สู้ศึก #พรรคนี้ใช้ร่างกายเปลือง รู้จัก ‘ทอรีน’ ประโยชน์ดีๆ ที่ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ต้องการ!

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยแอคทิวิตี้ ไม่ว่าจะ ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ, ทำงานที่ต้องใช้แรงเยอะ หรือ ออกกำลังกายหักโหม รวมไปถึงพวก นอนน้อยแต่นอนนะ ร่างกายจึงถูกใช้เปลืองกว่าปกติ ดังนั้นตัวช่วยที่ยืนหนึ่งสำหรับคนที่ใช้ร่างกายเปลืองก็คือ ‘ทอรีน’

ทว่า ‘ทอรีน’ คืออะไร หลายคนอาจจะยังไม่รู้

“ทอรีน” คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง พบทั่วไปในร่างกาย และพบมากในเซลล์ประสาท กล้ามเนื้อหัวใจ สมอง แม้ว่า “ทอรีน” ร่างกายจะสามารถสร้างได้เอง แต่ยิ่งอายุเยอะขึ้น ร่างกายจะสร้างทอรีนน้อยลง นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า ยิ่งอายุมากยิ่งเหนื่อยง่าย ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น จึงควรกินทอรีนเป็นอาหารเสริม มีงานวิจัยที่บอกว่า ทอรีนเป็นเป็นสารอาหารที่ทำให้คนญี่ปุ่นมีอายุยืนยาวอีกด้วย

ประโยชน์ดีๆ ที่มีต่อร่างกาย

1. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคอ้วน, ป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหลอดเลือดแดงแข็ง
2. ควบคุมระดับอินซูลิน/กลูโคส ป้องกันโรคเบาหวาน
3. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และช่วยรักษาโรคทางตับ
4. ช่วยให้จอประสาทตา (retina) แข็งแรง ช่วยในการมองเห็น และป้องกันไม่ให้จอประสาทตาเสื่อมจากแสงสว่างหรือสารเคมี
5. ควบคุมสมดุลแคลเซียม ได้แก่ ควบคุมสมดุลแคลเซียมในหัวใจ, ลดความดันโลหิต, ป้องกันภาวะหัวใจวาย, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ การสูบฉีดเลือด ความดันโลหิต ความเข้มข้นของเกร็ดเลือด ให้เป็นปกติ
6. ลดความกระสับกระส่าย กระวนกระวาย (anti-anxiety) เนื่องจากทอรีนมีฤทธิ์เป็นสารระงับประสาทแบบอ่อนๆ (mild sedative), ช่วยบรรเทาภาวะลมชัก, ช่วยบรรเทาความเครียด หรือภาวะที่สมองตื่นตัวมากกว่าปกติ
7. ช่วยให้ ‘กล้ามเนื้อ’ ทำงานได้ ‘หนักขึ้น – นานขึ้น – ปลอดภัยขึ้น’
7.1 หนักขึ้น คือ ช่วยเพิ่มความสามารถในการยืดหดได้ (contractibility) ของกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อกระดูกหรือกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ทำงานหนักหรือเล่นกีฬาที่หนักขึ้นได้
7.2 นานขึ้น คือ ช่วยให้กล้ามเนื้อขจัดกรดแลคติก (Lactic acid) ซึ่งเป็นกรดที่ทำให้รู้สึก
เจ็บปวด, เมื่อยล้ากล้ามเนื้อ เมื่อขจัดกรดแลคติก กล้ามเนื้อก็ทำงานได้นานขึ้น และออกแรงได้นานขึ้น
7.3 ปลอดภัยขึ้น คือ กล้ามเนื้อที่ต้องออกแรง จะสร้าง oxidant stress ที่ทำให้กล้ามเนื้อเสียหาย ทำงานได้แย่ลง ทอรีนช่วยปกป้องกล้ามเนื้อจากความเสียหายดังกล่าว ทำให้กล้ามเนื้อทำงาน/ออกแรงได้อย่างปลอดภัยขึ้นนั่นเอง

‘ทอรีน’ พบในอาหารประเภทใดบ้าง

พบได้ในอาหารทั่วไป โดยเฉพาะในอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ เช่น หอยทะเล, ปลาทะเล , สาหร่ายทะเล รองลงมาคือ หมู, เนื้อ, สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์ทำจากนม

อย่างไรก็ตาม อาหารเหล่านี้ เมื่อปรุงสุก ผ่านความร้อน จะสูญเสียปริมาณทอรีนไป ทำให้ร่างกายได้รับทอรีนน้อยลง

สำหรับคนที่กินทั้งเนื้อและผัก จะได้รับทอรีนประมาณ 400 mg/วัน ขณะที่ ชาวมังสวิรัติ จะได้รับทอรีนน้อยมาก หรือแทบไม่ได้เลย ในแต่ละวัน
นอกจากนี้ มีคนหลายประเภทที่เสี่ยงต่อการขาดทอรีน เช่น คนที่เป็นโรคตับ, โรคมะเร็ง , คนที่อยู่ในภาวะเจ็บป่วย เช่น มีบาดแผลไฟไหม้, น้ำร้อนลวก, ติดเชื้อรุนแรง, ได้รับอุบัติเหตุ, ผู้ป่วยหลังผ่าตัด, ผู้ป่วยหลังจากได้รับเคมีบำบัด ฯลฯ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรได้รับทอรีนในปริมาณที่มากพอ

ส่วนคนที่ต้องทำงานหนัก ออกกำลังกาย หรือใช้พลังกายเยอะ การเสริมทอรีนด้วยทางเลือกอื่นที่นอกเหนือจากอาหารจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายหรือใช้พลังกายเยอะๆ ก็ควรต้องเสริมความสตรองให้ตัวเอง แบบไม่ต้องกังวล เพราะจริงๆ แล้วยังไม่มีงานวิจัยไหนที่ชี้ว่า การบริโภคทอรีนมากๆ จะส่งผลเสียต่อร่างกายในด้านไหนเลย

ทั้งนี้เพราะร่างกายควรได้รับทอรีนในปริมาณที่มากพอ ซึ่งโดยทั่วไปสามารถบริโภคทอรีนได้ถึง 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน และยังถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

จากประโยชน์ของทอรีนที่เล่ามา จะเห็นว่าทุกวันนี้ พวกเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อต่างๆ ก็จะมีทอรีนเป็นส่วนผสมหลักอยู่แล้ว อย่าง ลิโพวิตัน-ดี ก็มีทอรีนคุณภาพญี่ปุ่นผสมถึง 1000 มก. เป็นเจ้าเดียวในท้องตลาดที่มีปริมาณทอรีนต่อขวดสูงสุด ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับกลุ่มคนทำงานหรือคนที่ชอบออกกำลังกาย เพราะจะช่วยเพิ่มพลัง ทำงานได้หนักขึ้น นานขึ้น รวมทั้งช่วยลดความเครียด ความกระสับกระส่าย เพิ่มความสดชื่นด้วย

รู้แบบนี้แล้วต้องลองหาลิโพวิตัน-ดี มีทอรีน 1000 มก. มาดื่มเสริมพลังให้ร่างกายคุณกัน รับรองสตรองเวอร์แม้จะใช้ร่างกายเปลือง!

References:
ทอรีนและบทบาท โดยแพทย์ ม.ช.
http://www.med.cmu.ac.th/dept/nutrition/DATA/COMMON/taurine.pdf
http://www.med.cmu.ac.th/dept/nutrition/DATA/COMMON/role%20of%20taurine.pdf
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (โดยคณะกรรมการอาหารและยา – ดูรายการที่ 14):
http://food.fda.moph.go.th/law/data/announ_fda/044ntffda_Criteria_of_AminoAcid_used_in_Food_Supplement.pdf

keyboard_arrow_up