เหยื่อแฉ! เพื่อนแค้นฝากลูกเข้าเรียนไม่ได้ ดักยิง ไม้หน้าสามฟาด จี้ตร.จับ พ้น 2 ปียังลอยนวล (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวานที่ผ่านมา (3 มิ.ย. 61)​ เพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้มีการแชร์ภาพผู้ชายคนหนึ่ง มีบาดแผลจากการถูกอวุธปืนยิงเข้าที่ที่บริเวณหน้าอก พร้อมกับระบุข้อความว่า “เหยื่ออ้างถูกยิงเพราะช่วยลูกคนร้ายเข้าโรงเรียนไม่ได้” ทำให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย

นายธวัชชัย เพชรโยธา

ล่าสุดวันนี้ (4 มิ.ย. 61) นายธวัชชัย เพชรโยธา หรือ บ่าว อายุ 45 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนรู้จักกับนายธีระพงศ์ แพรกม่วง หรือ ม่วง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ มานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาสนิทสนมกันมากเมื่อช่วงประมาณปี 2555 และได้มีการช่วยเหลือจุนเจือกันมาโดยตลอด

จุดเกิดเหตุ

จนกระทั่งเมื่อช่วงประมาณปลายปี 2558 นายม่วงได้มาขอร้องตนให้ช่วยฝากฝังลูกของเขาให้เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง โดยตนบอกกับนายม่วงไปว่า จะพยายามพูดคุยกับอาจารย์ในโรงเรียนดังกล่าวให้ แต่ก็ไม่รับปากว่าจะสามารถฝากฝังให้ลูกของเขาได้เข้าเรียนโรงเรียนดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่า ตนทำไปเพราะต้องการช่วยเหลือลูกของเพื่อน ให้ได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ดี โดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างมาแต่อย่างใด

หลังจากนั้นเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม ปี 2559 ที่ผ่านมา ผลการสอบเข้าโรงเรียนดังกล่าวออกมาว่า ลูกของนายม่วงไม่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนดังกล่าวได้ จึงอาจทำให้นายม่วงอาจโกรธแค้นตน เนื่องจากหลังจากผลการสอบเข้าโรงเรียนดังกล่าวออกมาเพียงไม่กี่วัน วันที่ 26 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 19.45 น. ขณะที่ตนมาทำธุระในซอยรามคำแหง 53 นายม่วงพร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน ได้ขับรถจักรยานยนต์มาหาตนที่บริเวณดังกล่าว และนายม่วงก็ลงจากรถ พร้อมกับใช้ไม้หน้าสามตีเข้าที่บริเวณด้านหลังของตน 1 ครั้ง หลังจากนั้นก็มีเพื่อนของตนที่ขับรถเข้ามาเห็นเหตุการณ์ ได้พยายามเข้ามาช่วยห้าม จนกระทั่งนายม่วงได้ทำทีท่าว่าจะขับรถออกไป แต่อยู่ดีๆ เพื่อนของนายม่วง ที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายม่วงมาด้วย ได้ชักปืนออกมายิงตน 3 นัด ซึ่ง 2 นัดนัดแรกนั้นยิงไม่โดนตน แต่นัดที่ 3 ยิงโดนตรงหน้าอกและนิ้วมือด้านขวาของตน เพราะขณะนั้นตนได้นำมือทาบเอาไว้ที่บริเวณหน้าอกพอดี หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุทั้งสองรายก็ขับรถหลบหนีไป

บาดแผล บริเวณหน้าอกด้านขวา

ซึ่งหลังจากที่ตนโดนยิง เพื่อนของตนได้พาตนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลลาดพร้าว แต่เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาลก็พบว่า กระสุนดังกล่าวยิงไม่เข้า โดยมีเพียงแค่รอยฟกช้ำและแผลถลอกเท่านั้น แพทย์จึงให้ตนกลับบ้านได้ หลังจากนั้นในวันเดียวกัน ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ที่สน.วังทองหลาง โดยตำรวจได้ให้ตนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น หลังจากนั้นตนก็พยายามติดตามสอบถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด จนกระทั่งอีกหลายเดือนต่อมา ตำรวจแจ้งให้ตนทราบว่า นายม่วงซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุที่ใช้ไม้หน้าสามตีบริเวณด้านหลังของตน ได้เข้ามอบตัวแล้ว และตำรวจก็ได้ให้ประกันตัวออกไป เพราะไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เอง แต่ตนกลับทราบข่าวมาจากกลุ่มเพื่อนว่า นายม่วงไม่ได้ขอเข้ามามอบตัวกับตำรวจ แต่ความเป็นจริงแล้ว นายม่วงถูกตำรวจ สน.พระราชวัง จับกุม

เอกสารใบรับรองแพทย์

ซึ่งตอนนี้ตนยอมรับว่า กังวลเรื่องคดีความว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงตนมาดำเนินคดีได้ ตนจึงอยากขอให้ตำรวจเร่งติดตามจำกุมตัวผู้กระทำผิดอีก 1 คน ที่ยังลอยนวลอยู่มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และมองว่าหากตนเป็นลูกคนดัง และร่ำรวยเงินทอง คดีคงคืบหน้าไปมากกว่านี้ และถึงแม้ว่าทางนายม่วง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุที่ใช้ไม้หน้าสามตีตน จะส่งคนกลางมาขอเจรจามอบเงินเยียวยาให้ แต่ตนก็ไม่ขอรับ และขอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมาย

ขณะที่นายโชติ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ ยอมรับว่าสนิทกับนายม่วงและนายธวัชชัย โดยนายม่วงบอกกับตนว่า ไม่ได้เตรียมไม้หน้าสามมาตีนายธวัชชัยตั้งแต่ที่บ้าน แต่เพิ่งมาเจอไม้หน้าสามบริเวณริมทางที่จะขับรถมาหานายธวัชชัย จึงได้นำไม้หน้าสามติดรถมาด้วย ส่วนกรณีที่เพื่อนอีกคนใช้อาวุธปืนยิงนายธวัชชัยนั้น นายม่วงก็ไม่ทราบมาก่อนว่าเพื่อนคนดังกล่าวจะนำปืนติดตัวมาด้วย แต่ตนก็ไม่ยืนยันว่าสิ่งที่นายม่วงพูดมาจะเป็นความจริงหรือไม่

สน.วังทองหลาง

พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์ เงินฉลาด รองผู้กำกับการ (สอบสวน)​ สน. วังทองหลาง เปิดเผยว่า เบื้องต้นคดีนี้ ทางตำรวจได้สรุปสำนวนและเตรียมส่งอัยการฟ้องศาลในเร็วๆ นี้ โดยได้ตั้งข้อหากับนายพีระพงศ์ ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งหลังจากที่จับกุมผู้ตัวนายม่วงได้แล้ว ทางน้องสาวของนายม่วงได้มาขอประกันตัวนายม่วงออกไปสู้คดี

ส่วนประเด็นที่ทางผู้เสียหายสงสัยว่า เหตุใดทางตำรวจจึงแจ้งไปว่าผู้ต้องหามาขอมอบตัว แต่ในความเป็นจริงผู้ต้องหาถูกตำรวจ สน.พระราชวังจับกุมตัวได้นั้น ก็มองว่าอาจเป็นเพราะการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนกันเท่านั้น ซึ่งตนยืนยันว่านายม่วง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้ถูกตำรวจสน.พระราชวัง จับกุมตัวได้จริงๆ

ซึ่งตอนนี้ผู้ก่อเหตุอีกหนึ่งคนที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายนั้น ทางตำรวจก็ไม่นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งสืบหาตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด แต่ก็อยากขอให้ทางผู้เสียหายเข้าใจตำรวจด้วยว่า ทางตำรวจมีเพียงหลักฐานแค่ภาพถ่ายของผู้ก่อเหตุและชื่อเล่นเท่านั้น จึงอาจทำให้การติดตามจับกุมตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกทั้งขณะที่สอบปากคำนายม่วง เกี่ยวกับประวัติของผู้ก่อเหตุอีกราย ว่าอยู่ที่ไหนและมีชื่อว่าอะไร นายม่วงก็ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลในจุดนี้แต่อย่างใด ถึงแม้ทางตำรวจจะสอบเค้นอย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม

keyboard_arrow_up