คนมันต้องคุย | 4 อาชีพสุดสำคัญในทุกเทศกาล | EP.9

หลายคนเริ่มนับถอยหลังสู่วันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังจากทำงานหนักมาทั้งปี หลายคนมีแผนเที่ยวพักผ่อน หลายคนวางแผนกลับภูมิลำเนา แต่ก็ยังมีกลุ่มบุคคลที่ยังคงต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป #คนมันต้องคุย วันนี้ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 4 อาชีพสุดสำคัญในทุกเทศกาล พวกเขาเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “อยากให้ทุกคนปลอดภัย” #คนมันต้องคุย #Amarintv34 #อมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง34 ———————————————————————————— ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่ ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี ช่อง 34 Website : http://www.amarintv.com Facebook : https://www.facebook.com/AMARINTVHD Twitter : https://twitter.com/amarintvhd Instagram : https://www.instagram.com/amarintvhd Youtube : https://www.youtube.com/c/amarintvhd Line : http://line.me/ti/p/@amarintvhd

‘ตำรวจทางหลวง’ แนะนำเส้นทางเลือกเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ที่จะถึงนี้ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 60 – 3 ม.ค. 62 คาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการทางหลวงสายหลักเป็นจำนวนมาก เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว ตำรวจทางหลวงจึงได้แนะนำเส้นทางเลือกในการเดินทางสู่จังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งเป็นข้อมูลในการศึกษาเส้นทางซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดและลดระยะเวลาในการเดินทาง กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป รังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.อยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณฯ) – จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข […]

แฉเจตนาพิรุธ ดาบตร.ให้ญาติขับรถหลวง ไล่ยิงสาวห้าง ชี้ปล่อยคลิป คือหลักฐานมัดตัวเอง (คลิป)

จากกรณี น.ส.ศิรินทร บุญจันทร์ พนักงานห้างสรรพสินค้าร้องทุกข์ว่าถูกนายวิพันธ์ คงสกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา และ ด.ต.อาคม ชูกำเนิด ตำรวจทางหลวงขับรถไล่ ก่อนใช้อาวุธปืนยิง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 20 ส.ค. 61 วันที่ 4 ก.ย. 61 น.ส.ศิรินทร บุญจันทร์ ผู้เสียหาย และร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ ผู้ช่วยเหลือทางคดี พร้อมทนายความ เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม กรุงเทพฯ เพื่อนำหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม และขอให้ตำรวจกองปราบฯ เข้ามารับผิดชอบในคดี ร.ต.อ.วัชรินทร์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนและน.ส.ศิรินทร ต้องมาร้องเรียนที่กองปราบฯ เพราะว่าในพื้นที่ของ อ.สะเดา จ.สงขลา ยังคงมีเรื่องของผู้มีอิทธิพล จึงทำให้ตนไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจในพื้นที่ และกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาทำเรื่องเพื่อโอนสำนวนคดีมาให้กองปราบฯ เป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม สำหรับความคืบหน้าของคดี ตนทราบมาว่าตอนนี้ตำรวจทางหลวงได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงของ ด.ต.อาคม ในฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่จับกุมนายวิพันธ์ในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากนายวิพันธ์ได้ก่อเหตุยิงปืนลงพื้น […]

ตร.ทางหลวงเผยนาทีประกบรถสาว ผู้ใหญ่บ้านช่วยยิงสกัด แจงญาตินั่งคู่ชวนติดรถมาด้วย (คลิป)

จากกรณี น.ส.ศิรินทร บุญจันทร์ พนักงานของห้างสรรพสินค้า ร้องทุกข์ว่าถูกนายวิพันธ์ คงสกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลาและตำรวจทางหลวงขับรถไล่ ก่อนใช้อาวุธปืนยิง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 20 ส.ค. 61 หลังจาก น.ส.ศิรินทรขับรถออกจากห้างสรรพสินค้า เข้าถนนสายปริก-คลองรำ มุ่งหน้า ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากนั้นได้เจอกับรถของ ด.ต.อาคม ชูกำเนิด และรถของผู้ใหญ่บ้านขับปาด หลังจากขับต่อไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ก็มีการประกบยิงเกิดขึ้น โดยเธอขับต่อไปอีกประมาณ 200 เมตร ไปจอดที่บ้านชาวบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยนายวิพันธ์อ้างว่า ตัวเองเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เมื่อเห็นตำรวจขับรถไล่รถต้องสงสัยของน.ส.ศิรินทร ตนเองจึงเข้าไปช่วยไล่สกัดรถด้วยการขับปาดหน้า แต่รถต้องสงสัยยังขับออกไปต่อ ตนเองจึงต้องยิงไปที่พื้นเพื่อสกัดรถ หลังจากนั้นขับตามรถต้องสงสัยต่อไปจนถึงจุดในชุมชน จึงได้ขับปาดหน้าให้จอ ทำให้ น.ส.ศิรินทรต้องลงจากรถไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน วันที่ 1 ก.ย. 61 นายศักดิ์ชัย อมแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ทุ่งหมอ ซึ่งเป็นผู้ที่ […]

สิบล้อ ใจกล้า โทรสายตรง ผู้การฯทางหลวง แฉโดนเก็บส่วย ให้โอนเข้าบัญชี (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความระบุว่า ถูกนายตำรวจทางหลวงเรียกให้หยุดรถ ก่อนจะจดเลขบัญชีและเบอร์ติดต่อส่งมาให้ พร้อมกับบอกว่าให้โอนค่าปรับมาตามเลขบัญชีนี้ โดยในแผ่นกระดาษยังระบุชื่อด้วยว่า “หมวดวิทย์” ขณะเดียวกัน ด.ต.สุทธิรักษ์ ทองอุ่น หัวหน้าหน่วยบริการ ตำรวจทางหลวงมหาชัย ยืนยันว่าภาพที่แชร์ในโลกโซเชียลเป็นภาพตัดต่อ ล่าสุดทีมข่าวได้ไปพูดคุยกับผู้เสียหาย 2 ราย ต่างก็ระบุว่ามันไม่ถูกที่ทำแบบนี้ และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง (อ่าน: ตำรวจทางหลวงว่าไง? เหยื่อเปิดเสียง แฉ “หมวดวิทย์” ส่งเลขบัญชีโอนเงิน ยันไม่ใส่ร้าย) ต่อมา ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางมาที่ป้อมตำรวจทางหลวงเอกชัย พบรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ จอดอยู่ภายในที่จอดรถ ซึ่งรถคันดังกล่าวปรากฎภาพถูกแชร์บนโลกออนไลน์ แต่ไม่มีใครอยู่ที่รถ ส่วนที่ป้อมตำรวจทางหลวง พบว่ามีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพียง 2 นายเท่านั้น เมื่อสอบถามว่ารู้จักนายวันชัย หรือ หมวดวิทย์หรือไม่ ตำรวจทั้ง 2 นายต่างก็บอกว่าไม่รู้จัก และที่ตู้ทางหลวงแห่งนี้ไม่มีนายตำรวจชื่อดังกล่าวเลย ด้าน นายชัย (นามสมมติ) ผู้อ้างว่าได้รับเลขบัญชีธนาคารจากมือตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า วันนั้นเป็นวันพฤหัสบดี ที่ 14 มิ.ย. 61 เวลาประมาณ […]

ตำรวจทางหลวงว่าไง? เหยื่อเปิดเสียง แฉ “หมวดวิทย์” ส่งเลขบัญชีโอนเงิน ยันไม่ใส่ร้าย (คลิป)

จากกรณีที่มีภาพถูกเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีรถที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมหาชัย จ.สมุทรสาคร ยื่นกระดาษที่จดเลขบัญชี เพื่อให้โอนเงินค่าปรับผ่านบัญชีของตัวเอง ในกระดาษเขียนเบอร์โทรศัพท์ พร้อมระบุชื่อตำรวจว่า “หมวดวิทย์” ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในสื่อออนไลน์ ถึงความไม่เหมาะสม เมื่อวานที่ผ่านมา (15 ม.ย. 61) ด.ต.สุทธิรักษ์ ทองอุ่น หัวหน้าหน่วยบริการ ตำรวจทางหลวงมหาชัย ออกมายืนยันกับสื่อมวลชนว่า ภาพที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์เป็นภาพตัดต่อแน่นอน เนื่องจาก ตำรวจไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าปรับผ่านบัญชี ต้องมาชำระที่จุดบริการเท่านั้น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมแจ้งความดำเนินคดี และออกหมายจับผู้ที่โพสต์เรื่องดังกล่าวแล้ว ล่าสุด วันนี้ (16 มิ.ย. 61) นายชัย (นามสมมติ)​ ผู้ที่ถูกตำรวจทางหลวงมหาชัย เคยส่งกระดาษที่เขียนหมายเลขบัญชีธนาคารให้โอนเงินค่าปรับไปให้ ที่บ้านพักย่านบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า ครั้งแรกตนเคยถูกตำรวจทางหลวงมหาชัยเรียกจับ เนื่องจาก ใช้ป้ายทะเบียนรถผิดประเภท ที่บริเวณถนนพระราม 2 ขณะนั้นตำรวจทางหลวงได้มีการเรียกเงินค่าปรับจากตนเป็นจำนวนเงินหลายพันบาท แต่ตนไม่มีเงินจ่ายให้ ตำรวจทางหลวงรายดังกล่าว จึงขู่จะมีการดำเนินคดี พร้อมบอกว่าต้องมีการขึ้นศาล ขณะนั้นตนได้ตอบกลับไปว่า “ตนไม่มีเงินจริงๆ หากจะพาตนไปขึ้นศาลตนก็ยินดี” หลังจากนั้น ตำรวจทางหลวงรายดังกล่าว ก็ปล่อยให้ตนขับรถกลับบ้านตามปกติ […]

ส่วนใหญ่เห็นแบบไหน!? ทนายเกิดผล โพสต์สวนตำรวจทางหลวง หลังบอกฮาวาไม่เข้าใจสัญญาณมือ

จากกรณีที่นางสาวอรวี ชูชื่น หรือฮาวา นักดนตรีที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกสิบล้อชนท้ายรถที่นั่งมา เนื่องจากถูกตำรวจโบกให้หยุดรถกะทันหัน ซึ่งต่อมาทาง พ.ต.อ. เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวงตำรวจ ได้ออกมาเปิดเผยว่า อุบัติเหตุในครั้งนี้น่าจะมาเกิดจากทางฮาวา เข้าใจผิดกับสัญญาณมือของตำรวจที่หมายถึงให้ชะลอรถ ไม่ได้บอกให้หยุด อย่างไรก็ตาม ทางด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากกำลังขับรถแล้วพบเจ้าหน้าที่ตำรวจรถนิ้วมาที่รถตามภาพที่เป็นข่าว คิดว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจแบบไหน ระหว่างตำรวจบอกให้ชะลอ หรือตำรวจบอกให้หยุด นอกจากนี้ทนายเกิดผลยังตั้งคำถามต่อสังคมในโลกออนไลนอีกว่า…ที่ผ่านมา เคยเห็นตำรวจทางหลวง สั่งรถให้หยุดด้วยสัญญาณมือ ตามภาพที่ 1 กับ ภาพที่ 2 แบบไหนมากกว่ากัน

“ฮาวา” เดินหน้าเอาผิด 2 ตร.โบกรถทำเจ็บ ฉะท่าตั้งฉากให้รถหยุด มีทำจริงกี่คน (คลิป)

จากกรณี น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ “ฮาวา” นักดนตรีอิสระ ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกสิบล้อชนท้าย เนื่องจาก ถูกตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา โบกให้หยุดรถอย่างกะทันหัน จนได้รับบาดเจ็บและรถพังเสียหาย ล่าสุด เจ้าตัวได้แต่งตั้งนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ให้มาช่วยดูแลคดีในการฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ในจุดเกิดเหตุ วันนี้ (16 ก.พ.61) น.ส.อรวี หรือ “ฮาวา” กล่าวว่า ได้ปรึกษา ทนายเกิดผล แก้วเกิด ก่อนตัดสินใจฟ้องคดีอาญาตำรวจทั้ง 2 นาย เรื่องความประมาท โดยไม่ได้ติดใจเรื่องค่าเสียหาย เพราะประกันภัยของรถสิบล้อที่ชนท้ายตนดูแลส่วนนี้ไปแล้ว น.ส.อรวี บอกว่า ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี เนื่องจากตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคยแจ้งว่า จะดำเนินการสอบสวนตำรวจทั้ง 2 นาย ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 ก.พ. แต่เรื่องก็เงียบไป น.ส.อรวี หรือ “ฮาวา” เปิดใจว่า ไม่อยากได้คำขอโทษ เพราะเลยจุดดังกล่าวมาแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกระเช้ามาเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ อีกทั้งมีการออกข่าวอ้างว่า ตนเข้าใจสัญญาณมือผิด […]

“ฮาวา” ฟ้อง ตร.ไม่สำนึกทำให้รถถูกชน-ทางหลวงโต้ดูสัญญาณมือไม่ถูกเอง (คลิป)

จากกรณี น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ “ฮาวา” นักดนตรีอิสระ ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกสิบล้อ ชนท้ายรถยนต์ที่นั่งมา เนื่องจาก ถูกตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา โบกให้หยุดรถอย่างกะทันหัน ทำให้รถยนต์ และเครื่องดนตรีเสียหาย ก่อนจะมีคำสั่งด่วนสั่งย้ายตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ล่าสุด วันนี้ (15 ก.พ.) น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ “ฮาวา” ได้แต่งตั้ง นายเกิดผล แก้วเกิด ให้เป็นทนายความฟ้องร้องคดีอาญา กับตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย ที่ตั้งด่านลอย โดย “ฮาวา” บอกว่า หลังเกิดเรื่องขึ้น ยังไม่ได้รับการประสาน หรือติดต่อจากกองบังคับการตำรวจทางหลวง มีเพียงข่าวที่บอกว่า ได้ย้าย 2 ตำรวจ เข้าหน่วยและตั้งคณะกรรมการสอบ และได้มีการนัดหมายว่าวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา จะมีความคืบหน้าในเรื่องนี้ แต่จนถึงวันนี้เรื่องยังเงียบ และไม่มีใครออกมาชี้แจง ตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนถึงวันนี้เวลาก็ผ่านไปแล้วกว่า 1 เดือน […]

อัยการปรเมศวร์ เผยเหตุ ตร.ทางหลวง โบกสิบล้อจนชนท้ายรถฮาวา ผิดอาญา ม.157

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้โบกสิบล้อ จนเป็นเหตุในมีการชนท้ายรถของ นางสาวอรวี ชูชื่น หรือฮาวา นักร้องนักดนตรีสาวจากเวทีดิเอ็กซ์แฟกเตอร์ ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดนายปรเมศวร์ อินทร ชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว่า เจ้าหน้าที่เองมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และกระทำการโดยประมาท จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนร้อยเวรที่รับเเจ้งความ ก็อาจโดนข้อหาละเว้นไม่จดเเจ้งเปลี่ยนเเปลงข้อความ รวมทั้งคนที่ขอร้องไม่ให้จดว่ามีตำรวจเกี่ยวข้อง มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคดีอาญา ในส่วนของการฟ้องร้องทางแพ่งนั้นสามารถเรียกค่าเสียหายจากตำรวจทั้งสองนาย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรับผิดในความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐได้

“จักรทิพย์” สั่งย้าย 2 ตร. แม้ทำตามยุทธวิธี ยัน ไม่ปกป้องคนทำผิด

จากกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนอุบัติเหตุที่เกิดจากการตั้งด่านลอย ทำให้โดนรถบรรทุกชนท้ายจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าวนั้น เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความและคลิปวิดิโอในโลกโซเชี่ยลมีเดีย เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา ว่า ขณะนี้ได้มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ได้ไปช่วยราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ทำตามยุทธวิธี แต่อาจเป็นอุบัติเหตุทำให้รถชนกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของการตั้งด่าน การเรียกหยุดรถ ควรต้องมีการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า รูปแบบการตั้งด่านของตำรวจทางหลวงและตำรวจท้องที่จะมีลักษณะต่างกัน แล้วแต่ความเหมาะสม อย่างไรก็ตามตนกำชับมาโดยตลอดในเรื่องของอุบัติเหตุ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนให้หลีกเลี่ยง เมื่อถามว่า จากกรณีดังกล่าวมีการตั้งข้อสังเกตว่า ในวันที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งด่านเป็นลักษณะด่านลอย พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนเชื่อว่าด่านลอยแทบไม่มีแล้ว แต่ต้องขอบคุณทุกภาคส่วน รวมทั้งสื่อหรือกล้องต่างๆ ที่ทำให้การทุจริตลดน้อยลง และตนเชื่อว่ารถเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่จอดอยู่ตรงนั้น คงไม่กล้าทุจริต  อันนี้ตนไม่ได้เข้าข้างตำรวจและขณะนี้ได้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายแล้ว   เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะพิจารณาเอาผิดกับผู้บังคับบัญชาด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า มีระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วไม่ต้องห่วง เมื่อถามว่า ถึงขั้นต้องออกคำสั่งห้ามตั้งด่านลอยหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ […]

ตั้งด่านแต่ไม่จับ! ตร.ทางหลวงจันทบุรี จัดโครงการมอบหมวกกันน็อคให้ชาวบ้าน

วันที่21กันยายน2560 ที่บริเวณถนนสายสุขุมวิท แยกแสลง ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี พ.ต.ต.วิทวัส เพ็ชรรักษ์ สารวัตรตำรวจทางหลวง4 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวงจันทบุรี ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในสังกัด ร่วมทำกิจกรรมโครงการ หมวกนิรภัยแทนใจลดอุบัติเหตุ เพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี ได้ตระหนักในการสวมหมวกนิรภัยเพื่อลดการสูญเสียหากเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎหมาย สำหรับการจัดกิจกรรมโครงการหมวกนิรภัยแทนใจลดอุบัติเหตุในครั้งนี้ สืบเนื่องด้วยรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายที่ต้องการลดอุบัติเหตุ และลดความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. พ.ต.อ.ชวลิต ศาสตร์เวช ผกก.3 บก.ทล. จึงสั่งการให้มีโครงการหมวกนิรภัยแทนใจลดอุบัติเหตุ ดังนั้นในวันนี้ตำรวจทางหลวงจันทบุรีจึงได้มีการตอบสนองนโยบายโดยการจัดตั้งด่าน แต่ไม่ได้มีการจับผู้กระทำผิด แต่เป็นการตั้งด่านดำเนินการจัดแจกหมวกนิรภัยแก่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ได้มีการสวมใส่หมวกนิรภัย เพื่อลดการสูญเสียหากเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยโครงการดังกล่าวได้ผลการตอบรับที่ดีผู้ขับขี่ปลอดภัยและสร้างภาพลักษณ์อันดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

แชร์สนั่น! สาวซิ่งจยย.ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี เมินตร.เรียกให้จอด

หลังจากที่สังคมออนไลน์ต่างแชร์คลิปภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ขี่รถจักรยานยนต์บนทางพิเศษบูรพาวิถี โดยภาพในคลิปเผยให้เห็นหญิงคนหนึ่งไม่สวมหมวกกันน็อค และขี่จักรยานยนต์บนทางด่วน ก่อนจะมีจักรยานยนต์ของตำรวจได้ขับติดตาม และพยายามให้สัญญาณมือเพื่อให้หญิงคนนี้จอดรถ โดยในคลิปภาพได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงขับตามมาติดๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งทางหญิงสาวรายนี้ก็ไม่มีท่าทีจะยอมให้ความร่วมมือ มีการบิดหนีเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะเลี้ยวแยกลงไปทางสุวรรณภูมิ ตามที่เจ้าของคลิปบรรยายไว้ อย่างไรก็ตามคลิปนี้ก็ได้ถูกเผยแพร่ในโซเชี่ยล และได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายเสียงคาดว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดจากการเข้าใจผิดและไม่คุ้นในเส้นทาง อย่างไรก็ตาม สำหรับ การละเมิดข้อห้ามนำรถจักรยานยนต์ขึ้นไปขับขี่บนทางพิเศษถือเป็นความผิดตามมาตรา 139 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ในระเบียบเกี่ยวกับการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ. 2524 ที่ห้ามมิให้รถจักรยานยนต์เดินในทางพิเศษ ที่ห้ามมิให้รถจักรยานยนต์เดินในทางพิเศษ ผู้ฝ่าฝืนถือว่ามีความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย โดยปรับไม่เกิน 1,000 บาท. ขอบคุณ : The Clip by ห้องพักรายวันซอยอุดมสุข 51

เปิดหน้าสู้! ชายอัดคลิปโวยตร.ตรวจความเร็ว แฉถูกไถ จี้นายใหญ่จัดการ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา อมรินทร์ทีวีนำเสนอเรื่องราวของคลิปที่ปรากฎชายแต่งกายชุดธรรมดา ทำหน้าที่ถ่ายกล้องจับความเร็ว แทนตำรวจทางหลวง ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น ล่าสุด 29 มิถุนายน 2560 นายชัยบดี กากะ เจ้าของคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากเหตุเกิดขึ้น ตนส่งเรื่องร้องเรียนไปที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงและสายด่วนสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อหรือความคืบหน้าใดๆ จนกระทั่งมีการแชร์คลิปดังกล่าวอีกครั้ง นายชัยบดี เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเดินทางไปจังหวัดนครราชสีมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ก่อนทางเข้าอำเภอปากช่อง ตนขับรถออกจากปั้ม NGV ได้ประมาณ 3 กิโลเมตร ตำรวจทางหลวงเรียกตนเข้าข้างทาง และแจ้งว่าใช้ความเร็วเกินกำหนด ตนพยายามอธิบายว่า เพิ่งออกจากปั๊มแก๊สจะใช้ความเร็วเกินกำหนดได้อย่างไร  แต่ตำรวจกลับไม่ฟังและบอกตนนั้นว่าหัวหมอ ตำรวจคนดังกล่าวเลือกว่าจะจ่าย 300 หรือ 1000 บาท โดยตนขอจ่าย 1000 บาทพร้อมกับให้ใบขับขี่ ด้วยความสงสัย ตนขอกลับไปดูความเร็วของรถที่ทางตำรวจทางหลวงจับได้  พบว่า จุดจับความเร็วอยู่ห่างออกมาจากปั้มแก๊สที่ตนเพิ่งออกมาไม่ถึง 1 กิโลเมตร และเจ้าหน้าที่ที่จับความเร็วนั้นไม่ได้แต่งกายเหมือนตำรวจทางหลวง ตนจึงสอบถามว่า ใช่ตำรวจหรือไม่ ได้คำตอบคือ ไม่ใช่ตำรวจทางหลวง […]

keyboard_arrow_up