ศิษย์ “พุทธะอิสระ” ฉะ ตร.บุกจับอคติ ลั่นแม้ถูกจับสึก ยังศรัทธา กราบได้สนิทใจ (คลิป)

จากกรณีตำรวจกองปราบฯ บุกเข้าจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ คาวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ในฐานความผิดอั้งยี่ซ่องโจร และปลอมแปลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนศาลไม่ให้ประกันตัว จึงทำให้ต้องสึกจากการเป็นพระแล้วนำตัวส่งเรือนจำ ต่อมาเกิดกระแสวิจารณ์ถึงการปฏิบัติงานของตำรวจในการบุกเข้าจับกุมว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าทำตามยุทธวิธี

ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอโทษแทนตำรวจที่ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเสียความรู้สึก โดยได้กำชับไปแล้วว่าจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก และได้ฝากขอโทษนายสุวิทย์ที่ได้รับผลกระทบด้วย

โดยเมื่อวานนี้ (26 พ.ค. 61) เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ของวาสนา นาน่วม นักข่าวสาวสายทหาร ได้โพสต์ถึงเรื่องนี้ พร้อมนำภาพพล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เมื่อครั้งเดินทางไปร่วมพิธีสร้างพระเบิกเนตร ที่วัดอ้อน้อย เมื่อเดือนม.ค.2555

เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ระบุด้วยว่า “ด้วยรู้กันดีกว่า อดีตพระพุทธอิสระ เป็นพระที่พี่น้อง 3 ป. “ป้อม-ป๊อก-ประยุทธ์” นับถือและเคยไปนมัสการ ทำบุญและทำพิธี ที่วัดอ้อน้อย มาหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อม.ค.ปี 2555 ที่ไปทำพิธีสร้างพระเบิกเนตร ครบทั้ง 3 ป. ที่ตอนนั้น บิ๊กตู่ เป็นผบ.ทบ.”

ทำไม ??!"บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม"ต้อง ออกมาประกาศ"ขอโทษ"พร้อมๆกัน "เสธ.ไก่อู-เสธ.ต้อง"แถลงไล่เลี่ย กัน ฉะตำรวจกองปราบ ทำ…

โพสต์โดย Wassana Nanuam เมื่อ 26 พฤษภาคม 2018

โดยล่าสุด วันนี้ (27 พ.ค.) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การกล่าวขอโทษของนายกฯ ไม่ได้เป็นการเข้าข้างใคร แต่ขอโทษเพราะเจ้าหน้าที่ทำไม่เหมาะสม ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใครก็ตาม เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วจะถูกตัดสินโดยศาล อีกทั้งเหตุการณ์เกิดขึ้นในสังฆาวาสจึงอาจกระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน จึงไม่อยากให้นำไปบิดเบือนสร้างเรื่องต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มการเมือง และยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้มีมีความสัมพันธ์ส่วนตัวใด ๆ กับนายสุวิทย์ และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หากทำผิดก็ต้องรับโทษ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ด้าน นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ลูกศิษย์อดีตพระพุทธะอิสระ ซึ่งเคยเป็นพิธีกรสัมภาษณ์อดีตพระพุทธะอิสระ เปิดเผยว่า อดีตพระพุทธะอิสระเป็นนักปราชญ์ทางศาสนาที่มีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังมีความมุ่งมั่น ยืดหยัดที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องดีงาม นอกจากบทบาทในฐานะแกนนำการต่อสู้ทางการเมือง ท่านก็ยังออกมาต่อสู้ในเรื่องของศาสนา เช่น การทุจริตเงินทอนวัด ส่วนตัวตนชื่นชอบแนวคิด และหลักการของท่าน

โดยเมื่อเห็นภาพเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จึงรู้สึกว่าเป็นการทำเกินเลย ซึ่งหากทำวิธีการดังกล่าวกับอาชญากรก็คงเหมาะสม แต่ท่านเป็นนักบวช นักปฏิรูป หน่วยข่าวกรองควรมีข้อมูลว่าขณะนั้นท่านกำลังทำอะไรอยู่ รวมถึงมีลูกศิษย์หรือพระลูกวัดอยู่ด้วยหรือไม่ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการเข้าควบคุมตัว จะได้ไม่มีคนประนาม ซึ่งการใช้วิธีการดังกล่าว นายยุทธิยงถามกลับว่า หน่วยปฏิบัติการมีความอคติหรือไม่ เพราะหากไม่มีก็ควรใช้หลักเมตาธรรมในการเข้าไปเจรจา

โดยเท่าที่สัมผัส พบว่าท่านมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทั้งกระดูกสันหลังทรุด และหูที่ไม่ค่อยดี หากเทียบกับการจับพระชั้นผู้ใหญ่ในคดีเงินทอนวัดนั้น คดีดังกล่าวตนไม่เห็นภาพเจ้าหน้าที่คอมมานโดบุกเข้าไปในกุฏิ ซึ่งอาจจะเห็นของแบรนด์เนมอยู่ด้านใน ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน แสดงว่าต้องมีการกระทำที่บกพร่องบางอย่าง

นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ดำเนินรายการสภากาแฟ

ส่วนข้อหาเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ตนมองว่า ในห้วงเวลาดังกล่าวสังคมไทยมีความขัดแย้ง ซึ่งก็ควรแก้ปัญหานี้ตั้งแต่เกิดเรื่องช่วงที่มีการชุมนุม ส่วนเรื่องการปลอมพระปรมาภิไธยก็ต้องไปพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลว่า ท่านมีเจตนาตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ จึงจะได้รับความกระจ่าง

ทั้งนี้การที่อดีตพระพุทธะอิสระถูกถอดจีวร ก็กระทบกระเทือนจิตใจตน แต่ก็ไม่ได้หวั่นไหวไปตามกระแสข่าวมาก เพราะเข้าใจเรื่องของคดีในฐานะคนทำข่าว ซึ่งตนยังสามารถกราบท่านได้อย่างสนิทใจ โดยกราบในหัวใจที่อุทิศเพื่อส่วนรวม ส่วนที่ทนายความ ระบุว่าอดีตพระพุทธะอิสระอยู่ในเรือนจำจะปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอก ตนก็เห็นด้วย แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควรดูแลและปฏิบัติต่อท่านให้เหมือนกับท่านเป็นนักบวช ไม่ว่าจะใส่ชุดสีอะไรอยู่ข้างใน

keyboard_arrow_up