงเนื่องจาก การเก็บหัวจำหน่ายเป็นพืชน้ำประดับ และจากสาเหตุการขุดลอกคลองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม […]

‘คาแรกเตอร์’ มีดีกว่าที่คิด! อาวุธหลักในการเชื่อมกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย-แนบเนียนที่สุด

“คาแรกเตอร์” มีดีกว่าที่คิดในสังคมดิจิทัล ช่วยต่อยอดให้กับธุรกิจเติบโตได้เร็ว ยิ่งคาแรคเตอร์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ยิ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้น ปัจจุบัน คาแรคเตอร์ไทยโด่งดังมากในตลาดต่างประเทศ อย่าง “กระต่ายโหด BLOODY BUNNY” ถูกออกแบบดีไซน์โดยฝีมือคนไทย และได้รับความนิยมไปไกลสู่ระดับสากล และที่ไต้หวันได้นำคาแรคเตอร์ “WARBIE YAMA” ไปเป็นลายในบัตร 7&11 อีกด้วย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดแสดงผลงานภายใต้แนวคิด“Character Licensing Cluster” พร้อมกับได้รับเกียรติจาก สันติ เลาหบูรณะกิจ ขึ้นเวทีทอล์ค ในหัวข้อ “Growing Business with Character Marketing” แชร์ความรู้เปิดโลกคาแรคเตอร์มาต่อยอดในสังคมดิจิทัล และมี นพ ธรรมวานิช ร่วมในงานครั้งนี้ด้วย ทำไม “คาแรคเตอร์” ถึงสำคัญในโลกปัจจุบัน สันติ เลาหบูรณะกิจ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด บอกว่า เพราะทุกวันนี้ มีการลงทุนในการทำธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มคนก็มีพัฒนาการในด้านการสื่อสารที่กว้างขึ้นเช่นกัน ท่านที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เคยสังเกตไหมว่าทุกเมืองเขาใช้ตัวการ์ตูนเป็นตัวแทนในงานสื่อสารต่างๆ เช่น […]

เฉลยสาเหตุของ “ฝุ่นละออง” ในอาคาร และวิธีแก้ปัญหาที่คุณเองก็ทำได้

แม้บ้านจะฟังดูเป็นสถานที่ที่สะอาดที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอนที่น่าจะเป็นส่วนที่ได้รับการดูและเป็นอย่างดีที่สุดในตัวบ้าน แต่ก็เชื่อว่าคงมีหลายคนที่ประสบปัญหาฝุ่นละอองรบกวนภายในบ้านและห้องนอน ที่แม้ว่าจะมีการทำความสะอาดเป็นประจำ จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาได้ งานนี้ก็จะไปพูดถึงสาเหตุของฝุ่นในห้องนอน คงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าประเทศไทยและหลายประเทศในแถวนี้ ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร จึงทำให้มีการเกิดฝุ่นละอองมากกว่าประเทศในโซนอื่น ดังนั้นการกวาดหรือทำความสะอาดต่างๆ จึงไม่สามารถจัดการกับฝุ่นละอองทั้งหมดได้ นอกจากนี้ การจัดห้องเองก็มีส่วนที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองในห้องนอนได้เช่นกัน เพราะหากภายในพื้นที่ดังกล่าวมีสิ่งของเป็นจำนวนมาก หรือมีมุมอับต่างๆ ที่อาจเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรก ก็อาจเป็นสาเหตุของการมีฝุ่นละอองได้ อีกทั้งยังมีความเชื่อผิดๆ อยากการปิดหน้าต่างเพื่อกันฝุ่นนั้น ในความจริงแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้ห้องของคุณปลอยภัยจากฝุ่นได้เลยแม้แต่น้อย มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามแน่นอนว่า แล้วเราจะหาทางรับมือกับฝุ่นที่อาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยเหล่านี้อย่างไร ในเมื่อแค่การทำความสะอาดอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เอาเป็นว่าลองมาฟังคำแนะนำดีๆ จากช่วงถามตอบในรายการช่างประจำบ้านกันได้เลย

“คอนกรีตเปลือย” เมื่องานแบบหยาบๆ กลายเป็นศิลปะทางสถาปัตยกรรม

คอนกรีตเปลือย (Béton Brut หรือ Raw Concrete) ในทางสถาปัตยกรรมนั้นหมายถึง คอนกรีตที่ไม่ได้รับการฉาบหรือฉาบอย่างหยาบๆ หลังจากเท ที่เมื่อแห้งยังคงทิ้งให้เห็นรอยไม้ที่ใช้ทำพิมพ์เมื่อเทคอนกรีตให้เห็นบนผิว โดยเริ่มมีขึ้นเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 และเป็นเทคนิคที่เป็นส่วนหนึ่งของ สถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ (Brutalist Architecture) ของคริสต์ทศวรรษ 1960 จนถึง คริสต์ทศวรรษ 1970 ที่ตามมาด้วย สถาปัตยกรรมการแสดงออกทางโครงสร้าง (structural expressionism) เมื่อโครงสร้างด้วยเหล็กหล่อมีความก้าวหน้าขึ้นและใช้ได้ง่ายขึ้น การใช้ลวดลายไม้บนคอนกรีตยังคงเป็นที่นิยมกันในการทำสวนภูมิทัศน์ สำหรับสถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ นั้นมีช่วงรุ่งเรืองระหว่างปี ค.ศ. 1951 ถึง 1975 เป็นสถาปัตยกรรมที่สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยคำว่า Nybrutalism (New Brutalism) เดิมมีต้นกำเนิดจากสถาปนิกชาวสวีเดน ฮันส์ แอสพลันด์ (Hans Asplund) ในปี 1950 เพื่ออธิบายถึงอาคารวิลลาเกิท (Villa Göth) ในอุปซอลา จนกระทั่งสถาปนิก อลิสันและปีเตอร์ สมิทสัน เป็นผู้แนะนำคำว่า “Brutalism” […]

“ดังเคิลออสเตียส” ปลาโบราณที่มีปากเหมือนกิโยติน และกัดแรงยิ่งกว่าทีเร็กซ์

ดังเคิลออสเตียส (Dunkleosteus) เป็นสกุลของปลาทะเลขนาดใหญ่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ปัจจุบันนี้สูญพันธุ์ไปแล้วสกุลหนึ่ง อาศัยอยู่ในปลายยุคดีโวเนียน (380-360 ล้านปีมาแล้ว) จัดเป็นปลาที่มีขากรรไกรที่เป็นปลานักล่ากินเนื้อขนาดใหญ่ที่มีลำตัวตัวยาว 3-9 เมตร และหนักได้ถึง 3.6-4 ตัน และมีโครงสร้างประกอบด้วยเกล็ดอย่างหนาและแข็งเสมือนชุดเกราะ และจัดว่าเป็นสิ่งมีชืวิตที่มีวิวัฒนาการในระดับสูงมาก โดยเฉพาะขากรรไกรที่แข็งแรง ยืดหยุ่น และแม้พวกมันจะไม่มีฟัน แต่ที่ขอบปากกลับมีลักษณะเป็นแผ่นกระดูกแข็งแหลมคมทั้งด้านบนและล่างของปาก ทำให้ปลาชนิดนี้สามารถงับและตัดเหยื่อออกเป็นชิ้นๆ ได้อย่างง่ายดาย ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์พบฟอสซิลจำนวนมากของดังเคิลออสเตียสในทวีปอเมริกาเหนือ, โปแลนด์, เบลเยียม และโมร็อกโก แต่มักเป็นฟอสซิลส่วนหัว ทำให้ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าท่อนล่างของลำตัวเป็นอย่างไร จากโครงสร้างเสมือนเกราะแข็งหนักของดังเคิลออสเตียส ทำให้เชื่อว่าเป็นปลาที่ว่ายน้ำได้ไม่คล่องแคล่วว่องไวเหมือนปลาชนิดอื่น และชอบอาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งมากกว่า นักวิทยาศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์ฟิล์ด มิวเซียม และมหาวิทยาลัยชิคาโก ศึกษาโครงสร้างขากรรไกรของดังเคิลออสเตียสแล้ว มีความเห็นว่าต้องเป็นปลาที่มีพลังในการกัดมหาศาลเหนือกว่าปลาชนิดอื่นใด และเหนือกว่าปลาฉลามทั่วไป และแม้แต่ปลาฉลามขาว โดยมีแรงกดทับสูงถึง 8,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ซึ่งความร้ายกาจอันนี้จึงมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับไดโนเสาร์กินเนื้อเช่น ไทรันโนซอรัส และจระเข้สมัยใหม่เสียมากกว่า นอกจากนี้ยังอ้าปากได้เร็วมากในอัตรา 1 ใน 50 ส่วนของวินาที ซึ่งทำให้มีพลังมหาศาลในการดูดเหยื่อเข้าไป ซึ่งลักษณะพิเศษเช่นนี้นี้ยังพบได้ในปลากระดูกแข็งสมัยใหม่ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าโดยส่วนใหญ่ แม้จะน่าเกรงขาม และเป็นนักล่าชั้นบนสุดของห่วงโซ่ แต่ดังเคิลออสเตียสนั้นมีชีวิตอยู่บนโลกสั้นมาก กล่าวคือ อยู่ได้เพียงประมาณ 50 […]

ครั้งแรก! กับ MOO แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายของ “หมู อาซาว่า” นิยามบทใหม่ในแบบฉบับ “หมูหมู”

ความชื่นชอบ และความใฝ่ฝันในด้านการออกแบบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์ของ “หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา” หรือ “หมู อาซาว่า” ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group ซึ่งสั่งสมมาตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี เกิดเป็น “MOO (หมู) แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์แบรนด์แรกที่สะท้อนตัวตนของดีไซเนอร์ไว้อย่างครบถ้วน  เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกแล้วสำหรับแบรนด์ MOO (หมู) โดยพี่หมูบอกเล่าความสำเร็จด้วยความภูมิใจว่า “หาก Asava (อาซาว่า) คือความสง่างามและหรูหรา Asv (เอเอสวี) คือความสนุกสนาน แบรนด์ MOO (หมู) ก็คงเปรียบได้กับการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตอีกแง่มุมหนึ่ง ในแบบฉบับของตัวเราเอง ที่นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์ที่เป็นทางการ และโก้หรู ในลุคสูทที่เห็นอยู่เป็นประจำ แต่เป็นอีกด้านหนึ่งกลับมีมุมสบายๆ ที่มีสไตล์ชัดเจน และแฝงไปด้วยความสนุกสนาน จนเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ MOO แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์แบรนด์แรก ที่ตั้งใจนำเสนอให้เห็นถึงมุมมองและความชื่นชอบผ่านผลงานการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายในสไตล์ Urban Casual ที่มีความเรียบง่ายในแบบสุภาพบุรุษ แต่แฝงไปด้วยดีเทลและการผสมผสานกลิ่นอายความเป็นวินเทจเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างละเมียดละไม โดยในคอลเลกชั่นนี้ยังสอดแทรกอิทธิพลของ เสื้อผ้าสไตล์อเมริกันวินเทจ และเวิร์คแวร์ (Workwear) ที่มีการดีไซน์เน้นฟังก์ชั่นและประโยชน์ใช้สอย อีกนัยยะหนึ่งคือความเก่าที่มีเรื่องราวแฝงไปด้วยรายละเอียดและเสน่ห์ในการแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตนและสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่ เป็นความหล่อในแบบฉบับสบายๆ อย่างที่ผู้ชายควรจะเป็น […]

ทำความรู้จักกับ “การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ 5 ครั้ง” ที่ผ่านมา หลังจากมันเริ่มครั้งที่ 6 ไปแล้ว

การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (อังกฤษ: mass extinction) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นข้อสันนิษฐานว่า เป็นสาเหตุให้สิ่งมีชีวิตบนโลกหลากชนิดหลายสายพันธุ์ต้องสูญพันธุ์ไปในเวลาพร้อมๆกันหรือไล่เลี่ยกัน เหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่เป็นที่สนใจและผู้คนทั่วไปรู้จักกันดีที่สุดคือ เหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในช่วงยุคครีเตเชียส (Cretaceous) เมื่อราว 65 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่สูญพันธุ์ทั้งหมด เมื่อทำการศึกษาพบว่าตั้งแต่ 550 ล้านปีก่อนเป็นต้นมา ได้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ขึ้นทั้งหมดประมาณ 5 ครั้ง ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ไปราวๆ 50% ของทั้งหมด เนื่องจากระยะเวลาที่เกิดขึ้นนานมาก การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ก่อนหน้ายุคครีเตเชียสมักลำบากในการศึกษารายละเอียด เพราะหลักฐานซากฟอสซิลสำหรับตรวจสอบมีหลงเหลือน้อยมาก เหตุการณ์สูญพันธุ์ยุคออร์โดวิเชียน-ไซลูเรียน (Ordovician–Silurian extinction events) 450–440 ล้านปีก่อน ทำให้สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตซึ่งอาศัยในน้ำสูญพันธุ์ไป 25% คิดเป็น 60% ของสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำทั้งหมด น้ำทะเลลดระดับลงจากการก่อตัวเป็นก้อนน้ำแข็งยักษ์ และต่อมาน้ำทะเลจึงเพิ่มระดับขึ้นกะทันหัน จากการละลายของก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ การสูญพันธุ์ปลายยุคดีโวเนียน (Late Devonian extinction) 375–360 ล้านปีก่อน สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำสูญพันธุ์ไป 22% คิดเป็น 57% ของสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำทั้งหมด เหตุการณ์สูญพันธุ์ยุคเพอร์เมียน-ไทรแอสซิก (Permian–Triassic extinction event) 252 […]

MISIS แบรนด์ระดับโลก เปิดตัวจิวเวลรี่ 5 คอลเลกชั่น ที่สะท้อนความงามใต้ท้องทะเล

สัมผัสประสบการณ์ทางแฟชั่นอย่างเหนือระดับไปกับแบรนด์เครื่องประดับชื่อดัง ‘มิสซิส’ (MISIS) ในงานแฟชั่นโชว์หรูเปิดตัวจิวเวลรี่ 5 คอลเลกชั่นล่าสุด MISIS Gems of the Sea ที่สะท้อนความงดงามใต้ท้องทะเลสู่งานดีไซน์ พร้อมลิ้มรสชุดน้ำชายามบ่ายชั้นเลิศ ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์เครื่องประดับสู่เซ็ตเมนูสุดสร้างสรรค์ โดยเชฟมากฝีมือจากโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โดยงานครั้งนี้ถือว่ามีความเอ็กซ์คลูซีฟเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจาก มร.โลเรนโซ กาลันตี (Mr. Lorenzo Galanti) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทยเข้าร่วมงาน พร้อมกันนั้นยังมีไฮไลท์พิเศษจากดีไซน์เนอร์สาวมากฝีมือ “กรัชเพชร อิสสระ” ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แบรนด์เสื้อผ้า ‘เข็มอิสสระ’ (KEMISSARA) มาร่วมสร้างความน่าประทับใจให้กับโชว์ด้วยการรังสรรค์ชุดสวยเพื่อนำเสนอคอลเลกชั่นของ ‘มิสซิส’ ‘มิสซิส’ (MISIS) แบรนด์เครื่องประดับจากเมืองวิเซนซ่า (Vicenza) ประเทศอิตาลี ที่ก่อตั้งขึ้นปีค.ศ.1986 โดย ‘อัลแบร์โต้ เปียสเซริโก’ (Alberto Piaserico) ซึ่งได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในแวดวงเครื่องประดับ ที่ครองใจหญิงสาวมาแล้วทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบอันโดดเด่นที่เต็มไปด้วยจินตนาการและไอเดียอันสดใหม่ มีความทันสมัยสอดคล้องกับเทรนด์แฟชั่นในแต่ละฤดูกาล สะท้อนผ่านความงดงามจิวเวลรี่คุณภาพสูงภายใต้การรังสรรค์ผลงานจากช่างฝีมือผู้มากด้วยประสบการณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นรูปแบบเฉพาะของเครื่องประดับ ‘มิสซิส’ ที่ทุกคนต่างจดจำ โดยร้านสาขาแรกถูกเปิดขึ้น ณ ใจกลางเมืองเวโรน่า […]

ตัวเลข บุคคล วันเกิด คุยกับ ‘แมน แมทจิเชียน’ เลขมงคลเสริมดวงยุคดิจิทัล

ที่รายการปากลำโพง เปิดสตูดิโอต้อนรับ “แมน การิน ศตายุส์” นักออกแบบตัวเลข เจ้าของฉายา “แมน แมทจิเชียน” กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการออกแบบตัวเลขว่า สมัยเรียนปริญญาตรี วิชาเรียนสแตท ผมได้เก็บสถิติอุบัติเหตุรถชน หรือรถที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งตอนนั้นคิดแค่ว่า การเก็บข้อมูลอะไรที่เกี่ยวกับรถน่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายสุด เพราะเราสามารถหาข้อมูลได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือไปสุสานรถ หรือเหตุการณ์ตรงหน้า ก็สามารถนำเอาตัวเลขพวกนั้นมาประมวลผลได้ เมื่อถามว่า “ตัวเลข” อะไร ที่อยู่บนทะเบียนรถดี และไม่ดี แมน การิน กล่าวว่า ตัวเลขที่ไม่เหมาะมีบนทะเบียนรถคือ เลข 3 จะมีโอกาสประสบอุบัติเหตุมากกว่าตัวเลขอื่น และหากนำตัวเลข 3 ไปรวมกับเลขอื่นก็มีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น เช่น เฉี่ยวชน, รถตกข้างทาง หรืออาจถึงแก่ชีวิต อันดับ 1 เลข 3 7 อันดับ 2 เลข 3 1 และอันดับ 3 เลข 3 3 และ […]

“คางคกไวโอมิง” สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่แค่ในที่เพาะเลี้ยง แต่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้ว

คางคกไวโอมิง (Wyoming toad) เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหายากที่ปัจจุบัน และเหลือรอดอยู่เฉพาะในสถานที่เพาะเลี้ยง ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งชาติทะเลสาบมอร์เทนสัน ในรัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกาเท่านั้น ถูกขึ้นทะเบียนอยู่ในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เมื่อ ค.ศ. 1984 คางคกไวโอมิง เดิมเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่พบได้ทั่วไปในช่วงทศวรรษที่ 1950 ก่อนจะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ 1970 และถูกขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น จนสุดท้ายมีความเชื่อว่าอาจสูญพันธุ์ไปเมื่อ ค.ศ. 1980 กระทั่งได้ถูกค้นพบอีกครั้งเมื่อ ค.ศ. 1987 ตามชายฝั่งทะเลสาบมอร์เทนสัน ซึ่งเป็นทะเลสาบสนที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,212 เมตร ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ได้เริ่มโครงการเพาะขยายพันธุ์ ด้วยจุดประสงค์เพื่อปกป้องคางคกชนิดนี้ไม่ให้สูญพันธุ์ ทว่า แม้จะมีการปล่อยคางคกคืนสู่ธรรมชาติ แต่ใน ค.ศ. 1991 กลับไม่มีรายงานว่าพบการสืบพันธุ์ในธรรมชาติอีกเลย จนมีข้อสันนิษฐานว่าพวกมันสูญเสียสัญชาตญาณสัตว์ป่าไปแล้ว ทำให้แผนการอนุรักษ์คางคกไวโอมิงในธรรมชาติตอนนี้ มีเพียงการปล่อยประชากรเกิดใหม่สู่พื้นที่อนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังไม่สามารถเพิ่มประชากรด้วยการขยายพันธุ์ในธรรมชาติได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้การรักษาสายพันธุ์คางคกชนิดนี้ยังไม่มีความแน่นอนนัก นั่นคือการระบาดของเชื้อราในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เรียกว่า Batrachochytrium dendrobatidis ซึ่งเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่คุกคามต่อการอยู่รอดของคางคกชนิดนี้ และยังไม่มีวิธีรับมือที่เป็นรูปธรรม

มาแรงมากแม่! KINTO แก้วทัมเบลอร์ แก้วน้ำรักษ์โลกที่ทั้งโลกใช้กัน

อีกหนึ่งเทรนด์ฮิตสนั่นไปทั่วโลกคือ แก้วทัมเบลอร์ แก้วน้ำรักษ์โลกที่ทั้งโลกใช้กัน ใครเดินถือแก้วพลาสติกเอาเป็นว่าเอาท์มาก และแบรนด์แก้วทัมเบลอร์ที่มาแรงที่สุดฉุดไม่อยู่ก็คือ KINTO แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น KINTO (คินโตะ) เป็นแบรนด์ที่มีคอนเซ็ปต์ “ชีวิตต้องช้าๆ” มีผลิตภัณฑ์หลายอย่างทั้งแก้วน้ำ แก้วกาแฟ ชุดกาแฟ และอีกมากมาย จนมาถึงผลิตภัณฑ์ที่เขย่าโลกคือแก้วทัมเบลอร์ มีทั้งทรงแก้วเตี้ย และทรงสูงถือไปไหนมาไหนได้ ความเป็นคินโตะที่ใครๆ รักและเป็นของคู่กายใครหลายคนก็คือ ความง่ายที่ไม่ธรรมดาของดีไซน์ วัสดุ และความรู้สึกเมื่อได้ใช้ ทัมเบลอร์ของคินโตะพิเศษกว่านั้นก็คือมีการทำเพอร์ซันนัลไลซ์ให้ เรียกว่า “MONOGRAM” ที่อินสไปร์มาจาก “MARK IT BY KINTO” พิเศษมากๆ ครั้งแรกและที่เดียว ที่หน้าร้าน Loft ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ มีฟอนท์และเลย์เอาท์ให้เลือก ใครอยากได้ตัวอักษร ตัวเลขอะไร คินโตะจะทำเพอร์ซันนัลไลซ์และส่งไปให้ที่บ้าน งานนี้เริ่มวันนี้จนถึง 31 สิงหาคมนี้ แอบบอกว่าแก้วฮิตสีเหลืองมัสตาร์ด มีอยู่แค่ไม่กี่ใบเท่านั้น ใครเลิฟคินโตะรีบเลยจ้า นอกจากนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ KINTO ยังจัดกิจกรรมพิเศษอย่างสาธิตการชงกาแฟที่บ้าน, คลาสฝึกจับกลิ่นกาแฟแบบ flavorist, การเบลนด์ชาดอกไม้และสมุนไพร, กิจกรรมชิมกาแฟ, […]

“สยามโมอะเดปิส แม่เมาะเอนซิส” ฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตคล้ายตัว “ลีเมอร์” ที่พบในประเทศไทย

สยามโมอะ​เดปิส​ ​แม่​เมาะ​เอนซิส เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง ในอันดับไพรเมต (Primate) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Siamoadapis maemohensis อยู่ในวงศ์ศิวะอะปิด (Sivaladapidae) ซึ่งมีกรามล่างจำ​นวน 4 กราม​ ​มีลักษณะสำคัญ คือ มีฟันกรามน้อยหนึ่งซี่​ซึ่ง​มีขนาด​ใหญ่​กว่าฟันกรามน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับไพรเมตวงศ์อื่น ๆ และปัจจุบันได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ลักษณะของ สยามโมอะ​เดปิส​ ​แม่​เมาะ​เอนซิส มีความ​ใกล้​เคียง​กับลีเมอร์ ที่ใช้หางยาว​ไว้​เกาะเกี่ยวต้นไม้ ซึ่ง​พบเฉพาะ​เกาะมาดากัสการ์​ ​ในทวีปแอฟริกา ขณะที่ลำ​ตัวของ สยามโมอะ​เดปิส​ ​แม่​เมาะ​เอนซิส มี​ความ​ยาว 15 เซนติเมตร หรือ​เล็ก​กว่าลิงลมในปัจจุบันครึ่งหนึ่ง​ มีน้ำหนักเพียง​ 500-700 กรัม หากินในเวลากลางคืน​ โดย​กินแมลง,​ ใบไม้และผลไม้​เป็น​อาหาร​ ​ไม่​สามารถ​กัดกินอาหารแข็งๆ ได้ ​สยามโมอะ​เดปิส​ ​แม่​เมาะ​เอนซิส ที่พบนั้นมีอายุ​อยู่​เมื่อประมาณ 13 ล้านปีก่อน​หรือ​ตอนกลางของยุคไมโอซีนเมื่อ 8 ล้านปีที่​แล้ว โดยขุดค้นเป็นซากฟอสซิลครั้งแรกในอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคแถบนี้ เมื่อปี ค.ศ. 2004 โดย ดร.เยาวลักษณ์ […]

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ “ยาเม็ด” สัมผัสกับน้ำเปล่า และถูกเรากลืนเข้าไป

หลักการทำงานของยาเม็ดนั้น คือการละลายและปลดปล่อยตัวยาที่มีคุณสมบัติรักษาโรคออกมาเพื่อให้ร่างกายดูดซึม แต่ถึงอย่างนั้นก็คงมีน้อยคนนักที่จะเคยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเม็ดยาเมื่อมันสัมผัสกับของเหลวในร่างกายเรา ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นสิ่งว่านี้ หรือจินตนาการไม่ออกว่ายาเมื่อโดนน้ำจะมีหน้าตาเป็นยังไง งั้นลองมาดูภาพจาก YouTube channel ที่ชื่อว่า Macro Room ที่ลองเอายาเม็ดมาแช่น้ำและถ่ายความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีทางเห็นด้วยตาเปล่านี้เอาไว้

จากแตงโมธรรมดาๆ กลายเป็นสินค้าขายดีเมื่อมี “ตัวอักษรมงคล” ที่สลักด้วยเล็บ

ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะขายอะไรก็ต้องใส่ไอเดียลงไปในของชิ้นนั้นก็แบบสุดๆ แม้แต่ของกินที่มีคุณสมบัติชัดเจนในตัวเองอย่างแตงโม ก็ยังต้องเพิ่มลูกเล่นลงไปด้วย อย่างเช่นที่แผงขายแตงโมริมทางแห่งหนึ่งในหมู่บ้านเฮยเมี่ยว เขตซานเจี๋ย มณฑลหูหนาน ที่เจ้าของร้านลงทุนใช้เล็บมือเขียนตัวอักษรจีนลงบนเปลือกแตงโม จนทำให้แตงโมธรรมดาๆ ที่ปลูกเอง กลายเป็นสินค้าขายดีในพริบตาเลยทีเดียว อาจฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ที่แค่แตงมีรอยแกะสลักจะขายดีขนาดนี้ แต่หลังจากลองใช้วิธีนี้แล้ว เขาสามารถขายแตงโมได้จำนวนมหาศาล แถมยังมีรายการสั่งของล่วงหน้าอีกต่างหาก ที่สำคัญคือไอเดียของเขาไม่สามารถถูกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะคงไม่ใช่ทุกคนจะแกะสลักได้สวยแบบนี้

งานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “ทรัพย์แผ่นดิน ศิลป์สยาม : Thai Treasures”

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 กระทรวงวัฒนธรรม , มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จับมือภาคเอกชน ข้าวตราฉัตร และ ไอคอนสยาม เตรียมจัดงาน “ทรัพย์แผ่นดิน ศิลป์สยาม : Thai Treasures” นิทรรศการแสดงสมบัติของชาติไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ที่ทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรงช่วยเหลือราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ให้มีอาชีพเสริมด้วยการทอ “ผ้าไหม” เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นเป็นการสืบสานภูมิปัญญาทอผ้าไหมจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังทรงส่งเสริมให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักในระดับสากล นอกจากนี้ยังทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่อง “ข้าว” พืชเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศที่ผูกพันกับคนไทยมายาวนาน โดยพระราชทานแนวพระราชดำริในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้หน่วยราชการรับไปดำเนินการนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ชาวนาชาวไร่ในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ “อยู่ดี กินดี มีความสุข” ทั้งนี้งาน “ทรัพย์แผ่นดิน ศิลป์สยาม : Thai Treasures” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2562 ณ […]

แฟชั่นโชว์ ‘ชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

“ผ้าไหม” เป็นหนึ่งในมรดกภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่าของชาติ แฟชั่นโชว์ ‘ชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานทรัพย์แผ่นดิน ศิลป์สยาม : Thai Treasures เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 กระทรวงวัฒนธรรม , มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จับมือภาคเอกชน ข้าวตราฉัตร และ ไอคอนสยาม เตรียมจัดงาน “ทรัพย์แผ่นดิน ศิลป์สยาม : Thai Treasures” นิทรรศการแสดงสมบัติของชาติไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ที่ทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรงช่วยเหลือราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ให้มีอาชีพเสริมด้วยการทอ “ผ้าไหม” เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นเป็นการสืบสานภูมิปัญญาทอผ้าไหมจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังทรงส่งเสริมให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักในระดับสากล สำหรับไฮไลต์พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลา 17.00 น. ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M […]

“ดุกด้าน” ปลาสารพัดประโยชน์ จะกินก็อร่อย จะเลี้ยงก็สวยแปลกตา

ปลาดุกด้าน (Walking catfish) เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาดุก (Clariidae) มีรูปร่างค่อนข้างยาวเรียว ส่วนหางค่อนข้างแบน มีสีเทาปนดำ ส่วนท้องมีสีขาว สามารถเคลื่อนที่บนบกได้เป็นระยะทางสั้น ๆ โดยใช้ครีบ เรียกว่า “ปลาแถก” ขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 50 เซนติเมตร สามารถพบได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงจนลุ่มน้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังพบได้ในแถบคาบสมุทรมลายู, เกาะสุมาตรา, เกาะชวา, เกาะบอร์เนียว, ฟิลิปปินส์ และมีรายงานว่าพบในศรีลังกา, บังกลาเทศ, อินเดีย และพม่า ในประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ปลาดุกถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการเลี้ยงเพื่อนำมาทำเป็นอาหาร เช่น ปลาดุกย่าง, ปลาดุกฟู หรือปลาหยอง เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปลาที่ถูกควบคุมการซื้อขายในหลายประเทศ เช่นในเยอรมนี ที่มีรายงานว่าปลาชนิดนี้ได้สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก หลังจากนำเข้าไปเพื่อพัฒนาเป็นปลาเศรษฐกิจ แต่ได้มีบางส่วนที่หลุดลงไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จนกลายเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ไล่กินลูกปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก นอกจากจะมีการเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจแล้ว ปลาดุกยังถูกพัฒนาขึ้นเป็นปลาสวยงามที่มีสีสันและลวดลายแตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะปลาที่มีลักษณะของสีเผือกและปลาด่าง ซึ่งเป็นที่ต้องการในกลุ่มนักเลี้ยงปลาแปลกอย่างมาก

“รากกล้วย” ปลาไทยๆ ที่กินเป็นอาหารก็ได้ จะเลี้ยงใส่ตู้ปลาก็สวยไปอีกแบบ

“ปลารากกล้วย” หรือ “ปลาซ่อนทราย” เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาหมูแท้ (Cobitidae) มีขนาดยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร หัวแหลม ตาเล็ก หางแหลม กลางลำตัวมีเส้นสีเทาจากหัวถึงหางระหว่างเส้นมีจุดสีดำเป็นแนวยาว ครีบหางเว้าตื้น มีพฤติกรรมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ในพื้นท้องน้ำที่มีกรวดทรายและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว สามารถมุดทรายได้อย่างรวดเร็วเมื่อตกใจหรือจะซ่อนตัวจากสัตว์นักล่า ปลารากกล้วย เป็นปลาพื้นเมืองในรัฐอัสสัมของอินเดีย, พม่า, ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย (ทั้งตะวันตกและตะวันออก) และเกาะสุมาตราและเกาะชวาของอินโดนีเซีย ตัวอย่างที่นำมาจัดอนุกรมวิธานถูกจับมาจากบริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเลอมาตัง กับแม่น้ำเอนิมในจังหวัดสุมาตราใต้ ส่วนในไทยพบที่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำยม แม่น้ำวัง แม่น้ำมูล แม่น้ำสงคราม แม่น้ำปัตตานี เป็นต้น เนื่องจากปลาชนิดนี้เป็นปลาขนาดเล็ก จึงนิยมบริโภคด้วยการรับประทานทั้งตัวและก้าง โดยนำมาทำเป็นอาหารได้หลายอย่างทั้งการปรุงสดและตากแห้ง โดยรายการที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ ปลารากกล้วยทอดกระเทียม รับประทานกับข้าวต้ม สำหรับการปรุงสดสามารถทำอาหารได้หลากหลาย เช่น ต้มยำ ต้มโคล้ง ฉู่ฉี่ นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้สวยงาม โดยเฉพาะในตู้ไม้น้ำ นิยมเลี้ยงเพราะเป็นปลาที่เก็บเศษอาหารที่ปลาอื่นกินเหลือไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยพรวนทรายให้ร่วนอยู่ตลอดเวลาด้วย จากการที่มันสามารถมุดทรายได้เป็นอย่างดี

keyboard_arrow_up