ตาชะโงกตักน้ำในโอ่ง หน้ามืดจมน้ำดับ เมียเผยลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุ

7 เม.ย. 66

ตาวัย 69 ปีอาชีพทำไร่อ้อยชะโงกตักน้ำในโอ่ง หน้ามืดพลัดจมน้ำดับ เมียเผยลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเคยพูดว่าจะมาตายที่นี่

เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 6 เมษายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำรอง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุมีคนพลัดตกลงไปในโอ่งรองน้ำฝนเสียชีวิต ที่บริเวณหมู่ 1 ต.หนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงได้รีบเดินทางลงไปพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์เวร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ ประจำจุดบ้านใหม่

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบโอ่งรองน้ำฝนขนาดใหญ่ สูง 2 เมตรกว้าง 2 เมตร ตั้งอยู่ภายในบ้านที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภายในโอ่งพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายอ่อง อ่อนพิมพ์ อายุ 69 ปี ตามบัตรประชาชนเป็นชาว ต.หนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สภาพศพนอนตะแคงข้าง สวมเสื้อยืดแขนยาว กางเกงขายาว ใส่รองเท้าบูทยาง นอนจมน้ำเสียชีวิต ใกล้ตัวยังพบหมวกบังแดดลอยน้ำอยู่ ซึ่งในโอ่งมีน้ำอยู่ประมาณ 30-40 เซนติเมตร จากการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดอากาศหายใจ เบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงได้มอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

จากการสอบถามนางแดง พร้อมสมุด อายุ 71 ปี ภรรยาผู้เสีย เล่าว่า ตนและผู้ตายเดิมเป็นคน จ.หนองบัวลำภู ได้ย้ายถิ่นฐานมารับจ้างทำไร่ รับจ้างตัดอ้อย อยู่ที่ จ.กาญจนบุรี นานกว่า 20 ปี แล้ว ซึ่งก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.30 น. ยังนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ หลังจากกินข้าวเสร็จก็เตรียมตัวจะออกไปทำงานที่ไร่ ตนก็ได้บอกผู้ตายว่าให้ไปเอาจอบขุดดินมาขึ้นรถ จากนั้นผู้ตายก็ลงรถไปแล้วก็หายไปเลย จากนั้นก็เดินตามหารอบบ้านแต่ก็ไม่เห็น ซึ่งช่วงนั้นใกล้เวลาทำงานแล้วด้วย ตนเองยังได้เดินถือไม้ตามหาอยู่เลย บอกถ้าเจอจะตีให้เข็ด แต่มารู้ว่าสามีตกโอ่งน้ำเสียชีวิตก่อนโดยตนเองตีรู้สึกเสียใจมาก

ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะก้มลงไปตักน้ำในโอ่งเพื่อนำไปดื่มกินที่ไร่ น้ำในโอ่งมีปริมาณน้อย ทำให้เปิดเอาน้ำจากทางก๊อกไม่ได้  จึงต้องก้มแล้วใช้ถังตักขึ้นมา ในจังหวะที่ก้มลงไปตักน้ำอาจจะเกิดอาการหน้ามืดแล้วตกลงไปในโอ่งน้ำจนเสียชีวิต ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตยังเคยคุยกันว่า จะมาตายที่ ต.หนองตากยา แห่งนี้ นึกว่าพูดเล่น ไม่คาดคิดว่าสามีจะมาตายจริงๆ ที่หนองตากยาแห่งนี้

ขณะที่นางเดือน คะเลรัมย์ อายุ 42 ปี สะใภ้ผู้ตาย เล่าเหตุการณ์ช่วงก่อนพบศพว่า ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต ทางภรรยาได้ให้ผู้ตายไปเอาจอบขุดดิน แต่ผู้ตายไม่ได้ไปเอาจอบ ซึ่งตอนนั้นหลานจะไปตักน้ำในโอ่งพอดี แต่ผู้ตายได้คว้าแกนลอนไปตักน้ำเอง โดยใช้เก้าอี้พลาสติกตัวเล็กๆ เหยียบขึ้นไปเพื่อนั่งบนโอ่ง แล้วก้มลงไปตักน้ำในโอ่ง ที่เหลือเพียงก้นโอ่งเพื่อเอาไปดื่มกินในไร่ ไม่คิดว่าจะหล่นลงไป ซึ่งเวลานั้นก็ได้เดินตามหากันจนทั่วแต่ก็ไม่เจอ เจอแต่แกนลอนตอนนั้นก็ได้กรอกน้ำในโอ่งที่ผู้ตายตกลงไปใส่แกนลอนจนเต็มเพื่อไปดื่มในไร่ แล้วก็ได้ปิดฝาโอ่งเพราะกลัวว่านกจะมาขี้ใส่ ก่อนจะออกไปทำงานในไร่ตามปกติ

ต่อมาไม่นานเจ้าของบ้านก็โทรมาบอกว่า เจอผู้ตายแล้วนอนเสียชีวิตอยู่ในโอ่งน้ำ เนื่องจากว่าเจ้าของบ้านเอะใจ จึงไปเปิดฝาโอ่งดูอีกครั้งแล้วชะโงกหน้าลงไปดู จึงเห็นหมวกของผู้ตายลอยอยู่ จึงได้รีบโทรมาบอกพวกตนให้รีบกลับมาดู คาดว่าผู้ตายหน้ามืดวูบตกลงไปลงโอ่งน้ำดื่ม ประกอบกับช่วงนั้นมีอากาศที่ร้อนจัดด้วย อีกทั้งผู้เสียชีวิตยังมีโรคประจำตัวเป็นโรคเก๊า เมื่อตกลงไปแล้วอาจจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นศพของผู้ตายได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ วัดหนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นเวลา 1 วัน ก่อนจะทำการฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เนื่องทางญาติไม่ค่อยมีเงินจึงไม่อยากเก็บร่างเอาไว้เป็นเวลานาน

advertisement

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส