อดีตแฟนสาวสุดทน แฉ ส.ต.ท.คอมมานโด ขอมีเซ็กซ์-ขู่ปล่อยคลิปลับ

7 มี.ค. 67

อดีตแฟนสาวสุดทน แฉ ส.ต.ท.คอมมานโด ขอมีเซ็กซ์-ขู่ปล่อยคลิปลับลงโซเชียล  ร้อง ผบ.ตร. เร่งดำเนินการ เผยทำมาแล้ว 4 ราย 

จากกรณีหญิงสาว ร้องเรียนต่อเฟซบุ๊กเพจ "เป็นหนึ่ง" ว่าถูกอดีตแฟนเป็นนายตำรวจคอมมานโด ข่มขู่ และขอมีความสัมพันธ์ด้วย ซ้ำยังปล่อยคลิป 18+ ของผู้เสียหายลงโซเชียล ผู้เสียหายเคยเข้าแจ้งความ และร้องไปทางต้นสังกัดแล้ว แต่เรื่องเงียบนั้น 

วันที่ 7 มี.ค. 67 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “เป็นหนึ่ง” พาผู้เสียหายที่ถูกตำรวจยศ สิบตำรวจโท สังกัดกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือ คอมมานโด ตั้งกล้องแอบถ่ายคลิปภาพขณะร่วมหลับนอน  แล้วเอาภาพไปขายเผยแพร่ในกลุ่มลับ เข้าร้องขอความเป็นธรรม ถึง ผบ.ตร. โดยมี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับหนังสือ 

ทั้งนี้ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนคบหากับตำรวจนายดังกล่าวช่วงปี 65 คบกันได้ปีกว่า อาศัยอยู่ด้วยกันที่แฟลตตำรวจในเมืองทองธานี ช่วงแรกที่คบกันเทคแคร์ดูแลอย่างดี ซึ่งตอนที่มีความสัมพันธ์ก็ทราบว่า มีการถ่ายคลิปไว้ แต่ด้วยความรักจึงไม่ได้คิดอะไร 

ช่วงหลังเริ่มมีนิสัยเจ้าชู้ ปากร้าย อารมณ์ร้าย และเคยทำร้ายร่างกายด้วย หลังเลิกลากันไป ผู้ชายมีแฟนใหม่มาตลอด แต่ก็ยังติดต่อตนผ่านไลน์บอกให้ไปหา แถมยังโดนข่มขู่ว่าจะส่งคลิป และรูปภาพโป๊เปลือยไปที่ทำงาน พูดจาดูถูกว่าเป็นแค่พนักงานลูกจ้างไม่มีใครสนใจ แต่สุดท้ายภาพที่ข่มขู่ก็ถูกนำไปโพสต์ลงสื่อโซเชียลช่องทางต่างๆ หลายภาพ หลายคลิปมีคนดูตอนนี้เกือบ 1 ล้านคนแล้ว แม้จะมีการแจ้งให้ลบไปแล้ว แต่คนโพสต์ก็บอกว่าได้โหลดเก็บไว้ พร้อมนำไปลงใหม่ รวมถึงนำไปขายต่อให้ดูในกลุ่มลับ ส่งผลกระทบทุกอย่างในชีวิตครอบครัวการงาน และการใช้ชีวิตประจำวันต้องใช้ชีวิตแบบวิตกกังวล  ที่ผ่านมาตนไม่เคยได้รับคำขอโทษจากฝ่ายชาย มีแต่ขอตนว่าอย่าเอาเรื่อง 

ถึงแม้ตนจะเคยร้องเรียนกับต้นสังกัด กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด แต่ก็ไม่หยุดการกระทำดังกล่าว จึงต้องตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ด้าน พล.ต.ต ศิริวัฒน์ กล่าวยืนยันกับทางผู้เสียหายว่า จะดำเนินการอย่างเคร่งครัด และเรื่องนี้ มี 2 ส่วนคือเรื่องทางคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรี แจ้งข้อหาไปแล้วเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และหากพฤติการณ์อื่นที่เข้าข่ายกระทำความผิดจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ในส่วนของสำนวนการสอบสวนยืนยันว่ากระทำอย่างละเอียดและรอบคอบ รวดเร็ว 

ส่วนคดีทางวินัย ต้นสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางรับทราบเรื่องแล้ว และกำชับให้ทำอย่างตรงไปตรงมา ผิดว่าไปตามผิด ถ้าเป็นคดีทางวินัยร้ายแรงจะต้องปลดออกไล่ออกก็ว่ากันไป พฤติกรรมแบบนี้ตำรวจไม่ทำกัน การกินในที่ลับ แล้วมาขายที่แจ้ง ถึงแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว ส่งผลกระทบต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง คดีนี้ให้ความยุติธรรมแน่นอน ฝากถึงคนที่ดูคลิปแล้วส่งต่อก็มีความผิดทาง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วย

advertisement

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส