การต่อใบอนุญาตขับรถหรือ "ใบขับขี่" ในปี 2569 มีการอัปเดตครั้งสำคัญตามกฎกระทรวงใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตคนเมืองและคนรุ่นใหม่ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ "รักษาวินัย" และ "อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวังสุขภาพ" รวมทุกข้อมูลที่ต้องรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการทำแบบ 100% ไปจนถึงบทลงโทษหากละเลยไม่ไปต่อ
"ต่อใบขับขี่ 2569" ครบจบทั้งออนไลน์และวอล์คอิน
การต่อใบขับขี่ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป เพราะในปีนี้กรมการขนส่งทางบกได้นำระบบดิจิทัลมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อลดความแออัดที่สำนักงานขนส่ง
ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของปีนี้คือการอนุญาตให้ ผู้ที่มีอายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และใบขับขี่ ขาดต่อไม่เกิน 1 ปี สามารถดำเนินการต่ออายุผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เกือบทั้งหมด (เริ่มมีผลบังคับใช้ 4 มีนาคม 2569) ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยลดขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำอีกด้วย
ใครบ้างที่ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ 100%
คุณสามารถยื่นคำขอออนไลน์และรอรับใบอนุญาตที่บ้าน (ตามวิธีที่กรมฯ กำหนด) หากมีคุณสมบัติดังนี้
- อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันที่ยื่นคำขอ)
- ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุมาแล้วไม่เกิน 1 ปี
- ผ่านการอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์ (e-Learning) เรียบร้อยแล้ว
เอกสารที่ต้องเตรียม (อัปเดตล่าสุด)
ไม่ว่าจะต่อแบบออนไลน์หรือเดินทางไปที่ขนส่ง ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- บัตรประชาชนตัวจริง (หรือแสดงผ่านแอป ThaID)
- ใบขับขี่ใบเดิม (หากหายต้องแจ้งเจ้าหน้าที่)
- ใบรับรองแพทย์ (สำคัญมาก) ต้องเป็นฉบับจริง ออกก่อนวันยื่นไม่เกิน 1 เดือน และต้องเป็นแบบฟอร์มที่แพทยสภารับรอง
- ผลการอบรมออนไลน์ (กรณีต่อล่วงหน้าหรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี) แคปหน้าจอ QR Code ที่ได้จากเว็บไซต์ DLT e-Learning
ขั้นตอนการดำเนินการ
ช่องทางที่ 1 แบบออนไลน์ สะดวกสุด
- อบรมออนไลน์ เข้าไปที่ www.dlt-elearning.com ดูวิดีโอและตอบคำถาม (ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)
- ยื่นคำขอ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมขนส่ง เพื่ออัปโหลดเอกสารและชำระค่าธรรมเนียม
- เลือกรับใบขับขี่ สำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไขอายุไม่เกิน 55 ปี อาจเลือกรับทางไปรษณีย์ได้ตามเงื่อนไขที่สำนักงานนั้นๆ กำหนด
ช่องทางที่ 2 แบบวอล์คอิน (Walk-in)
หากคุณอายุเกิน 55 ปี หรือใบขับขี่ขาดเกิน 1 ปี คุณยังต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง
- จองคิว แนะนำให้จองผ่านแอป DLT Smart Queue ล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็ว
- ทดสอบสมรรถภาพ ทดสอบตาบอดสี, สายตาทางลึก-กว้าง และปฏิกิริยาเท้า (เบรก)
- ถ่ายรูปและรับบัตร ชำระค่าธรรมเนียมและรอรับบัตรใหม่ได้ทันที
อัตราค่าธรรมเนียม (รวมค่าคำขอ)
- รถยนต์ (5 ปี) 505 บาท
- รถจักรยานยนต์ (5 ปี) 255 บาท
ถ้าไม่ต่อใบขับขี่ (ขาดต่อ) จะโดนอะไรบ้าง?
การปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ นอกจากจะทำให้คุณเสียเวลาสอบใหม่แล้ว ยังมีผลทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้นในปี 2569 ดังนี้
- โทษค่าปรับ หากขับรถโดยที่ใบขับขี่หมดอายุ มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท
- ความเสี่ยงด้านประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุขณะใบขับขี่หมดอายุ บริษัทประกันอาจใช้เป็นข้ออ้างใน การปฏิเสธความคุ้มครอง หรือจ่ายค่าสินไหมล่าช้า
- ความยุ่งยากในการสอบใหม่ ขาดเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ (ต้องได้ 45/50 คะแนน) ขาดเกิน 3 ปี ต้องสอบใหม่ทั้งหมด (อบรม + ข้อเขียน + สอบปฏิบัติขับรถ) เหมือนเพิ่งทำครั้งแรก