รสชาติแห่งออสเตรเลีย!! เมื่อ “เนื้อจิงโจ้” ได้รับความนิยม เพราะโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เข้มข้นกว่าเนื้อวัว

แม้การนำสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติมาทำเป็นอาหารนั้น อาจเป็นเรื่องทำใจยากสำหรับหลายๆ คนอยู่บ้าง แต่เพราะการเพิ่มประชากรของจิงโจ้ที่ไร้การควบคุม จนทำให้เกิดปัญหาวิวาททั้งกับผุ้คน และสัตว์พื้นเมืองอื่น แถมมันยังเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน เพราะจิงโจ้นั้นมักจะกระโดดตัดหน้ารถทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีคนบาดเจ็บ และเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง

ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง จึงทำให้เกิดนโยบาย “การุณยฆาตจิงโจ้” ขึ้น โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้อนุญาตให้มีการล่าจิงโจ้อย่างถูกกฎหมายขึ้น ซึ่งทางรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเพื่อไม่ให้โควต้าการล่าแต่ละครั้งต้องสูญเปล่า จึงได้มีการรณรงค์ให้ชาวออสซี่หันมาบริโภคเนื้อจิงโจ้กันมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มนักล่าจิงโจ้ที่มีใบอนุญาตทั้งหลาย ที่มีความอยากรู้อยากเห็นว่าเนื้อจิงโจ้ที่เขาเพิ่งลั่นไกสังหารไปนั้น จะมีรสชาติเป็นอย่างไร

จากข้อมูลพบว่า การปรุงจิงโจ้ที่ดีที่สุดคือการปรุงโดยไม่ทำให้เนื้อสุกเกินไป หรือก็คือทำให้สุกในระดับ Medium Rare เท่านั้น เพราะจิงโจ้นั้นเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา และกล้ามเนื้อที่ทรงพลังของมันนี้เอง ที่ทำให้เนื้อจิงโจ้แทบไม่มีไขมันแทรกเลย ฉะนั้นการปรุงเนื้อจนสุกจะยิ่งทำให้เนื้อนั้นแข็งเหนียวไม่ต่างจากยางรถยนต์เลย

นอกจากนี้ เนื้อจิงโจ้ยังมีรสชาติรสเข้มข้นกว่าเนื้อวัว แต่กลับไม่มีกลิ่นสาบที่น่ารำคาญจมูกแม้แต่น้อย อีกทั้งในเนื้อจิงโจ้ยังมีกรด Linoleic Conjugated ซึ่งมีมากกว่าเนื้อสัตว์ที่เรากินกันในทุกวันนี้ในน้ำหนักเท่าๆ กัน โดยเจ้ากรดตัวนี้นั้นมีสรรพคุณช่วยต้านมะเร็ง ป้องกันโรคเบาหวาน และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและที่สำคัญคือมันเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างยิ่ง

ถึงจะฟังดูคล้ายโฆษณาชวนเชื่อ และเราอาจคิดว่าคงไม่มีใครให้ความร่วมมือกินเจ้าสัตว์น่ารักชนิดนี้ได้ลงแน่ แต่เชื่อเถอะว่า…คุณสามารถหาเนื้อจิงโจ้ได้ง่ายกว่าคิดมากนัก เพราะในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วออสเตรเลียเองก็มีเนื้อจิงโจ้วางขายอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำมาปรุงเป็นสเต็ก เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิในการปรุงได้ง่ายกว่า และยังทานง่ายกว่าเมนูยอดนิยมอัดนดับสองอย่างสตูว์เนื้อด้วย

keyboard_arrow_up