สักการะพระบรมธาตุนาดูน ชวนชมของดี 4 อำเภอ จังหวัดมหาสารคาม

แม้จะไม่โดดเด่นเท่าจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ด้วยมีบรรยากาศอันเงียบสงบ และยังคงวิถีชีวิตอันเรียบง่ายตามแบบฉบับชาวอีสาน ทั้งยังมีความสำคัญในฐานะเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคนี้  เพราะมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมาย จึงทำให้จังหวัดมหาสารคามได้ชื่อว่าเป็น ตักศิลาแห่งอีสาน

ไม่เพียงจะเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษาสมัยใหม่ แต่ จ.มหาสารคามยังเป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ เอาไว้อย่างมากมาย และนั่นคือจุดหมายปลายทางของรายการชื่นใจไทยแลนด์ในครั้งนี้ ที่จะอาสาพาทุกคนไปรู้จักกับของดี 4 อำเภอ ของจังหวัดแห่งนี้กัน

มาเริ่มกันที่ความชื่นใจแห่งแรกในทริปนี้ ที่พระบรมธาตุนาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม พระบรมธาตุซึ่งด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบภายในพื้นที่นาของชาวบ้านในอำเภอนาดูน หลังจากกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ภายในพื้นที่ด้านนอกยังมี “ตลาดต้องชม” ตลาดท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำสินค้ามาขาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือว่าพืชผักท้องถิ่น เช่น ผำ ข้าวโป่ง ตำสมุนไพร และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึก เสื้อผ้า เสื่อมัดหมี่ และผ้าทอ ฯลฯ โดยตลาดต้องชมนั้นเปิดให้บริการทุกวัน โดยเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขตฤกษ์จะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าแน่นเต็มเกือบทุกร้าน

ถัดจากพระบรมธาตุนาดูน ไม่ถึง 8 กิโลเมตร เราก็มาถึงบ้านหนองโนใต้ อ.นาดูน แหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงศิลปะประยุกต์ ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของที่จะพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน และเพิ่มพื้นที่เพื่อการแสดงออกของเด็กๆ ณ โรงละครหุ่นกระติ๊บ คณะเด็กเทวดา โรงละครที่เกิดจากพื้นที่ของชาวบ้านที่ยกให้ทางกลุ่มได้ใช้ประโยชน์ เกิดจากครูเซียง คนทำหุ่นที่ทำหน้าที่สอนศีลธรรมผ่านศิลปะ หุ่นทุกตัวทำจากกระติ๊บข้าวเหนียวเก่า และวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในพื้นที่ บวกกับฝีมือการเชิดหุ่นของเด็กๆที่ประสานใจเป็นหนึ่งเดียว ทำให้หุ่นนั้นมีชีวิตเมื่อเสียงแคน และเสียงร้องหมอลำของชายสูงวัยที่เด็กๆ เรียกกันว่าพ่อครูเริ่มต้นขึ้น ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมความสามารถในการเชิดหุ่นของเด็กๆแล้ว ยังสามารถที่จะลองทำหุ่นกระติ๊บจำลองหรือสามารถซื้อเป็นของที่ระลึกกลับบ้านได้

จากอำเภอนาดูน เรามาต่อกันที่บ้านหนองบัวแปะ อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของผ้าไหมคุณภาพ ซึ่งชาวบ้านกว่า 80% มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้าไหมมัดหมี่ ภายใต้การดูแลของพ่อบุญถม ที่มีการกำหนดและควบคุมคุณภาพเส้นไหมให้ได้มาตรฐานคือ มีขนาดเส้นเท่ากันทั้งเส้น มีน้ำหนักเท่ากันทุกมัด ทำให้มีข้อดีคือ ผู้ซื้อสามารถกำหนดปริมาณการใช้เส้นไหมในการทอได้อย่างแม่นยำ โดยทางกลุ่มผู้เลี้ยงมีการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดสายพันธุ์ไหม ขั้นตอนการเลี้ยง การสาว และการวัดจำนวนรอบเส้นไหมแต่ละกำ ด้วยเหตุนี้ทำให้ทางกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหนองบัวแปะ ได้รับการรับรองคุณภาพเส้นไหม จากกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากเส้นไหมดิบที่จำหน่ายให้กับกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มอื่นๆแล้ว ทางชุมชนยังมีผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอด้วยไหมคุณภาพของชุมชน และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆจากไหม เช่น เส้นไหมขัดผิว สบู่โปรตีนไหม ชาใบหม่อน และน้ำหม่อนพร้อมดื่ม

จากสถานที่ท่องเที่ยวและสินค้าชุมชน ชื่นใจไทยแลนด์ร่วมกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จ.มหาสารคาม ซึ่งทำหน้าที่ผลักดันการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยชุมชนที่ทางบริษัทฯ ได้ชวนให้เรามาชื่นใจนั้นก็คือ ชุมชนบ้านหัวขัว อ.แกดำ จ.มหาสารคาม บ้านหัวขัวเป็นชุมชนเกษตรกรรมทำนาเป็นหลัก แต่เมื่อหมดหน้านาชาวบ้านจะปลูกผักปลอดสารพิษ ริมหนองแกดำ หนองน้ำที่เป็นเหมือนเส้นเลือดสำคัญที่ล่อเลี้ยงชุมชน พื้นที่ริมหนองแกดำถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นแปลงผักหลากหลายชนิด โดยที่ส่วนร่วมนี้จะถูกแบ่งพื้นที่เท่าๆ กันเพื่อให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกได้ใช้ปลูกผักเพื่อเป็นรายได้เสริม นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และเป็นกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวก็คือ การทำข้าวแต๋นน้ำผัก กิจกรรมที่นอกจากจะสนุก และอร่อยแล้ว ยังได้สุขภาพอีกด้วย

ไม่ไกลจากอำเภอแกดำ เราได้เดินทางมายัง อ.วาปีปทุม เพื่อพบกับกลุ่มทอผ้าฝ้ายบ้านงัวบา กลุ่มผู้สูงอายุที่รวมกลุ่มกันทอผ้า ทั้งผ้าขาวม้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ และผ้าย้อมสีธรรมชาติ โดยมีสีหลักคือ สีเหลืองอมเขียว จากใบสมอ, สีน้ำตาลแดง จากเปลือกต้นประดู่ และสีเทา จากใบยูคาลิปตัส ซึ่งผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มนั้น ทางบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จ.มหาสารคาม ได้มีการนำไปแปรรูป และนำไปจำหน่ายยังร้านค้าประชารัฐในอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม รวมไปถึงสินค้าเกษตร ของที่ระลึก ของฝาก ที่เป็นสินค้าฝีมือชาวบ้านจากชุมชนอื่นๆ ในจังหวัดมหาสารคามก็ได้ถูกรวบรวมไว้ยังร้านค้าประชารัฐด้วย

นอกจากบรรยากาศการชมของดีจาก 4 อำเภอแล้ว ในทริปการเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดมหาสารคามจะยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างนั้น เราไปติดตามชมกันต่อได้ในคลิปรายการย้อนหลังของชื่นใจไทยแลนด์ได้เลย

keyboard_arrow_up