“หัวตะกั่ว” ชื่อนี้ไม่ใช่กระสุนปืน แต่เป็นปลาสวยเรียบๆ ที่พบได้ในเมืองไทย

ปลาหัวตะกั่ว หรือ ปลาหัวเงิน (Blue panchax) เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aplocheilus panchax อยู่ในวงศ์ปลาหัวตะกั่ว (Aplocheilidae) มีลักษณะทั่วไปคล้ายกับปลาในวงศ์ปลาซิวข้าวสาร (Adrianichthyidae) ซึ่งเป็นปลาต่างวงศ์กัน มีลำตัวกลมยาว หัวโตกว้าง มองด้านข้างเห็นปลายแหลม สันหัวแบน ปากซึ่งอยู่ปลายสุดเชิดขึ้น ตาโต และอยู่ชิดแนวสันหัว เกล็ดใหญ่ ครีบต่าง ๆ มีขอบกลม ครีบหลังมีขนาดเล็กอยู่ใกล้ครีบหาง พื้นลำตัวมีสีเทาอมเหลือง ครีบต่าง ๆ สีออกเหลือง โคนครีบหลังสีดำ มีจุดเด่น คือ มีจุดกลมสีเงินเหมือนสีของตะกั่วขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่บนสันหัวระหว่างนัยน์ตา อันเป็นที่มาของชื่อเรียก

โดยทั่วไปมียาวประมาณ 8 เซนติเมตร แต่ปลาส่วนใหญ่ที่พบมักขนาดเฉลี่ยประมาณ 3-6 เซนติเมตร สามารถพบได้ทั่วไปทั้งในแหล่งน้ำจืด และพื้นที่น้ำกร่อย ตั้งแต่อนุทวีปอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทยพบกระจายอยู่ทุกภาค จัดเป็นปลาที่หาได้ง่าย และเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นในวงศ์นี้ที่พบได้ในประเทศ

ปลาหัวตะกั่วมีพฤติกรรมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง กินตัวอ่อนของแมลงน้ำ เช่น ลูกน้ำและแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร ตัวผู้มีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวเมีย ครีบใหญ่กว่าและสีสันต่างๆ ก็สดกว่า และแม้จะชอบรวมฝูงกัน แต่ปลาชนิดนี้ก็ชอบแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อกันภายในฝูง จึงทำให้ผู้คนในสมัยโบราณนิยมจับมาเลี้ยงดูเพื่อการกัดกันเป็นการพนันเหมือนปลากัดหรือปลาเข็ม

ปัจจุบัน ปลาชนิดนี้ได้มีการนำมาเพาะขยายพันธุ์กันเป็นปลาสวยงาม จนมีสีสันที่จัดจ้านขึ้นกว่าปลาในธรรมชาติ แต่ก็มีราคาที่ย่อมเยา เหมาะกับผู้เริ่มต้นเลี้ยงปลามือใหม่ ทั้งยังเป็นปลาชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการกินลูกน้ำอย่างมาก จึงนับว่าปลาที่สร้างประโยชน์ให้แก่มนุษย์ในตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในอ่างบัวหน้าบ้าน หรือในแหล่งน้ำธรรมชาติ

keyboard_arrow_up